โบรกฯ มองกนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% หนุนดัชนีหุ้นไทยพุ่ง หุ้นกลุ่มดอกเบี้ยขาลงรับอานิสงส์
นักวิเคราะห์ฯ มอง กนง.ลดดอกเบี้ยตามคาด 0.25% ดันดัชนีหุ้นไทยบวกต่อเนื่อง คาดมีโอกาสแตะ 1,210 จุด ชูโรงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เช่าซื้อ อสังหาฯ และค้าปลีกรับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย เตือนหลีกเลี่ยงแบงก์ใหญ่และประกันภัยระยะสั้น
บริษัทหลักทรัพย์ฯ ออกบทวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยส่วนใหญ่มองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ให้ปรับตัวสูงขึ้นได้อีก
บล.กรุงศรี ประเมินว่าการลดดอกเบี้ย 0.25% จะส่งผลให้ Equity Risk Premium (ERP) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทุก ๆ 0.25% ที่ ERP เพิ่มขึ้น จะหนุน SET Index ได้ราว 45-50 จุด พร้อมคาดการณ์ว่าทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงเป็นขาลง และอาจมีการปรับลดลงอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้
โดย หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC), กลุ่มเช่าซื้อ (MTC, SAWAD, JMT), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP, LH), กลุ่มหนี้สูง (CPALL, BJC, MINT), หุ้น High Yield (ADVANC) และกลุ่มส่งออก (CPF, GFPT, HANA) ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทประกันภัยจะได้รับผลกระทบเชิงลบในระยะสั้น
ในเชิงกลยุทธ์ บล.กรุงศรี มองว่าหากอิงจากการฟื้นตัวของตลาดในช่วง 1-2 วันนี้ที่ราว 18-25 จุด SET Index ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,200/1,210 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงดังกล่าว และให้หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และประกันภัยในระยะสั้น
บล.ทิสโก้ มีมุมมองสอดคล้องกันว่า กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.50% โดยคาดการณ์ว่าหุ้นที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มดอกเบี้ย เช่น กลุ่มไฟแนนซ์, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มโรงไฟฟ้า และหุ้นปันผล มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาด พร้อมแนะนำเชิงกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น AEONTS, BAM, MTC, AP, LH, SIRI, SPALI, EGCO, GPSC, GULF, KTB, SCB และ TTB
ด้านบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่าการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนใน SET Index โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มการเงิน ค้าปลีก/ค้าส่ง และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหุ้นที่มีสัดส่วนหนี้สินสูง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินและการบริโภคมีแนวโน้มลดลง
อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มธนาคาร เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) มีแนวโน้มลดลงในระยะถัดไป โดยแนะนำเชิงกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น AP, BJC, CPALL, CPAXT, KTC, MTC, SAWAD, TNP และ TRUE
บล.ดาโอ มองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร เพราะเป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยจะมีโอกาสลดลงทันที โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เรียงผลกระทบจากมาก-น้อยคือ BBL, KTB, KBANK และ SCB
สำหรับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ที่ 1.50% ในประมาณการกำไรปี 2025E ไว้แล้ว โดยยังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “เท่ากับตลาด” โดยเราเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 25.00 บาท) เป็น Top pick