โจทย์ใหญ่ ทักษิณ-ส้ม-น้ำเงิน จบศึกนายก อบจ.สู่เกมเลือกตั้ง 70
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) แม้เป็นการเมืองท้องถิ่น แต่สะเทือนลึกถึงการเมืองระดับชาติ
เพราะการเลือกตั้งนายก อบจ.เปรียบเหมือนยึดกุมฐานคะแนนท้องถิ่น เพื่อต่อยอดไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ปี 2570 โดยเฉพาะพรรคใหญ่ 3 ขั้วข้าง ตัวแปรสำคัญบนกระดานการเมือง
ขั้วที่ 1 พรรคเพื่อไทย ที่ขับเคลื่อนโดย “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ช่วยหาเสียง ถูกตั้งคำถามว่า “สิ้นมนต์ขลัง” แล้วหรือไม่ หลังจากส่งผู้สมัครนายก อบจ.ไป 16 จังหวัด ได้กลับมา 10 จังหวัด
ขั้วที่ 2 พรรคภูมิใจไทย สถาปนาตนเองเป็นพรรคการเมืองสไตล์ “บ้านใหญ่” ยึดกุมท้องถิ่นได้หลายแห่ง ทั้งอีสานและภาคใต้ แม้ไม่ส่งในนามพรรค
ขั้วที่ 3 พรรคประชาชน ได้มา 1 ที่นั่งแบบเซอร์ไพรส์ จากสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ลำพูน “วีระเดช ภู่พิสิฐ”
เมื่อจบศึกนายก อบจ. ทุกพรรคต่างเห็นผลเลือกตั้ง ชอตต่อไปคือการเลือกตั้ง 2570
ทักษิณดึงแต้มกลับเพื่อไทย
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น มองข้ามชอตไปถึงการเมืองปี 2570 ว่า
การเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ผ่านมา รูปแบบการเลือกตั้งของโหวตเตอร์ เป็นแบบเดียวกับเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 คือพรรคส้ม (พรรคประชาชน) แดง (พรรคเพื่อไทย) น้ำเงิน (เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย) คนที่เลือกแบบเชิงอุดมการณ์แบ่งข้างแบ่งสีชัดเจน ไม่เปลี่ยนแนวรบ
เช่น การเลือกตั้งนายก อบจ.ที่เชียงใหม่ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยชนะ 2 หมื่นคะแนนเศษ แต่ไปดูรายย่อยในรายเขต ปรากฏว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ 70% ต้น ๆ โดยเฉพาะเขตไข่แดงตัวเมืองและรอบ ๆ เมืองเชียงใหม่ คะแนนเสร็จพรรคประชาชนหมด
อย่างไรก็ตาม การที่ “ทักษิณ” ลงพื้นที่ปราศรัยในหลายจังหวัด ก็เพื่อการันตีว่าอย่างน้อย ๆ คะแนนจะได้เท่าเดิม และจะได้เพิ่มเขตที่ไม่ควรเสียในการเลือกตั้ง 2566
เช่น คะแนนที่กระเด็นไปอยู่พรรคอื่น ๆ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยควรชนะ เช่น ที่กระจายไปพรรคไทยสร้างไทย ถูกพรรคพลังประชารัฐดูดไป หรือน้ำเงินชิงไปเป็นพวก
“วันนี้คุณทักษิณมาเพื่อชิงของที่ควรจะเป็นของเพื่อไทยกลับมา และตรึงฐานคะแนนเดิมเอาไว้ หลอมรวมให้เป็นสีแดง เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งทำแบบนี้ตัวเลขก็จะขึ้นในเขตที่ไม่ควรแพ้ก็จะกลับมาชนะ”
“ง่าย ๆ พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง 2566 อาจจะได้ สส.น้อยไปแค่ 2 เขต แต่เลือกตั้ง 2570 เชียงใหม่อาจจะได้ สส.กลับมาบ้าง แต่ไม่ใช่ยึดกลับมาทั้ง 7 เขตที่เสียให้กับพรรคประชาชน”
เติมปัจจัยสู้ศึกปี’70
แล้วพรรคเพื่อไทยต้องเติมปัจจัยอะไร หากจะสู้ศึกเลือกตั้ง 2570 ดร.สติธร
