โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทางรอดทีวีไทย เพิ่มเนื้อหาคุณภาพ สู้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2567 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2567 เวลา 06.14 น.

กสทช. เผยผลวิจัย ฉากทัศน์อุตสาหกรรรมทีวีไทย เทียบเคียง 7 ประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทีวีคล้ายกัน ทำไมทีวีหลายประเทศชนะแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

วันที่ 18 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการจัดการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาภายใต้โครงการศึกษา “ฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพกระจายเสียงในอนาคตของไทยภายใต้สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป” ซึ่ง กสทช. ได้ว่าจ้างบริษัท SCF Associate LTD. เป็นผู้ทำการศึกษา โดยมีการเผยแพร่ผลการศึกษาหลายด้าน

ส่วนหนึ่งในผลการรายงานวิจัยที่น่าสนใจ คือ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้รับชม จุดเน้นคือแพลตฟอร์ม Over on Top หรือ OTT ตลอดจนสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มที่กำลังท้าทายอุตสาหกรรมทีวีไทย

คำถามสำคัญคือ ในหลายประเทศทีวีอยู่รอดและเอาชนะใจผู้ชมในประเทศได้อย่างไร

ผลวิจัยบางส่วนอธิบายว่า อยู่ที่คุณภาพเนื้อหา ที่ แม้แต่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยังต้องทุ่มทุนมหาศาลเพื่อสร้างเนื้อหาคุณภาพให้กับผู้ชม แพลตฟอร์ม OTT รายใหญ่อย่าง Netflix ลงทุน 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการจ้างผลิตเนื้อหาคุณภาพในปีที่แล้ว

แต่ก็ไม่ใช่แค่สตูดิโอ หรือผู้ผลิตสื่อเท่านั้น ผู้กำกับเแลอุตสาหกรรมก็ต้องมีกรอบการสนับสนุนและดูแลให้เกิดเนื้อหาคุณภาพด้วย ทั้งนี้ลำพังเนื้อหาก็อาจไม่เพียงพอต่อไป เพราะช่องทางในการเข้าถึงผู้ชมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านก็ต้องคำนึงถึงความยืดหยุ่น เข้ากับแพลตฟอร์มและกลุ่มผู้ใช้งานอีกด้วย

เส้นทางของอุตสาหกรรมแพร่ภาพกระจายเสียงนับว่าถูกท้าทายจากหลายด้านทั้งเนื้อหา ช่องทาง และเทคโนโลยีใหม่

สถานการณ์แพลตฟอร์ม OTT ต่างชาติรุกไทย

ในเบื้องต้น รายงานชี้ผลสำรวจออนไลน์พฤติกรรมผู้รับชมตามกลุ่มอายุ ตั้งแต่วัยรุ่นถึง 30 ปี เข้าถึงคอนเทนต์ทีวีผ่านอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต สมาร์ททีวีและอื่น ๆ แต่กระนั้นการสตรีมมิ่งก็ยังมีต่นทุนเครือข่าย ที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยอาจเข้าไม่ถึง รวมถึงตามเขตชนบทที่ยังนิยมดูทีวีอยู่

อย่างไรก็ตามแนวโน้มของ OTT ก็นับว่าได้แย่งส่วนแบ่งรายได้หลักอย่างชัดเจน จากผู้ให้บริการฟรีทีวี

ในบริบทประเทศไทย กลุ่มผู้ให้บริการ OTT จากต่างชาติรุกเข้ามา 2 กลุ่ม

• กลุ่มแรกจากสหรัฐอเมริกา (โดยเฉพาะกลุ่ม GAFAM ประกอบด้วย Google, Apple, Facebook/Meta, Amazon, Microsoft) ทุกรายล้วนเป็นผู้เล่นระดับโลก และมีมูลค่าทางการตลาดต่อปีราว ๆ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่ามาก เมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งอยู่ระหว่าง 0.42-1.41 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

• กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์หลักจากประเทศจีน เช่น ByteDance (TikTok), Viu, WeTV กลุ่มบริษัท GAFAM มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน กลุ่มเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม บริการออนไลน์ขนาดใหญ่ และมีบทบาทในตลาดแพร่ภาพกระจายเสียงทั่วโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน ภูมิภาคนี้มีประชากรมากกว่า 700 ล้านคน และมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้บริการออนไลน์ กลุ่มนี้มีบริการสตรีมมิ่งที่สำคัญ เช่น YouTube, Twitch, ช่องช็อปปิ้ง และเว็บไซต์แบ่งปัน เนื้อหาแบบ short-form ที่สร้างโดยผู้ใช้ รวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในระบบนิเวศของสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมาก

