โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวม ‘ตัวแม่’ ที่เลือกบอกเล่า ประสบการณ์ทำแท้ง เพื่ออยู่เคียงข้างผู้หญิงทุกคน

Mirror Thailand

อัพเดต 27 ก.ย 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 11.19 น.
ภาพไฮไลต์

28 กันยายนของทุกปี ถือเป็น ‘วันทำแท้งปลอดภัยสากล’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่สังคมโลกจะได้ตระหนักถึงสิทธิในเนื้อตัวร่างกายผู้หญิงในการทำแท้ง และควรได้เข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัย เพราะในหลายๆ สังคม การทำแท้งยังคงถูกตีตราให้กลายเป็นเรื่องผิดบาป หรือกระทั่งถูกทำให้เป็นเรื่องน่าอับอาย จนหลายคนได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะทำให้ไม่กล้าเข้ารับการทำแท้งที่ปลอดภัย หรือรู้สึกแย่กับตัวเองจนส่งผลต่อสุขภาพจิต ทั้งที่จริงแล้ว สิทธิในการตัดสินใจย่อมเป็นของผู้ตั้งครรภ์ และไม่ควรเป็นสิ่งที่ชาวบ้านคนไหนเข้าไปชี้นิ้วตัดสินตั้งแต่ต้น

โอกาสนี้ เราจึงอยากชวนไปอ่านเรื่องราวของเหล่าคนดังระดับโลก ที่เลือกออกมาบอกเล่าถึงการทำแท้งของตัวเองอย่างกล้าหาญ ทั้งที่เสี่ยงมากต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งแอนตี้ แต่พวกเธอก็บอกเล่า นั่นเพราะพวกเธอไม่ได้ผิดอะไร และต้องการยืนเคียงข้างผู้หญิงทั่วโลก ที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว หรือกำลังจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเองในเรื่องนี้

สำหรับบางคน พวกเธอตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด สำหรับบางคน นี่คือการตัดสินใจที่ยากลำบากและต้องชั่งน้ำหนักกับหลายๆ ปัจจัยในชีวิต สำหรับบางคน มันเป็นเรื่องของความพร้อม ณ เวลานั้นๆ ซึ่งพวกเธอสามารถกลับมาเป็นแม่คนได้ในภายหลัง และสำหรับบางคน นี่คือประสบการณ์แสนเจ็บปวดที่ยังฝังอยู่ข้างใน แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้พวกเธอจะไม่ทำ

Phoebe Bridgers
เมื่อปี 2022 ฟีบี บริดเจอร์ส์ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ได้ตัดสินใจออกมาเล่าว่าเธอเองก็เคยทำแท้ง หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินใจคว่ำกฎหมาย Roe v. Wade อันเป็นข้อกฎหมายที่ให้สิทธิผู้ตั้งครรภ์ในสหรัฐฯ สามารถเข้ารับการทำแท้งถูกกฎหมายได้ ซึ่งส่งผลให้ในรัฐอนุรักษ์นิยมทั้งหลาย การทำแท้งกลายเป็นอาชญากรรมทันที
การตัดสินใจนี้ของศาลถือเป็นการก้าวถอยหลังอย่างยิ่งในเรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ จนทำให้ฟีบีต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นไปพูดบนเวที Glastonbury ในหนึ่งวันหลังจากคำตัดสินของศาลเล็ดรอดออกมา และทำให้ฝูงชนพากันตะโกนว่า “F*ck the Supreme Court” กันลั่นคอนเสิร์ต ฟีบียังได้เขียนผ่านทางทวิตเตอร์ของตัวเองว่า “ฉันเองก็เคยทำแท้งในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตอนทัวร์คอนเสิร์ต ฉันไปที่ศูนย์วางแผนครอบครัว และรับยาทำแท้ง มันง่ายมาก ทุกคนควรเข้าถึงสิ่งนี้ได้ค่ะ” เธอกล่าว ข้อความสั้นๆ นี้ของเธอ ชี้ให้เห็นว่าการทำแท้งนั้นเกิดขึ้นเสมอ และจะดีกว่ามากหากมันอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีกฎหมายคุ้มครอง ไม่เพียงเท่านั้น ยังช่วยเปลี่ยนความรับรู้ของผู้คนต่อการทำแท้งปลอดภัยในยุคปัจจุบัน ว่าไม่ได้ต้องถูกบังคับให้ขึ้นขาหยั่งแล้วใช้อุปกรณ์ขูดหรือคืบออกมาอย่างน่ากลัวอย่างที่หลายๆ คนยังเข้าใจกันอีกต่อไป

