โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไม่ได้รับค่าจ้าง ไร้คนรับผิดชอบ-ช่วยเหลือ แรงงานข้ามชาติ ‘ถูกลอยแพ’ หลังตึก สตง.ถล่ม ภาคประชาสังคมร้องบริษัท-รัฐต้องรับผิดชอบ

The Momentum

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 04.35 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (1 เมษายน 2568) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group: MWG) เปิดเผยว่า กลุ่มแรงงานข้ามชาติเผชิญปัญหา ‘ไร้ความช่วยเหลือ’ จากภาครัฐ หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.7 จนทำให้โศกนาฏกรรมอย่างเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา

ทู ซาร์ (Thu Zar) แรงงานก่อสร้างชาวเมียนมาที่ทำงานให้กับบริษัทเอสเอ หนึ่งในผู้จ้างเหมาช่วงให้สัมภาษณ์ว่า เธอกำลังตามหาเพื่อนร่วมงานที่หายไป 4 รายจากเหตุการณ์ตึกถล่มครั้งนี้ ได้แก่ ชาวเมียนมา 3 รายและเพื่อนชาวไทย 1 ราย โดยที่เธอไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐไทย มีเพียงการเปิดลงชื่อแจ้งคนสูญหายเท่านั้น ขณะที่ทำได้แค่เพียงขอนายจ้างลา โดย ‘ไม่ได้รับค่าจ้าง’ และติดตามข่าวสารด้วยการเดินทางมาดูสถานการณ์ที่ซากอาคาร โดยใช้ค่าแรง 300 บาทที่มีอยู่ใช้บริการแท็กซี่ 3 วันติดกัน

“ตอนนี้เราไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย และไม่รู้ว่าต้องไปหาใครที่ไหนอย่างไร” ทูซาร์ระบุ

ขณะที่ ซาย ทุน ส่วย ล่ามและตัวแทนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา ที่อยู่ในพื้นที่อาคารถล่มทั้ง 3 วันระบุว่า ความเป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติน่ากังวลมาก ทั้งความเป็นห่วงเรื่องการตามหาญาติตนเองไม่พบ และการขาดตัวกลางประสานงานกับรัฐอย่างโรงพยาบาล กลายเป็นทุกคนไร้ที่พึ่ง และค่าแรงยังไม่ได้รับ

แรงงานก่อสร้างส่วนใหญ่ในเหตุตึกถล่มเดินทางมาจากหลายไซต์งาน เช่น ห้วยขวาง ดอนเมือง เจริญกรุง บางแค หรือคลองเตย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยากต่อการช่วยเหลือ หลังพบว่า มีนายจ้างรับเหมาไม่ติดต่อลูกจ้าง ขณะที่กระทรวงแรงงานไม่ทำงานร่วมกับนายจ้าง โดยล่ามชาวเมียนมายืนยันว่า แรงงานข้ามชาติทุกคนควรได้รับสิทธิประกันสังคมทั้งหมด

นอกจากนี้ข้อมูลจากเครือข่ายด้านองค์กรประชากรข้ามชาติ ยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวข้องกับอาคาร สตง. โดยพบว่า มี ‘ผู้รับผิดชอบ’ หลายฝ่าย ได้แก่ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 และอิตาเลียนไทยในฐานะบริษัทคู่สัญญารับเหมาก่อสร้าง ขณะที่มีผู้จ้างเหมาช่วงและมีแรงงานจากบริษัทอื่นๆ อีก 15 บริษัท ทำให้ยากต่อการตรวจสอบสถานะแรงงานและสิทธิการรักษาพยาบาล โดยรายชื่อทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

  • บริษัท 9 พีเค

  • ทีมงานช่างสำรวจที่ถูกจ้างเป็นทีมสำรวจงานสถาปัตย์

  • บริษัทยูนิค

  • บริษัทเอสเอ

  • บริษัท TTSW

  • บริษัท CN progress

  • บริษัท P&J

  • บริษัทก้องเก้า

  • ผู้รับเหมาส่วนบุคคล

  • บริษัทภูมิสเคป

  • ผู้รับเหมานอก

12-15. ผู้รับเหมานอกที่ บริษัทไชน่า เรลเวย์ 10 จ้าง

สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหา อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ เสนอให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติตาม 4 ข้อ โดยต้องประกาศภาวะฉุกเฉินสำหรับแรงงานจากเหตุการณ์ตึกถล่มครั้งนี้ดังต่อไปนี้

  • กระทรวงแรงงานต้องเรียกบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 และอิตาเลียนไทย ส่งชื่อบริษัทรับเหมา รายชื่อลูกจ้างแต่ละคน และหลักฐานการนำส่งประกันสังคมและกองทุนทดแทน เพื่อประเมินความเสียหายของแรงงาน โดยเฉพาะจำนวนผู้สูญหายที่อาจมากกว่าการประเมิน

  • กระทรวงแรงงานควรเป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างแรงงานข้ามชาติกับหน่วยงานรัฐ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า การสื่อสารไร้ความชัดเจน ขณะที่แรงงานข้ามชาติไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐไทยได้

  • การเยียวยาความผิดต้องใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างชั้นต้นคือ บริษัทคู่สัญญารับเหมาสร้างตึกต้องร่วมรับผิดชอบค่าชดเชย ไม่ผลักภาระไปที่ผู้รับเหมารายย่อย

  • รัฐไทยควรมีหน่วยงานประสานเอกสารและการพิสูจน์ตัวตนของแรงงานข้ามชาติ เพื่อตรวจสอบและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

ปัจจุบัน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทวงแรงงาน เผยว่า ขณะนี้กำลังหารือกับบริษัทผู้รับเหมาเพื่อตรวจสอบสิทธิประกันสังคมแรงงานผู้เสียชีวิต 18 ราย ซึ่งหากอยู่ใน ‘ระบบประกันสังคม’ ต้องได้รับเงินเยียวยา 2 ล้านบาท แต่หากไม่ได้อยู่ตามเงื่อนไข บริษัทรับเหมาต้องรับผิดชอบ ขณะที่กระทรวงแรงงานเริ่มตั้งศูนย์ประสานตลอด 24 ชั่วโมง และอำนวยความสะดวกด้วยการนำล่ามภาษากัมพูชาและเมียนมา เพื่อติดต่อประสานงานแจ้งคนหาย

อ้างอิง:

- เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...