โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดผลงานตำรวจไซเบอร์ยุคบิ๊กเจี๊ยบ จับผู้ต้องหากว่า 3,600 ราย ยึดทรัพย์แล้วกว่า 3,484 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 05.38 น.

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 9 กันยายน 2563 เพื่อเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ จนเป็นที่รู้จักของประชาชนในนาม “ตำรวจไซเบอร์” กระทั่งวันที่ 9 ก.ย.67 จึงถือเป็นวันครบรอบปีที่ 4 ของตำรวจไซเบอร์

โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาของหน่วยและข้าราชการตำรวจในสังกัด พร้อมด้วยคณะแม่บ้านตำรวจไซเบอร์ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณโดยรอบตึก บช.สอท. ร่วมทำพิธีเจริญพุทธมนต์พร้อมทำบุญตักบาตรถวายปัจจัย เครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของข้าราชกาตำรวจในสังกัด และมอบโ,เกียรติคุณพร้อมรางวัลแก่ข้าราชกาตำรวจที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์

ในยุคการบริหารงานของ พลตำรวจโท วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมสร้างผลงานทั้งด้านการป้องกันปราบปรามและสืบสวนสอบสวนจับกุมคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นมาโดยต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วกว่า 3,600 ราย ยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกว่า 3,484 ล้านบาท และได้ส่งมอบทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดเพื่อเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหายไปแล้วจำนวนมาก

โดยมีคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ อาทิ

- ปฏิบัติการ TRUST NO ONE จับกุมหัวหน้าแก๊งชาวจีนรวมทั้งผู้ร่วมขบวนการ หลอกลวงเหยื่อเทรดคริปโตในลักษณะไฮบริดสแกม โดยเปิดปฏิบัติการไปกว่า 4 ครั้ง ออกหมายจับตัวการสำคัญชาวต่างชาติ 5 ราย รวมทั้งขยายผลยึดทรัพย์กว่า 2,000 ล้านบาท โดยนำทรัพย์สินส่ง ปปง. เพื่อเตรียมเฉลี่ยคืนผู้เสียหายแล้ว

- ปฏิบัติการ Shutdown STINGRAY ทลายรังโจร สวมรอยธนาคารส่ง SMS หลอกดูดเงินเหยื่อ จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย

- ปฏิบัติการ Shell Game ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวอินเดียร่วมกับชาวไทยหลอกลวงผู้สูงอายุในประเทศสหรัฐอมริกา สร้างความเสียหายกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

- ปฏิบัติการจับกุมประธานกลุ่มบิ๊กไบค์ OUTLAWS ของประเทศไทย พร้อมผู้ร่วมขบวนการอีก 11 ราย เปิดเว็บพนันเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านต่อปี พร้อมยึดทรัพย์กว่า กว่า 150 ล้านบาท

- ปฏิบัติการขยายผลยึดทรัพย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ เครือข่ายนางสาวธารารัตน์ ตรวจค้น 13 จุด ยึดทรัพย์รวมกว่า 1,205 ล้านบาท

- ปฏิบัติการ ซิม สาย เสา ทลายเสาสถานีส่งสัญญาณและสายเคเบิลอินเตอร์เน็ตตามแนวชายแดนของประเทศไทยที่ลักลอบส่งสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายซิมม้าพร้อมยึดของกลางมหาศาล เพื่อเป็นการตัดวงจรแก๊ง Call Center โดยสมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น การจับกุมซิมผีและบัญชีม้า, การจับกุมผู้ลักลอบซื้อขายข้อมูลส่วนบุคล, การจับกุมอาวุธปืน, การจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ การจับกุมเครือข่ายลวงเด็กถ่ายภาพและวิดีโอลามกอนาจาร เป็นต้น

สำหรับด้านการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจไซเบอร์ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเน้นการเตือนภัยไซเบอร์เพื่อสื่อสารให้ประชาชนทราบถึงรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพ และไม่ตกเป็นเหยื่อ ทั้งช่องทางโซเชียลมีเดีย โทรทัศน์ และ วิทยุ รวมทั้ง การร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือในการผลิตคอนเทนต์เตือนภัยไซเบอร์

นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังน้อมนำพระราโชบายของโครงการจิตอาสาพระราชทาน มาบูรณาการร่วมกับนโยบายวัคซีนไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดข้าราชการตำรวจจิตอาสาออกไปบรรยายความรู้ตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะสถานศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์แก่เยาวชนทั่วประเทศ และยังลงพื้นที่จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมให้ตำรวจไซเบอร์ทำความดีด้วยหัวใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความมุ่งหวังของประชาชน และมีประสิทธิภาพสูงสุด ตามวิสัยทัศน์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ว่า “เป็นองค์กรสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมืออาชีพ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...