มองว่ารอบนี้ ต้องดูว่าพรรคเพื่อไทยขาดอะไร สมมุติบางพื้นที่จะไปชิงกับสีน้ำเงินในภาคอีสาน แต่ยังชิงไม่สำเร็จ เช่น ศรีสะเกษ บึงกาฬ เกิดอะไรขึ้น ถ้าเล่นการเมืองสไตล์บ้านใหญ่เหมือนกัน อาจต้องดูว่ามาจากท่อน้ำเลี้ยงอีกฝั่ง Flow กว่าหรือเปล่า เราจะเติมบ้างไหม
กับอีกส่วนหนึ่งคือการชิงกระแสกับสีส้ม เป็นปัญหาที่สีส้มหลบมุมไม่ส่งผู้สมัครในภาคอีสาน
การที่สีส้มหลบมุม แต่พรรคเพื่อไทยไปเผลอแพ้สีน้ำเงิน ถึงเวลาจริงเลือกตั้ง 2570 พรรคเพื่อไทยอาจจะชนะอยู่ เพราะส้มอาจจะไปตัดน้ำเงิน เพราะคะแนนสีน้ำเงินปัจจุบันอาจมีส้มปนอยู่เยอะ
“เมื่อเลือกตั้งระดับชาติเปิด สีแดงอาจจะนำ ต้องดูว่าต้องเติมอะไร ข้อมูลเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าคะแนนที่มีอยู่ในมือของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ที่ยังไม่ปรากฏพอประเมินได้ใช่ไหมว่าเป็นเท่าไหร่ พรรคการเมืองแต่ละพรรคก็จะรู้แล้วว่าต้องเติมปัจจัยอะไร ถ้าเป็นคะแนนอิสระมาก ๆ ต้องเติมกระแส นโยบาย แต่ถ้าเป็นคะแนนจัดตั้งก็ต้องเติมเงินแค่นั้นเอง”
ทักษิณต้องออกแรงเยอะ
ที่มีการวิเคราะห์ว่า “ทักษิณ” สิ้นมนต์ขลังแล้วหรือไม่ “ดร.สติธร” ยืนยันว่าไม่สิ้นหรอก สิ้นลายต้องไม่ไหว ทำอะไรไม่ขึ้นเลย จริง ๆ แค่ไม่เหมือนทักษิณยุคไทยรักไทย หรือยุคยิ่งลักษณ์ เป็นยุคที่ต้องลงทุนลงแรงหนักขึ้น จึงจะได้ผลตอบแทน เพราะ High Risk High Return อย่างเดียวไม่พอ High Energy ต้องออกแรงเยอะด้วย
ไขคำตอบ ปชน.แพ้
ส่วนพรรคประชาชนที่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 17 จังหวัด แต่ได้แค่ 1 ที่นั่ง จากนายก อบจ.ลำพูนนั้น ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า ที่พรรคประชาชนส่งคนลงชิง 17 นายก อบจ. คือจังหวัดที่เขาชนะเลือกตั้งระดับชาติอยู่แล้ว ดังนั้น จริง ๆ ฐานคะแนนเขามากกว่า กระแสที่เคยมีตอนเลือกตั้ง 2566 ก็ยังอยู่กับพรรคประชาชน
เพียงแต่การเลือกตั้งท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นจากลำพูน ถ้าคนออกมาใช้สิทธิแค่ 70% ไม่ใช่ 73% พรรคประชาชนก็จะแพ้ หรือเชียงใหม่ถ้าคนออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 3-5% ก็จะชนะเพื่อไทย เพราะแพตเทิร์นการเลือกของโหวตเตอร์เท่าเดิม ถ้าทุกจังหวัดมาต่ำกว่า 70% ทั้งหมด พรรคประชาชนก็แพ้ แต่มีลำพูนมาใช้สิทธิเกิน 73% พรรคประชาชนจึงชนะ หรือแค่เปลี่ยนเลือกตั้งเป็นวันอาทิตย์ เชียงใหม่ก็อาจจะชนะ
“ค่อนข้างการันตีว่าคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ในเขต 1 เขต 2 เขต 3 ที่นับแล้วคะแนนพรรคประชาชนนำช่วงแรก พรรคเพื่อไทยไม่มีทางเอาคืนแล้ว เพราะคนออกมาแค่นี้ยังแพ้ แล้วเลือกตั้งใหญ่มาเพิ่มอีก 10% จึงคิดว่าจะชนะยากแล้ว พรรคเพื่อไทยก็ต้องไปเอาคะแนนจากรอบนอกคืนในการเลือกตั้งปี 70”
“พรรคส้มต้องทำงานเชิงพื้นที่มากขึ้น ปิดจุดอ่อนของตัวเอง เพราะบทเรียนลำพูนก็ชัด ไม่ใช่กระแสอย่างเดียว ผู้สมัครต้องทำพื้นที่ สร้างการยอมรับจากกลุ่มต่าง ๆ ถ้าทำอย่างนี้พรรคก็มีโอกาสโต ต้องมีเครือข่าย มีตัวตน มีคนทำงาน”
