โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิธีสู้หนี้นอกระบบ "เงินเทอร์โบ” แนะปลดเพดานดอกเบี้ย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ย 2567 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 05.02 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

รายได้และการเติบโตที่หวือหวาในอดีตของ “ธุรกิจสินเชื่อ” กำลังถูกชะลอและลดทอนด้วยภาวะเศรษฐกิจ

“สุธัช เรืองสุทธิภาพ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ถอดสูทนั่งพูดคุยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ในวันที่ “เร่งเทอร์โบ” ได้ลดลง

“เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้คนใช้จ่ายกันยากขึ้น ทุกคนก็พากันเข้มในการปล่อยสินเชื่อ” เขาอัพเดตภาวะปัจจุบัน

“ตลาดแย่ เศรษฐกิจไม่ดี แต่ไม่ถึงขนาดระเบิดพังพินาศ ข้อเท็จจริงคือกำไรลด และอยู่ในช่วงระมัดระวังตัวกันหมด”

พฤติกรรมและเป้าหมายในการขอสินเชื่อผ่านการจำนำทะเบียนรถยนต์เปลี่ยนแปลงไป จากอดีตผู้คนต้องการเงินเพื่อนำไปขยายกิจการ แต่ปัจจุบันเป็นลักษณะหวังผลในเชิงการหมุนเวียนระยะสั้นหรือฉุกเฉิน

“จำนวนเงินมันสะท้อนว่าคุณเอาไปทำอะไร” สุธัชสังเกตจากตัวเลขมูลค่าสินเชื่อที่ถูกร้องขอ

ปัจจุบันมี “ผู้ต้องการสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น” แต่การเติบโตของพอร์ตเจ้าหนี้นั้นลดน้อยลง เนื่องจากระมัดระวังในการปล่อยกู้ ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อและการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้นในทุกวงการ

“หนี้เสียที่ลดลงเกิดขึ้นเพราะเราปล่อยน้อยลง คนในอุตสาหกรรมนี้รับรู้ว่าคนต้องการเงิน และก็อยากให้เงิน เพียงแต่ทุกคนต้องระวังมากขึ้น พยายามให้เงินกับคนที่คิดว่าเขาผ่อนไหว”

เมื่อถามถึงการจำนำทะเบียนรถยนต์ประเภท EV เขาบอกว่า “เริ่มมีมาจำนำบ้าง” แต่ยังไม่มี “ค่ากลาง” ที่ชัดเจน สิ่งที่กลุ่ม “ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ” อยากเข้าใจคือ

1.ภายหลังฝุ่นตลบแล้ว ราคา EV จะเป็นอย่างไร
2.รถ EV มีค่าเสื่อมราคาและการดูแลบำรุงรักษาเท่าไหร่
3.ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ตลาด EV จะมีผู้เล่นเหลืออีกกี่ราย

“เราไม่ได้กลัวเทคโนโลยี สิ่งที่กลัวคือไม่รู้จริง ๆ ว่าราคาเท่าไหร่ คุณจะลดราคาอีกกี่แสนหลังจากเปิดตัว และหลังจากใช้ไปแล้วจะเหลือมูลค่าเท่าไหร่”

เมื่อผู้คนกู้ในระบบไม่ได้ ก็หันไปพึ่งพา “นอกระบบ” ที่เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว

นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถเสนอการแก้ “หนี้นอกระบบ” ที่ซับซ้อนและทับถมสังคมไทยมาอย่างยาวนานด้วยวิธีการ “เปิดเพดานดอกเบี้ย”

“ผมถามหน่อยว่า แม่ค้าในตลาดเมืองไทยคนไหนไม่เป็นหนี้นอกระบบบ้าง ต้องเข้าใจก่อนว่าทุกที่ในไทยมีหนี้นอกระบบหมด ยอมรับความจริงก่อน”

ปัจจุบันตามกฎหมายเพดานการกู้ยืมสินเชื่อบุคคลถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสถาบันการเงิน

“ถามหน่อยว่าระหว่างธนาคารกับเจ๊แดง (นามสมมุติ) ผมอยากเป็นหนี้ใครมากกว่ากัน”

“คำถามคือ ทำไมเราถึงมีหนี้นอกระบบอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้า ทั้ง ๆ ที่คนกู้ก็ไม่อยากเป็นหนี้นอกระบบ คำตอบเดียวคือ เขากู้ในระบบไม่ได้ไงล่ะ”

ปัจจุบัน “สภาพคล่องธนาคาร” อยู่ในระดับสูง มียอดคงค้างเงินฝากหลายล้านล้านบาท สุธัชเห็นว่าน่าจะใช้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้เกิดโอกาสมากกว่าที่เป็น

เขาบอกว่าสาเหตุที่ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อเกิดจาก 2 เหตุผล

1.ความสามารถในการทำธุรกิจให้อยู่รอด “ทำแล้วโอกาสเจ๊งเยอะเขาก็ไม่ปล่อย” 2.เพดานดอกเบี้ย ต้องขยายในระบบให้ใหญ่และกว้าง ทำให้นอกระบบวิ่งเข้ามา นี่คือวิธีที่ง่ายที่สุด เมื่อสภาพความเป็นจริง หรือค่าพื้นฐานคือ “ผู้คนต้องการเงิน”

“เรายังไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายดอกเบี้ยมันต้องกี่เปอร์เซ็นต์ สมมุติปล่อยนาย A 40 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหนี้กำไร 20 เปอร์เซ็นต์ ปีหน้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ คุณจะเจอเจ้าสัวในเมืองไทยอีก 20 คนมาตั้งบริษัทปล่อยสินเชื่อ แล้วสู้กันจนตายไปข้าง สุดท้ายหลังฝุ่นตลบคุณจะเห็นราคาตลาดที่แท้จริง”

คนปล่อยกู้คือคนคุมเกม ปัจจุบันดอกเบี้ยนอกระบบมีหลากหลายระดับ พบเห็นได้ตั้งแต่หลักสิบลากเส้นยาวไปถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อปี

“ตอนนี้บางคนจ่ายดอกเบี้ย 100-200 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ดอกลอยเดือนละ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ในระบบไม่มีทางเกิดขึ้นได้” CEO เงินเทอร์โบบอก หากอยู่ในระบบ ‘คุณไม่จ่าย’ เจ้าหนี้ทำได้มากที่สุดแค่ฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์ แต่นอกระบบนั้นคุณเป็นลูกไก่ในกำมือ คาดเดาไม่ได้ว่าจะเผชิญหน้ากับปัญหา หรืออันตรายใดบ้าง

สุธัชที่พาเงินเทอร์โบโตไกล 1,050 สาขา ใน 7 ปี มีทีมงาน 2,700 คน ทิ้งท้ายว่า

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าถึงเงินของคน มากกว่าการเข้าถึงที่ถูกที่สุด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิธีสู้หนี้นอกระบบ “เงินเทอร์โบ” แนะปลดเพดานดอกเบี้ย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...