โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เปิดใจแม่เมย์ น้องเอวา โอบกอด ลูกสาววัย11ปี ป่วยมะเร็ง บอกลา ก่อนหมดลมหายใจ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 12.08 น.

เปิดใจแม่เมย์ น้องเอวา โอบกอด ลูกสาววัย11ปี ป่วยมะเร็ง บอกลา ก่อนหมดลมหายใจ

จากกรณีที่มีการโพสต์ในโลกโซเชียลเป็นคลิปคุณแม่ยังสาวถ่ายคลิปร่ำไห้โอบกอดลูกสาววัย 11 ปี ที่นอนซมป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่บนที่นอน คุณแม่พร่ำพรรณนาร้องไห้กับลูกสาวใจจะขาด ซึ่งขณะที่คุณแม่รู้ว่าวาระสุดท้ายของลูกสาวกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วินาที และแล้วลูกสาวคนเดียวอันเป็นที่รักก็หมดลมหายใจลงต่อหน้าต่อตา

โดยก่อนหน้าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุ 4 ขวบ คุณแม่ได้รักษาลูกอย่างเต็มที่โดยพาไปคีโมที่โรงพยาบาลชื่อดังที่กรุงเทพฯ แต่โรคร้ายก็ไม่ได้ทุเลาเบาบางลงมีแต่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ลูกสาวต้องทนทุกข์ทรมานรักษาตัวรวม 7 ปี และมาเสียชีวิตลงเมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่คุณแม่ได้อัดคลิปไว้

พร้อมข้อความระบุ…“เดินทางไปรอแม่ที่ดาวก่อนนะลูก เดินทางไปตามสวนดอกไม้สวยๆ ไม่เจ็บไม่ทรมานอีกแล้ว ลืมมันไปให้หมดเลยนะลูกทิ้งความเจ็บปวดไว้ในชาตินี้ให้หมด พอแล้ว…เกิดมาใหม่ขอให้หนูร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนะ รักสุดหัวใจน้องเอวา”

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดสระแท่น ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พบพ่อแม่ได้ได้นำร่างลูกสาววัย 11 ปี ชื่อน้องภัทรศยา กลิ่นขำ พ่อแม่ญาติได้นำร่างอันไร้วิญญาณของหนูน้อยมาที่ศาลาการเปรียญภายในวัด และทำพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มองดูร่างอันไร้วิญญาณของลูกสาวอยู่ไม่ห่าง และในช่วงค่ำของทุกคืนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ รวม 3 คืน และ วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. เวลา 15.00 น. จะมีพิธีฌาปนกิจ

น.ส.ณัฐสุดา กลิ่นขำ หรือแม่เมย์ กล่าวว่า น้องให้เคมีบำบัดและฉายแสงจนครบกระบวนการที่หมอวางแผนให้ น้องป่วยเป็นมะเร็ง จะต้องให้คีโมแล้วต้องไปฉายแสง พอครบคอร์ส หมอนัด MRI เพื่อสแกนดูเชื้อ พบว่าเชื้อสงบดี ใช้เวลารักษา 8 เดือนแล้วเชื้อก็กลับมากระจาย ที่กลับมารักษาใหม่น้องปกติทุกอย่าง กินเก่ง พูดเก่ง เล่นได้เหมือนเด็กปกติ แต่ให้คีโมแล้วผมร่วง พูดปกติไม่มีเหนื่อย ไม่มีอะไรผิดปกติเลย ร่างกายก็ไม่ได้ผอมโซ เพราะเป็นเด็กที่กินเก่งมาก ตอนที่น้องจะจากไป น้องไม่ได้พูดอะไรเลย

เพราะเมื่อวานตอนเย็นยังเห็นน้องว่ายังดีอยู่ ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ไปแล้ว ไม่ได้บอกลาอะไรกันเลย แต่ช่วงก่อนหน้านั้น ที่จะนิมนต์พระมาสวด น้องดูแย่มากๆ ดูไม่ดี ตนคิดว่าน้องคงไม่อยู่แล้ว เขาคงจะไปแล้ว จึงบอกลาลูก แต่วันนี้มันเร็วไปหมดตอนที่เขาไม่มีลมหายใจตนยังช็อก มาพูดตอนที่น้องไปแล้วถ้าน้องรับรู้ได้ อยากบอกว่า ไม่ต้องห่วง แม่จะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เพราะน้องเอวาห่วงตนมาก จะบอกลูกให้ไปรอแม่ก่อนเดี๋ยวแม่ตามไป เดี๋ยวได้เจอกัน เขาเก่งที่สุด ตนกับลูกสู้กันมามากแล้ว ไม่ติดใจอะไรแล้ว รู้สึกว่าเขาไปสบายจริงๆ

แม่น้องเอวา

ก่อนที่น้องจะเสีย เขาปวดตัวมาก นั่งกอดกัน 2 คน ตนก็ถามลูกว่าเอวารู้ไหม ตายแล้วจะเป็นอย่างไร เอวาบอกว่า หนูไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน หนูรู้แค่ว่าหนูอยากอยู่กับแม่ ถ้าหนูตายแม่ไปอยู่กับหนูได้ไหม หนูไม่อยากอยู่คนเดียว ตนก็ได้แต่บอกลูกว่า หนูจะมีแม่อยู่ข้างๆ อยากรู้ความรู้สึกเขาตอนนี้เป็นอย่างไร เอวาถามว่าโรคของหนูเป็นหนักเลยเหรอ เราก็บอกว่าโรคหนูดื้อมากๆ แต่ไม่เป็นไร แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกตลอด

น้องมีไข้สูง 39 องศา และอวัยวะของน้องเป็นหนอง ลิ้นเป็นห้อเลือด มีหนองไหลออกจากปาก ตนก็พาน้องไปแอดมิดเลย ก็ดูเรื่องติดเชื้อ พอติดเชื้อผ่าน ก็เป็นงูสวัดขึ้นตา น้องมีภูมิต่ำ เป็นตุ่มเล็กๆ ใสๆ พอตุ่มแตกก็ลามไปหมดเลย ตาปิด 2 ข้างไปเลย น้องก็สู้ขนาดตาปิดก็ยังกินข้าวได้ แม่จ๋าขอระบายสีได้ไหม น้องสู้จริงๆ ที่น้องสู้เพราะน้องอยากอยู่กับตนจริงๆ ตนก็รู้ว่าใจเขาไม่อยากไป แต่น้องใจสู้

ผู้สื่อข่าวได้ถามเรื่องมีเพจและใน TIKTOK โพสต์ว่า แม่น้องเอวา ขอเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือในการรักษาน้องจริงหรือไม่นั้น น.ส.ณัฐสุดา ก็ตอบว่า ตนไม่เคยขอบริจาคเงินแต่อย่างใดเลย เคยมีเพื่อนโทรมาบอกว่าใน TIKTOK เอาชื่อตนไปลงเพื่อขอบริจาค ซึ่งตนก็ได้ลงเพจไปแล้วว่า ไม่เคยขอบริจาคเงินแต่อย่างใด จึงขอให้สื่อมวลชนลงข่าวเรื่องนี้ให้ด้วย

แม่น้องเอวา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจแม่เมย์ น้องเอวา โอบกอด ลูกสาววัย11ปี ป่วยมะเร็ง บอกลา ก่อนหมดลมหายใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...