ในอีกระยะหนึ่งมีแนวโน้มที่กลุ่มบริษัทเหล่านี้อาจเข้าซื้อกิจการผู้ให้บริการสตรีมมิ่งราย ใหญ่จากสตูดิโอฮอลลีวูด (ดิสนีย์, วอร์เนอร์, ยูนิเวอร์แซล เอ็มจีเอ็ม, พารามาวน์, โซนี่ ฯลฯ) รวมถึงเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ สตรีมมิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตอนนี้

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของสตรีมเมอร์รายเล็กของไทยให้บริการเว็บไซต์สตรีมมิ่ง ซึ่งการเข้าถึงอาจมาจากการคำแนะนำ ของเว็บค้นหา กลุ่มนี้ยังไม่ได้มีมาตรการการจดทะเบียนหรือการกำกับดูแล เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลกและผู้ให้บริการ สตรีมมิ่งรายใหญ่จากสตูดิโอฮอลลีวูด (ดิสนีย์, วอร์เนอร์, ยูนิเวอร์แซล เอ็มจีเอ็ม, พารามาวน์, โซนี่ ฯลฯ) กลุ่มนี้เองก็มีโฆษณา จำนวนมาก และเสียภาษีเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย อีกทั้งยังขาดมาตรฐานด้านการแข่งขันที่เท่าเทียมในมิติของการกำกับดูแล มาตรฐานเนื้อหาระหว่างดิจิทัลทีวีกับกลุ่มแพลตฟอร์มออนดีมานด์ และรวมถึงเรื่องมาตรการด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วย

ดังนั้น การคุ้มครองผู้บริโภคและลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาจึงไม่มีการกำกับดูแลเลยในบริการเหล่านี้ ผู้เล่น OTT เหล่านี้ปรากฏ ตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยไม่มีมาตรการกำกับดูแล และยังแย่งชิงรายได้การโฆษณาไปจากผู้ให้บริการดิจิทัลทีวีด้วย

อุตสาหกรรมทีวีต่างประเทศตอบสนองอย่างไรกับ OTT

จากการศึกษาตลาดต่างประเทศในการศึกษานี้ จำนวน 8 แห่ง รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ และสหภาพยุโรป พบว่า ปัญหาโทรทัศน์ดิจิทัลแบบฟรีทีวีถูกท้าทายจากบริการสตรีมมิ่งนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก แต่การตอบสนองต่อปัญหานั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของสื่อในประเทศ (สื่อสาธารณะและสื่อเชิงพาณิชย์ที่มีเงื่อนไขผูกพันในการนำเสนอบริการเพื่อประโยชน์สาธารณะ) สภาพแวดล้อมอื่นในประเทศก่อนการเข้ามาของ OTT และการกำกับดูแล

ตัวอย่างเช่นในออสเตรเลีย บริการ OTT จากเน็ตฟลิกซ์ เข้าถึงครัวเรือนได้ 60% เนื่องจากการครอบคลุมของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเนื้อหาที่มีคุณภาพคำของเนื้อหาทางโทรทัศน์ ตรงกันข้าม ในฝรั่งเศส ผู้ชมส่วนใหญ่รับชมจากสถานีโทรทัศน์หลัก 7 แห่ง ซึ่งออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ (และโทรทัศน์ฟรีทีวี) พร้อมกับช่องสตรีมมิ่งและบริการแบบจ่ายต่อการรับชม เช่น Canal+ อันเป็นผลมาจากการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง

โดยช่อง ARTE เป็นตัวอย่างมาตรฐาน ในด้านของการรวมกิจการในระดับโลก ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งพบว่าคุณภาพและความหลากหลายของเนื้อหานั้นสำคัญที่สุดที่จะเกิดสมรรถนะการแข่งขันในตลาด

ด้วยเหตุนี้ เน็ตฟลิกซ์จึงลงทุน 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการจ้างผลิตเนื้อหาในปีที่แล้วและปีนี้ โดยสัดส่วนประเทศนอกสหรัฐอเมริกาอยู่ 70% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

ทั้งนี้ ธุรกิจสตรีมมิ่งจึงค่อนข้างเปราะบาง โดยสตูดิโอใน สหรัฐอเมริกาประสบกับการขาดทุนครั้งใหญ่ เช่น วอร์เนอร์บราเธอร์ส/ดิสคัฟเวอรี่ ได้ลดมูลค่าสินทรัพย์ลง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าตลาดลดลง 70% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เดือนที่แล้ว ดิสนีย์ทำกำไรเล็กน้อยจากการสตรีมมิ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังจากขาดทุน 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการสตรีมมิ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทางรอดทีวีไทย เพิ่มเนื้อหาคุณภาพ สู้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...