โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะกระแส “ซูชิ” หนึ่งในเมนูที่คนแห่รีวิวสนั่นในโลกออนไลน์ ร้านไหนดัง เมนูไหนฮิต และตอบโจทย์คนไทย

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 12.45 น.
ภาพไฮไลต์

เปิดกระแสเทรนด์ซูชิ เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม และที่ครองใจคนไทยมาหลายยุค พร้อมเปรียบเทียบร้านดังแต่ละร้าน ร้านแบบใดที่คนไทยสนใจมากที่สุด

ซูชิเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ที่ในปัจจุบันเป็นเมนูเลื่องชื่อที่สะท้อนผ่านกระแสโซเชียลมีเดีย และมีการพูดถึงในการแชร์ประสบการณ์การรับประทานซูชิอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นซูชิระดับหรูอย่างโอมากาเสะ ซูชิในร้านเชนต่างๆ หรือซูชิตามตลาดนัดราคาย่อมเยา

ซูชิแบรนด์ไหนใครมาแรงในปัจจุบัน

ข้อมูลจากบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ที่ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม 2568 เพื่อศึกษาความนิยมและพฤติกรรมการบริโภคซูชิในไทย ปรากฏว่าแบรนด์ซูชิที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย ได้แก่ “Sushiro” แบรนด์ซูชิสายพานที่มี Engagement สูงถึง 48% ได้รับความนิยมจากคนไทยความสะดวก รวดเร็ว และราคาที่เข้าถึงง่าย

ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง Katsu Midori แบรนด์ซูชิสายพานน้องใหม่ชื่อดังจากโตเกียว ที่มี Engagement 18% ด้วยเสน่ห์ของวัตถุดิบระดับพรีเมียม และประสบการณ์ใกล้เคียงต้นตำรับในประเทศญี่ปุ่น

Shinkanzen แบรนด์ซูชิสัญชาติไทย อยู่ในอันดับที่ 3 โดยมี Engagement ถึง 12% ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่ต้องการซูชิคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และย่อมเยา

อันดับ 4 เป็น Kouen และ Maguro แบรนด์ซูชิในเครือเชน ระดับพรีเมียม มี Engagement 9% และ 7% ตามลำดับ ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่มองหาซูชิคุณภาพสูง รสชาติดี และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมายที่มี Engagement 6% ปิดท้ายที่ยังคงมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและมีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย

เปรียบเทียบซูชิสายพาน 2 แบรนด์ดังยอดนิยม Sushiro vs. Katsu Midori

เปรียบเทียบซูชิ 2 ร้านดังอย่าง “Sushiro” ที่มีสาขาครอบคลุม ราคาเข้าถึงง่าย เมนูหลากหลาย และ “Katsu Midori” เน้นวัตถุดิบพรีเมียม ประสบการณ์ใกล้เคียงต้นตำรับ ที่มีสาขาน้อยกว่า ที่จากข้อมูล Social Listening พบว่า Sushiro และ Katsu Midori เป็นสองแบรนด์ซูชิสายพานที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดียตามที่กล่าวไปข้างต้น

โดยทั้งสองร้านเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์และแนวทางการให้บริการแตกต่างกัน ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน แม้ว่าทั้งสองร้านจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ ความพิถีพิถันในการทำซูชิ และประสบการณ์การรับประทาน แต่ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันในแง่ของราคา การเข้าถึง และรูปแบบการให้บริการ

Sushiro เป็นหนึ่งในแบรนด์ซูชิสายพานที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุม โดยมีสาขาทั้งหมดถึง 32 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซูชิคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ จุดเด่นของ Sushiro คือ ความหลากหลายของเมนู ซึ่งมีทั้งปลาดิบและซูชิที่ใช้วัตถุดิบปรุงสุกอย่างเช่น ซูชิหน้าไก่ทอด และอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่รับประทานปลาดิบ นอกจากนี้ การให้บริการผ่านระบบสายพานอัตโนมัติช่วยเพิ่มความรวดเร็วและสะดวกสบาย แม้ว่าจะไม่มีบริการรับซูชิจากเชฟโดยตรงแบบโอมากาเสะก็ตาม

Katsu Midori เป็นแบรนด์ซูชิสายพานจากโตเกียวที่เพิ่งเปิดตัวในไทย และได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วแม้จะมีเพียง 1 สาขาที่ Central World แต่ก็มาพร้อมกับจุดเด่นที่แตกต่างจากซูชิสายพานทั่วไป โดยเน้นวัตถุดิบระดับสูง และยังสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารสดใหม่ เสิร์ฟตรงจากมือเชฟ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสบรรยากาศร้านซูชิแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ด้วยความที่เมนูของ Katsu Midori ส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกปลาดิบ ทำให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบซูชิแบบต้นตำรับมากกว่ากลุ่มที่ต้องการตัวเลือกเมนูที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีเพียง 1 สาขา จึงอาจต้องใช้เวลารอคิวมากกว่าร้านที่มีสาขาจำนวนมาก

แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ คุณภาพและรสชาติ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้ซูชิสายพานได้รับความนิยมในไทย

ทำไมซูชิสายพานจึงเป็นเทรนด์ที่กำลังบูมในปัจจุบัน

ซูชิสายพานได้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินซูชิของคนไทย ทำให้ซูชิเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้บ่อยขึ้น เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และราคายังสามารถเข้าถึงง่าย จำกัดงบที่ต้องการตามความพึงพอใจของแต่ละคน รวมถึงมีเมนูหลากหลายให้เลือกสรร พร้อมประสบการณ์การรับประทานที่สนุก ผนึกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และบรรยากาศที่เป็นกันเองที่ทานคนเดียวได้ ทั้งหมดทำให้ร้านแนวนี้กลายเป็นจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์สายกินทุกเพศวัย