พรรคภูมิใจไทยขาดทุน
ในส่วนพรรคภูมิใจไทย ดร.สติธร มองว่าพรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จที่ภาคใต้ เพราะขยายฐานตัวเองออกไป
ภาคเหนือ เชียงรายถือว่าเท่าทุน ไม่ต่อยอดการเมืองระดับชาติ เพราะสุดท้ายสนามเลือกตั้งก็จะมีแค่พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย
ส่วนอีสาน แค่รักษาที่นั่งเดิมไว้ได้ เช่น ศรีสะเกษ บึงกาฬ บุรีรัมย์ สุรินทร์ คือฐานพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว แต่ที่เสียเยอะคือจังหวัดที่เคยชนะแล้วมาแพ้ เช่น นครพนม สกลนคร มหาสารคาม ถือว่าเสียที่อีสาน
“เลือกตั้งใหญ่ปี’70 ภูมิใจไทยก็ทำฐานของตัวเอง ตรึงฐานของตัวเองให้ได้ เพราะวันนี้สุ่มเสี่ยงที่จะโดนดูด เพราะพรรคเพื่อไทยก็ตรึงกำลังบ้านใหญ่ หนีไม่พ้นจะต้องมากินแดนกัน ดังนั้น เครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยที่เป็นเครือข่ายกันอยู่แล้วก็ต้องผูกให้แน่น แต่ต้องระวังคืออีกฝ่ายจะมาดึง ถ้าถูกดึงก็เสร็จ”
ประชาธิปัตย์ 2 เฉด
ส่วนพรรคที่เคยยิ่งใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ เลือกตั้งนายก อบจ.รอบนี้ทำให้เห็นชัดขึ้น ว่ามีพรรคประชาธิปัตย์ 2 เฉดที่ไม่ลงรอยกัน ไม่ใช่แค่ที่พรรค แต่ในพื้นที่ก็ไม่ลงรอยกัน จึงเห็นพรรคประชาธิปัตย์บางเฉดไปจับกับสีน้ำเงิน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เฉดที่บริหารพรรคอยู่ตอนนี้จุดไม่ขึ้น ภาคใต้จึงมีโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยขยายพื้นที่ และถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติยวบไปอีกก็จะไปเกาะกับน้ำเงินหมด
วิเคราะห์เกมเลือกตั้ง 70
แม้จะมีเวลาอีกราว 2 ปีกว่าจะถึงการเลือกตั้ง 2570 แต่ชวน ดร.สติธรวิเคราะห์ เมื่อเห็นข้อมูลคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด สะท้อนการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2570 อย่างไร
พรรคเพื่อไทยก็ยังมาอันดับ 1 อยู่ที่ สส.เขต 130 ที่นั่ง ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ 60 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชนน่าจะทรง ๆ ดูเหมือนคะแนนดิบดีขึ้นไปเพิ่มคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 15-16 ล้านเสียง แต่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แคปอยู่ที่ 100 ที่นั่ง เพิ่มยังไง สส.ก็จะไม่ได้เยอะ แต่ตัว สส.เขต 113 เขตที่ชนะ มีโอกาสแค่เท่าเดิม หรือลดลงนิดหน่อยด้วยซ้ำ
หรือถ้าคะแนนพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อย แล้วคู่แข่งหันมาจับมือเพื่อบวกคะแนนกัน พรรคประชาชนแพ้ แนวโน้มจะเป็นแบบนี้ เพราะพรรคกลัวส้มก็จะไม่แข่งกัน และสำคัญยังมี “กาวใจ” แบบคุณทักษิณมารวมกัน
สิ่งที่พรรคประชาชนควรสู้ คือต้องตรึงเครือข่ายในพื้นที่ด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจทย์ใหญ่ ทักษิณ-ส้ม-น้ำเงิน จบศึกนายก อบจ.สู่เกมเลือกตั้ง 70
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net