Uma Thurman
อูมา เธอร์แมน นักแสดงผู้เป็นตำนานใน Pulp Fiction และ Kill Bill เขียนบทความซึ่งเผยแพร่ทาง The Washington Post เมื่อปี 2021 เพื่อบอกเล่าเรื่องที่เธอเคยทำแท้งเมื่อตอนอายุ 15 ปี ซึ่งแน่นอนว่าเธอยังไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง
“ตอนนั้นฉันเพิ่งเริ่มทำงาน และไม่ได้มีศักยภาพพอที่จะหาบ้านที่มั่นคงให้แม้แต่สำหรับตัวฉันเอง ฉันเลยตัดสินใจร่วมกับครอบครัว ว่าฉันไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ และการทำแท้งคือคำตอบของเรื่องนี้ ฉันใจสลายไปเลย” เธอเขียน ทั้งยังบอกเล่าถึงความเจ็บปวดที่ได้รับจากการทำแท้ง ณ เวลานั้นซึ่งคือปี 1985 “ฉันโทษตัวเองเอามากๆ และรู้สึกว่าฉันสมควรได้รับความเจ็บปวดแล้วล่ะ”
“นี่เป็นความลับดำมืดที่สุดของฉันจนถึงตอนที่เขียนบทความนี้ ฉันอายุ 51 แล้ว และฉันกำลังแชร์เรื่องนี้กับพวกคุณภายในบ้านที่ฉันอยู่กับลูกๆ 3 คน ผู้ซึ่งเป็นทั้งความภาคภูมิใจและความสุขในชีวิตฉัน” และหากไม่ได้เลือกทำแท้งในวันนั้น ชีวิตเธออาจไม่ได้ดำเนินมาอย่างที่เป็นในตอนนี้
“การเลือกทำแท้งในตอนนั้น ทำให้ฉันสามารถเติบโตขึ้นได้ และกลายเป็นแม่ในแบบที่ฉันอยากเป็นและควรจะเป็น”
เหตุที่เธอร์แมนเขียนบทความชิ้นนี้ ก็เพื่อตอบโต้การที่รัฐเท็กซัสเพิ่งสั่งห้ามทำแท้งหลังอายุครรภ์ 6 สัปดาห์ โดยไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่กรณีข่มขืน ทั้งยังมอบรางวัลนำจับให้คนที่แจ้งเหตุด้วย (เกิดขึ้น 1 ปีก่อนการคว่ำกฎหมาย Roe v. Wade) งานเขียนชิ้นนี้ของเธอจึงเป็นทั้งข้อยืนยันถึงสิทธิในตัวผู้หญิง และเป็นพลังที่เธอต้องการส่งถึงผู้หญิงทุกๆ คน อย่างที่เธอลงท้ายเอาไว้ว่า “ขอจงมีพลัง พวกคุณล้วนแต่งดงาม พวกคุณล้วนทำให้ฉันนึกถึงลูกสาวของฉัน”

Nicki Minaj
นิกกี้ มินาจ แรปเปอร์หญิงตัวท็อปของวงการ บอกเล่าถึงประสบการณ์การตั้งท้องและจบลงที่การทำแท้งในมิกซ์เทปชื่อ Autobiography จากอัลบั้ม The Pinkprint ของเธอ ซึ่งเธอได้ขยายความกับนิตยสาร Rolling Stone เมื่อปี 2014 ว่า
“ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กวัยรุ่น นี่เป็นเรื่องหนักที่สุดที่เคยเจอในชีวิต” และ “ฉันคิดว่าฉันตายแน่ๆ” ซึ่งแน่นอน สำหรับเด็กที่กำลังเรียนอยู่ การตั้งครรภ์ในเวลานั้นอาจหมายถึงต้องหยุดเรียนและชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล คำตอบของเธอในตอนนั้นจึงเป็นการทำแท้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังหลอกหลอนเธอจนถึงทุกวันนี้
Autobiography ของนิกกี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในพาร์ทแรกเธอเล่าถึงเรื่องแม่ของเธอที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว จากนั้นเธอขยับมาเล่าถึงตัวเองที่เกือบจะได้เป็นแม่คนแต่ไม่ได้เป็น โดยเธออุทิศท่อนท้ายของเพลงให้กับลูกที่ไม่ได้เกิดมา ซึ่งบางครั้งเธอยังหวังว่าจะได้ยินคำว่า “หม่ามี้ไม่ต้องร้องไห้นะ” จากลูกคนนั้นอยู่
“การตั้งท้องและต้องทำแท้งยังหลอกหลอนฉันอยู่ แต่คงย้อนแย้งเกินไปถ้าฉันจะไม่ pro-choice ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้พร้อม จะเอาอะไรไปเลี้ยงลูกล่ะ” เธอกล่าว

Ireland Baldwin
ไอร์แลนด์ บอลด์วิน นางแบบสาวชาวอเมริกัน เป็นอีกคนที่ออกมาเล่าเรื่องของตัวเองหลังการตัดสินคว่ำ Roe v. Wade ในตอนนั้นเธอตั้งท้องกับแฟนที่คบกันอยู่ ซึ่งเขาไม่แฮปปี้มากๆ กับเรื่องนี้ “เขาแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากมีลูกหรือแต่งงาน เขาแทบไม่อยากมีความสัมพันธ์ที่จริงจังด้วยซ้ำ” และดังนั้น “ฉันเลยเลือกทำแท้ง เพราะรู้ดีว่าการเกิดมาจากคนสองคนที่เกลียดกันมันเป็นยังไง” เธอกล่าว และอย่างที่หลายคนน่าจะรู้ เธอคือลูกสาวของดาราดังอย่าง Alec Baldwin และ Kim Basinger ที่แต่งงานกันเมื่อปี 1993 ก่อนจะหย่าร้างกันในปี 2002
อย่างไรก็ตาม สำหรับเธอแล้ว เธอไม่เห็นด้วยกับการกดดันให้ผู้หญิงทุกคนต้องออกมาพูดเรื่องการทำแท้ง “ฉันไม่คิดว่าทุกคนจำเป็นต้องออกมาพูดเรื่องของตัวเองถ้าหากคุณรู้สึกไม่สบายใจ” และ “ฉันเพียงแต่อยากแชร์เรื่องของตัวเองเพราะอยากให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ได้รู้สึกถึงความรักจากฉัน ไม่ว่าพวกเธอจะอยากเล่าเรื่องของตัวเองหรือไม่ก็ตาม”

