โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ขุนคลังคาดหวังเบี้ยประกันปี 2568 ทะลุ 1 ล้านล้าน เลขา คปภ. มั่นใจปีนี้โตแกร่ง 3.7%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 10.29 น.
พิชัย ชุณหวชิร

“พิชัย” รมว.คลัง คาดเป้าเบี้ยประกันภัยปี 2568 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท “ชูฉัตร” เลขา คปภ. คาดปิดสิ้นปีนี้เบี้ยประกันทั้งระบบแตะ 9.5 แสนล้านบาท โตแกร่ง 3.7% โชว์ผลงาน-ลุยสร้าง Market Place เพื่อสร้างระบบประกันภัยดิจิทัล ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เข้าไปรองรับทุกช่วงชีวิตและการใช้ชีวิตของคนอย่างตรงจุด ยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ เข้าถึงง่าย และอยากเข้าถึง

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวในงานพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2567 ว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระบบเศรษฐกิจและภาคสถาบันการเงิน ร่วมกับภาคการธนาคารและตลาดทุน โดยเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยทั้งระบบมีสินทรัพย์ลงทุนรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท

และจากความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 452,000 ล้านบาท มาจากเบี้ยของธุรกิจประกันชีวิต 311,000 ล้านบาท และเบี้ยของธุรกิจประกันวินาศภัย 140,400 ล้านบาท โดยคาดว่าปิดสิ้นปี 2567 เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงแตะ 952,126 ล้านบท เติบโต 3.7% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY)

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ประกันภัยมากยิ่งขึ้น และการตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนเพื่อความมั่นคงในอนาคต

โดยโอกาสและความท้าทายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประกันภัยเติบโต ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจประกันภัยก็มีการเติบโตที่ดีมาตลอด แต่คงจะไม่ประมาทหรือเพิกเฉยต่อความท้าทาย ดังนั้นสำนักงาน คปภ. จึงมุ่งมั่นการผลักดันมาตรการเชิงรุกที่สำคัญและจำเป็น เพื่อให้ระบบประกันภัยมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน

ที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินโครงการที่สำคัญ อาทิ 1.ปรับปรุงการตรวจสอบบริษัทประกันภัยให้เป็นเชิงรุก โดยทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) เพื่อความมั่นคงทางการเงิน ความเป็นธรรมของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นของธุรกิจประกันภัย 2.การยกระดับกฎหมาย กฎระเบียบ และการตรวจสอบเพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างเหมาะสม และการแก้ไขกฎหมายล้าสมัย

3.การยกระดับมาตรฐานการอนุมัติกรมธรรม์ประกันภัย โดยเข้มงวดการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมด้านการเงิน ความเชี่ยวชาญ และการบริหารความเสี่ยง 4.ยกระดับการตรวจสอบความเสี่ยงและสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ให้เป็นข้อมูลเรียลไทม์ พร้อมทั้งมีการวิเคราะห์แบบจำลองความเสี่ยงที่สามารถระบุแนวโน้มความผิดปกติหรือความเสี่ยงภัยใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

5.การวางโรดแมปของธุรกิจประกันภัยอีก 5-10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า 6.การสร้าง Market Place เพื่อสร้างระบบประกันภัยดิจิทัล ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยเข้าไปรองรับทุกช่วงชีวิตและการใช้ชีวิตของคนอย่างตรงจุด ยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้และเข้าถึงง่ายและอยากเข้าถึง

7.พลิกบทบาทการประกันภัยให้เป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ โดยสร้างแวลูเชนให้เป็นแขนขาและกลไกหลัก ทั้งการออม การเป็นหลักประกัน และการลงทุน สร้างงาน และสร้างอาชีพให้คนในชาติ เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ยกระดับการประกันภัยให้ก้าวล้ำ นำสมัยระดับสากล เดินหน้าสร้างประเทศไทยให้เป็น Land of Insurance Community

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยถือว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 ที่คาดว่าสิ้นปีนี้เบี้ยประกันภัยจะเติบโต 3.7% ถือว่าจะเป็นการเติบโตสูงกว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโต 2.7% จึงขอแสดงความยินดีล่วงหน้า

อย่างไรก็ดีคาดหวังว่าในปี 2568 จะเห็นธุรกิจประกันภัยมีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงทะลุ 1 ล้านล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขุนคลังคาดหวังเบี้ยประกันปี 2568 ทะลุ 1 ล้านล้าน เลขา คปภ. มั่นใจปีนี้โตแกร่ง 3.7%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...