ฐาปนีย์ รับปรับเป้าต่างชาติเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต รับจบ 35.5 ล้านคน เล็งของบ 3.5 พันลบ. บูสต์ตลาดเพิ่ม
ฐาปนีย์ รับปรับเป้าต่างชาติเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต รับจบ 35.5 ล้านคน เล็งของบ 3.5 พันลบ. บูสต์ตลาดเพิ่ม
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นเรื่องความหวาดระแวง ความไม่เชื่อมั่น และกระแสเชิงลบที่ถาโถมเข้ามาในโลกออนไลน์ ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความอ่อนไหวในเรื่องความปลอดภัยมีผลกระทบ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งต้องบอกว่าประเทศไทยจะไม่ง้อนักท่องเที่ยวจีนก็ไม่ได้ เพราะตัวเลขตลาดต่างชาติจะไปไม่ไหวเลย โดย ททท.คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย อยู่ที่ 35.5 ล้านคน เท่ากับปี 2567 สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับฐานรายได้ 1.67 ล้านล้านบาทของปี 2567 เพิ่มเป็น 1.83 ล้านล้านบาทในปีนี้ ส่วนเป้าหมายนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย ตั้งเป้าเท่าเดิมที่จำนวน 205 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ตลาดในประเทศ 1.17 ล้านล้านบาท ทำให้เป้าหมายรายได้รวมทั้งตลาดในและต่างประเทศปีนี้อยู่ 3 ล้านล้านบาท เท่ากับรายได้รวมเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยทั้งปี 2568 ในกรณีเลวร้ายสุด สถานการณ์ไม่ดีขึ้นและมีปัจจัยควบคุมไม่ได้มากกว่าเดิม จะทำได้ที่ 4 ล้านคน แต่หากสถานการณ์ยังคง สามารถดึงบรรยากาศความเชื่อมั่นกลับมาได้ น่าจะผลักดันไปถึงจำนวน 6.7 ล้านคนเท่าปี 2567 ได้ เพื่อรักษาตลาดให้เดินต่อไป ททท.เตรียมชงของบประมาณวงเงินรวม 3,500 ล้านบาทจากรัฐบาล ทำเป็นบูสเตอร์ช็อต (Booster Shot) เพื่อนำมากระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติผ่าน 3 โครงการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดย ททท.มองว่า จากสถานการณ์ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวในตอนนี้ นอกจากจะกระตุ้นตลาดในประเทศแล้ว จำเป็นต้องแบ่งงบประมาณส่วนหนึ่งมารักษาแรงส่ง (Momentum) ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า งบประมาณก้อนที่ขอเพิ่มนั้น จะใช้ดำเนิน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ตั้งเป้าหมายกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้ จากการหารือล่าสุดอาจมีการปรับลดจำนวนสิทธิเหลือไม่ถึง 1 ล้านสิทธิ และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะถูกจำกัดสิทธิ ใช้ได้สูงสุดไม่ถึง 10สิทธิต่อ 1 คน 2.โครงการส่งเสริมตลาดร่วม (Joint Promotion) ผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) เพื่อเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ซึ่ง ททท.จะร่วมกับ โอทีเอรายใหญ่ให้ครอบคลุมการทำตลาดทั่วโลก และ 3.โครงการส่งเสริมตลาดร่วม (Joint Promotion) กับสายการบิน ทำเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดย ททท.จะสนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) แต่จะให้น้ำหนักการสนับสนุนแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำมากกว่า เพราะเที่ยวบินประจำได้อานิสงส์บางส่วนจากโครงการส่งเสริมตลาดร่วมกับโอทีเอไปแล้ว
“สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในตอนนี้ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลัว ไม่อยากเดินทาง กระทบต่อการทำตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำของบริษัททัวร์ และเกรงว่าในอนาคตจะกระทบต่อตลาดเที่ยวบินประจำตามมา โดยตอนนี้ต้องพยุงตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนเอาไว้ เงื่อนไขการสนับสนุนเบื้องต้นคือต้องการันตีผู้โดยสาร มีอัตราการขนส่ง (Load Factor) ไม่ต่ำกว่า 85%” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า นอกเหนือจาก 3 โครงการดังกล่าว ททท.มีแผนใช้งบการตลาดของตัวเอง ทำโครงการสวัสดี หนีห่าว จัดเมกะแฟมทริปในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 เชิญผู้ประกอบการบริษัททัวร์ สื่อมวลชน และผู้นำทางความคิด (KOL) จากจีนเดินทางมาสำรวจบรรยากาศและสินค้าการท่องเที่ยวของไทยรวม 500 คนจากทุกมณฑลทั่วประเทศจีน แบ่งเป็นตัวแทนบริษัททัวร์ 300 คน และสื่อมวลชนกับผู้นำทางความคิดอีก 200 คน โดยนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จะมาร่วมเปิดงานเมกะแฟมทริปโครงการสวัสดีหนีห่าวด้วย เพื่ออัพเดตข้อมูลและแผนงานของรัฐบาลไทยว่าปัจจุบันได้บริหารจัดการข้อกังวลต่างๆ ที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนอย่างไรบ้าง ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เข้าใจภาพและเชื่อมั่นประเทศไทย โดยการบริหารจัดการสถานการณ์ในช่วงนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ต้องเป็นระดับ G2G หรือระหว่างรัฐบาล โดยทางนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความต้องการเทียบเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจีน มาร่วมงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบ 50 ปี ไทย-จีน ในเดือนกรกฎาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฐาปนีย์ รับปรับเป้าต่างชาติเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต รับจบ 35.5 ล้านคน เล็งของบ 3.5 พันลบ. บูสต์ตลาดเพิ่ม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th