โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจไซเบอร์ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก! ตามรวบ 6 ไทยเทาถูกส่งกลับจากปอยเปต หนีหมายจับพนันออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • สยามนิวส์
ตำรวจไซเบอร์ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก! ตามรวบ 6 ไทยเทาถูกส่งกลับจากปอยเปต หนีหมายจับพนันออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ

วันเสาร์ที่ 15 มี.ค.68 ที่ บริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ บช.สอท. (เมืองทองธานี) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท และ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ล่าไม่ถอยคอยไม่เลิก ตามรวบ 6 ไทยเทาถูกส่งกลับจากปอยเปต หนีหมายจับพนันออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.พ.68 ทางรัฐบาลกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการบุกทลายแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และได้จับกุมคนไทยในตึกภูมิตาสวน ต.ปอยเปต อ.โอจโรว จ.บันเตียเมียนเจย และ วันที่ 23 ก.พ.68 ได้จับกุมคนไทยในตึก K2 ต.ปอยเปต อ.โอจโรว จ.บันเตียเมียนเจย รวมทั้งสิ้น จำนวน 119 คน

ต่อมา วันที่ 1 มี.ค.68 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันรับตัวคนไทยกลุ่มดังกล่าวเข้าศูนย์คัดกรอง NRM ณ ร12/3 พัน 3 จ.สระแก้ว เพื่อคัดกรองตามกระบวนการคัดกรองผู้เสียหายตามคดีค้ามนุษย์

ต่อมา วันที่ 3 ก.พ.68 ตำรวจไซเบอร์ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับขบวนการดังกล่าวไว้ทั้งหมด จำนวน 102 คน เป็นคนไทยจำนวน 100 คน และหัวหน้าแก๊งชาวจีนอีก จำนวน 2 คน โดยจับกุมและดำเนินคดีไปแล้วจำนวน 93 ราย ในข้อหา "ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็น อั้งยี่, ซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือ ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ในขณะที่คนไทยอีก 7 รายที่เหลือได้ถูกจับกุมโดยตำรวจภูธรภาค 2 ไปแล้วในความผิดคดีอื่นตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย

ส่วนอีก 19 คนที่เหลือ แบ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 4 คน ในขณะที่อีก 15 คนที่เหลือซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำงานในอาคาร K2 ชั้น 9 และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ แต่ยังไม่พบพยานหลักฐานในขณะนั้น

ต่อมา กก.วิเคราะห์ข่าวเละเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ได้สืบสวนหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดของกลุ่มคนไทยที่เหลืออีก 15 ราย รวมทั้งบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง จนพบพยานหลักฐานเป็นข้อมูลในโทรศัพท์ มือถือของคนไทยทั้ง 15 ราย ผนวกกับการซักถามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ข้อมูลสอดคล้องกัน ทำให้ทราบว่า คนไทย 15 คนดังกล่าว มีหน้าที่จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ประเภทไฮโล และไพ่ป๊อกเด้งหรือ ไพ่แปดเก้า โดยแบ่งเวลาทำงานกับคณะผู้ร่วมงานอื่น และยังได้รับเงินเดือนพร้อมที่พักอาศัยจากนายจ้าง

โดยเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ดังกล่าวได้เปิดให้คนไทยเล่นและมีการสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ จากการตรวจสอบ โดยตำรวจไซเบอร์ พบว่าสามารถเข้าเล่นพนันในประเทศไทยได้จนได้เสียเงินกันจริง อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯ พ.ศ.2478 โดยความผิดนั้นเกิดขึ้นทั้งสองรัฐ จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556

พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เหลือทั้ง 15 รายจากศาล ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันโดยผิดกฎหมาย” โดยขณะนี้ตำรวจไซเบอร์สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวได้แล้ว จำนวน 5 ราย และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวอีก 10 ราย

นอกจากนี้ กก.3 บก.สอท.2 ยังได้ติดตามจับกุมตัว นายธนกิตติ์ อายุ 22 ปี ได้ที่บริเวณริมถนนหน้าค่ายสุรสีห์ ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ซึ่งนายธนกิตติ์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 7 รายที่โดนดำเนินคดีโดยตำรวจภูธรภาค 2 ไปเรียบร้อยแล้วในคดีอื่น แต่ภายหลังสิ้นสุดการพิจารณาคดีดังกล่าว ได้หลบหนีหมายจับในความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของตำรวจไซเบอร์

สำหรับ นายธนกิตติ์ นั้น ตำรวจไซเบอร์พบหลักฐานว่าเป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในตึกภูมิตาสวน เมืองปอยเปต ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยเกี่ยวกับ Romance Scam, หลอกลวงข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้โอนเงิน, ชักชวนหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอม และเว็บไซต์พนันออนไลน์อีกด้วย

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยังคงเร่งติดตามผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวที่ยังหลบหนี และยังคงเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนไทยในทุกมิติ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...