“ความผันผวน” เป็นทั้ง “โอกาส” & “ความเสี่ยง”… เปิด 8 กลยุทธ์ลงทุนรับมือ “ตลาดผันผวน” !!!
Wealthy Way: โลกการลงทุนในปัจจุบันเต็มไปด้วย “ความไม่แน่นอน” ที่พร้อมจะเขย่าตลาดให้ “ผันผวน” ได้เสมอๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นในอีกมุมหนึ่งของโลก จะไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวอีกต่อไป
การจำกัดการลงทุนไว้แค่ “ในประเทศ” เองอาจไม่เพียงพออีกต่อไป และการ “กระจายการลงทุน” (Asset Allocation) จะทวีความสำคัญมากขึ้น
โดยเฉพาะการมองหาโอกาสการลงทุนใน “ตลาดโลก” ไม่ใช่แค่ใน “ประเทศไทย” อีกต่อไป !!!
แล้วเราจะรับมือ “ตลาดผันผวน” ได้ยังไง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี 8 กลยุทธ์รับมือมาฝากกัน
5 สาเหตุ ทำ “ตลาดผันผวน”
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ “ตลาดการลงทุนของโลก” ในปัจจุบัน มีมากมายหลายหลาก ที่จะทำให้ตลาดมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ที่สำคัญมาจาก 5 สาเหตุด้วยกัน ประกอบด้วย
1.เศรษฐกิจโลก/ประเทศ: มีการเปลี่ยนแปลงในตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น GDP, อัตราการว่าง หรือ อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น ทั้งในระดับโลกหรือในระดับประเทศไทยก็ตาม
2.นโยบายการเงิน / การคลัง: การตัดสินใจของ “ธนาคารกลาง” เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย หรือนโยบายการใช้จ่ายของรัฐบาล ทั้งในระดับโลกหรือในระดับประเทศไทยก็ตาม
3.เหตุการณ์ทางการเมือง: ภาวะสงคราม,การเลือกตั้ง,การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือ ความไม่สงบทางการเมือง อาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดได้ เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ หรือสงครามอิสราเอลกับประเทศรอบข้าง เป็นต้น
4.ปัจจัยธรรมชาติและเหตุการณ์วิกฤต: เช่น ภัยธรรมชาติ,การระบาดของโรค หรือเหตุการณ์ความรุนแรง อาจทำให้ตลาดผันผวนอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน เหมือนช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา เป็นต้น
5.การเปลี่ยนแปลงในบริษัท: การประกาศผลประกอบการ, การควบรวมกิจการ หรือ ข่าวสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการของบริษัท ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทมีความผันผวนอย่างมากได้เช่นกัน ทั้งในทางบวกและทางลบ
เปิด 8 กลยุทธ์ลงทุนรับมือ…“ตลาดผันผวน”
สำหรับภาวะที่ตลาดที่มี “ความผันผวน” สามารถเป็นได้ทั้ง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง” ในการลงทุนได้เช่นเดียวกัน เมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงมาตํ่าจากการถูกเทขายอย่างหนักก็อาจจะเป็นโอกาสในการลงทุน แต่ความเสี่ยงก็คือสินทรัพย์นั้นอาจมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องหรือลดลงมากกว่าที่คาดไว้ได้เช่นกัน เป็นต้น
เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสการลงทุน มี 8 กลยุทธ์รับมือ “ตลาดผันผวน” ได้แก่
1.กระจายความเสี่ยง (Diversification): โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ เป็นต้น รวมถึงการกระจายลงทุนในหลายภูมิภาค จะช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาคเดียวได้
2.ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง (Safe-haven Asset): เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนมักจะเลือกลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนหรือความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากมี “ความเสี่ยงตํ่า” และมีแนวโน้มจะ “รักษามูลค่าได้ดี” ได้แก่ ทองคำ, พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือเยอรมัน ที่มีเศรษฐกิจมั่นคง, สกุลเงินของประเทศที่มั่นคง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ, ฟรังก์สวิส หรือ เยนญี่ปุ่น, อสังหาริมทรัพย์ และโลหะชนิดอื่นๆ เช่น เงิน, แพลทินัม หรือพาลาเดียม
3.มีเงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
4.ประเมินและปรับปรุงพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
5.ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีความมั่นคงและพื้นฐานแข็งแกร่ง
6.ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบระยะยาว (Long-term Investing)
7.ใช้ตราสารอนุพันธ์: การใช้ตราสารอนุพันธ์มาช่วยป้องกันควรความเสี่ยงเป็นอีกทางเลือกที่ทำได้ แต่ผู้ลงทุนต้องมีความชํานาญในเครื่องกลุ่มนี้ เช่น การ Short Futures หรือ Long Put Options เป็นต้น
8.“รักษาสติ” และ “ไม่ตื่นตระหนก”: เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งตลาดก็ปรับตัวขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องตั้งสติให้ดีกลับมาดูข้อมูลข่าวสารตลอดจนพื้นฐานและเป้าหมายการลงทุนของเราอีกครั้ง ถ้าพื้นฐานยังโอเค ไม่กระบมต่อเป้าหมายการลงทุน การที่ตลาดปรับตัวลงก็ไม่มีอะไร “ไม่ต้องไปตื่นตระหนก” เทขายออกมาในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงแต่ประการใด เพราะอาจส่งผลร้ายมากกว่าดีต่อเป้าหมายการลงทุนของเราเองก็ได้
แม้ภาพรวมของ “ตลาดการลงทุนโลก” จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ “ความผันผวน” จะยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน เชื่อว่า 8 กลยุทธ์รับมือ “ตลาดผันผวน” นี้ จะทำให้คุณสามารถ “ลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง” (Stay Invested) เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเองได้ตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้นเอง