ส่องเทรนด์ซูชิ ชาวเน็ตให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด

เคยสงสัยไหมว่าคนบนโลกออนไลน์พูดถึงซูชิอย่างไรกันบ้าง ข้อมูลจาก Social Listening เจาะลึกคำพูดเกี่ยวกับซูชิที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตคิดเห็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคำพูดยอดฮิตที่พูดถึงซูชิในด้านต่างๆ หรือเทรนด์การกินที่กำลังมาแรง

เมื่อพูดถึงซูชิ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ “ความสดใหม่” ของวัตถุดิบ มากที่สุด เพราะซูชิที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุดิบคุณภาพสูง สดจากท้องทะเล และผ่านการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันทั้งหมดทำให้คำว่า "สดใหม่" ปรากฏในบทสนทนาของผู้บริโภคจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังต่อรสสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ สะอาด ไม่มีกลิ่นคาว

นอกจากความสดแล้ว คำว่า "ระดับพรีเมียม" ก็ปรากฏบ่อยครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยไม่ได้ต้องการแค่ซูชิธรรมดา แต่ต้องการซูชิที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง มีมาตรฐานดีเยี่ยม และอาจต้องมีความเป็น "ต้นตำรับ" ตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วย

ความคุ้มค่า คำว่า "สุดคุ้ม" และ "คุ้มค่า" เป็นคำที่ปัจจัยที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อย ปรากฏในบทสนทนาเกี่ยวกับซูชิ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา แสดงให้เห็นว่าแม้ซูชิจะเป็นอาหารระดับพรีเมียม แต่ผู้คนยังคงต้องการความเหมาะสมระหว่างราคากับคุณภาพอยู่

สุดท้าย คือ "ไม่อั้น" ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของบุฟเฟต์ซูชิ ในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานซูชิแบบจุใจ โดยยังให้ความสำคัญกับปริมาณและความอิ่มคุ้มค่า

จากข้อมูลของ Social Listening แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ความสดใหม่ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม ความคุ้มค่า และทานจุแบบไม่อั้น ซึ่งสะท้อนออกมาในบทสนทนาเกี่ยวกับร้านซูชิที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เช่น แบรนด์ซูชิสายพาน ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มที่มองหาความสะดวกและรวดเร็ว ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการประสบการณ์แบบต้นตำรับ และ ร้านบุฟเฟต์ซูชิ ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับปริมาณและความคุ้มค่า แนวโน้มเหล่านี้ ทำให้ตลาดซูชิยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มซูชิสายพาน พรีเมียม และบุฟเฟต์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างพัฒนาเมนูและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

เปิดโพลซูชิหน้าโปรดของคนไทย

เมนูซูชิหน้าโปรดของคนไทย ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย เมนูอันดับ 1 ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดถึง 27% คือ "ซูชิแซลมอน (Salmon Sushi)" ซึ่งยังคงครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยความสดใหม่ของเนื้อปลาแซลมอนที่มีรสชาติหวานมันและเนื้อสัมผัสนุ่ม และดีต่อสุขภาพ ซูชิแซลมอนจึงเป็นเมนูที่หลายคนเลือกเป็นตัวเลือกแรกสำหรับซูชิ และครองใจนักทานทั้งหน้าใหม่และขาประจำ

ต่อมาเมนูอันดับ 2 คือ "ซูชิกุ้ง (Ebi Sushi)" ซึ่งได้รับการกล่าวถึง 20% ซูชิกุ้งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่นิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติที่หวาน และเนื้อสัมผัสที่หนึบหนับของเนื้อกุ้ง มักจะทาซอสหรือเพิ่มเครื่องเทศเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงทำให้ซูชิกุ้งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากสัมผัสรสชาติที่ไม่หนักมากและยังสามารถทานได้ทุกวัย

"ซูชิหน้าไก่ทอด (Crispy Chicken Sushi)" เมนูอันดับ 3 ได้รับการกล่าวถึง 15% เมนูซูชิฟิวชั่นที่มีความแปลกใหม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบทานปลาดิบ โดยการใช้เนื้อไก่ทอดกรอบมาวางบนข้าวปั้นซูชิแทนการใช้ปลาดิบ ทำให้ได้รสชาติที่กรอบอร่อยและเข้ากันได้ดีราวกับซูชิแบบดั้งเดิม เมนูนี้จึงเป็นเมนูยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ไม่ทานปลาดิบและผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติใหม่ ๆ โดยยังคงคอนเซปต์ความอร่อยและความเป็นซูชิได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ เมนูซูชิอื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย "ซูชิทูน่า" (Maguro Sushi) มีการกล่าวถึง 9%, ตามมาด้วย "ซูชิซาบะ" (Mackerel Sushi) 7%, "ซูชิหน้าปลาไหล" (Unagi Sushi) 6%, และ "ซูชิปลาหมึก" (Ika Sushi) 6% ขณะที่เมนูอื่น ๆ รวมกันคิดเป็น 10% แสดงให้เห็นว่าความหลากหลายของซูชิยังคงเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ซูชิจึงเป็นเมนูที่ตอบโจทย์รสนิยมที่แตกต่างกันได้เป็นอย่างดี ให้ทุกคนเลือกรับประทานตามความชื่นชอบส่วนตัวได้อย่างลงตัว

ภาพ : istock

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...