Milla Jovovich
มิลลา โยโววิช นักแสดงเจ้าแม่หนังแอคชั่น ได้เขียนผ่านทางอินสตาแกรมของเธอเมื่อปี 2019 ในช่วงเดียวกับที่มีการรณรงค์เรื่องสิทธิในการทำแท้งในสหรัฐอเมริกา โดยเธอเปิดเผยว่าเธอได้ทำแท้งเมื่อปี 2017 ซึ่ง ณ เวลานั้น เธอมีลูกอยู่แล้ว 2 คน และกำลังตั้งครรภ์คนที่ 3 ซึ่งเธอพบว่าครรภ์ของเธอมีปัญหา
“ฉันท้องได้สี่เดือนครึ่ง และกำลังถ่ายทำอยู่ที่ยุโรปตะวันออก และฉันต้อง ‘คลอดก่อนกำหนด’ ซึ่งฉันต้องตื่นอยู่ตลอดกระบวนการ” เธอเขียน “นั่นเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ฉันทั้งโดดเดี่ยวและทำอะไรไม่ได้ แล้วนึกดูว่าผู้หญิงอีกหลายคนต้องเจอสถานการณ์ที่แย่กว่าฉันแค่ไหนเมื่อกฎหมายยังกดทับพวกเธออีกน่ะ”
แน่นอนว่าการคลอดก่อนกำหนดครั้งนั้นของเธอไม่สำเร็จและกลายเป็นการทำแท้ง โดยเธอต้องเผชิญเรื่องนี้ขณะอยู่ไกลบ้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะทางจิตใจ และแม้นี่จะไม่ใช่ทางเลือกของเธอ แต่เธอเองต้องการแชร์เรื่องนี้เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นสิทธิที่ผู้หญิงทุกคนควรได้รับ
“การทำแท้งเป็นฝันร้ายเท่าที่มันจะเป็นได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนผ่านกระบวนการนี้หรอกค่ะ แต่เราก็จำเป็นต้องสู้เพื่อยืนยันว่าเรามีสิทธิที่จะได้รับการทำแท้งที่ปลอดภัย หากพวกเราจะต้องทำ” เธอกล่าว

Cheryl Burke
เชอรีล เบิร์ก นักเต้นจากรายการ Dancing With the Stars ออกมาบอกเล่าเมื่อปี 2022 อีกเช่นกัน ว่าเธอเคยทำแท้งเมื่อปี 2002 ตอนเธออายุ 18 ปี ทั้งที่ตอนนั้นเธอป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี “ฉันมีเซ็กซ์ปลอดภัยเสมอ ฉันป้องกันตลอด แต่ความซวยก็บังเกิด ตอนนั้นอายุครรภ์ได้ 2 สัปดาห์ ฉันไปที่ศูนย์วางแผนครอบครัว ซึ่งติดป้ายไว้ว่า ‘Anti-abortion’ แค่นี้มันก็เจ็บปวดแล้วล่ะ แต่ยิ่งกว่านั้นก็คือทั้งกระบวนการมันสร้างบาดแผลให้ฉัน แล้วมาถึงตอนนี้ พวกคุณยังจะมาทำให้การตัดสินจของผู้หญิงเป็นเรื่องผิดกฎหมายอีก นี่มันบ้าชัดๆ …พวกคุณกำลังพรากสิทธิไปจากพวกเรา นี่มันร่างกายของเรา เสรีภาพของเรา ร่างกายของพวกเรามันไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับคนอื่นนี่ การตัดสินใจพวกนี้มันก็ต้องเป็นของเราสิ” เธอกล่าว และสำหรับเธอ การทำแท้งคือทางเลือกที่ทำให้เธอสามารถทำตามความฝันได้จนถึงทุกวันนี้ “ด้วยความสัตย์จริง ฉันแฮปปี้ที่ฉันตัดสินใจแบบนั้น ฉันไม่รู้สึกเสียใจ ไม่ใช่เรื่องน่าละอายใดๆ เลย ถึงฉันเพิ่งจะมาเล่าเรื่องนี้เอาตอนนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาฉันรู้สึกว่ามันน่าละอายเลย”

Paris Hilton
ปารีส ฮิลตัน เซเลบริตี้สาวแห่งยุค Y2K ก็เป็นอีกคนที่เคยทำแท้งเมื่อตอนที่เธออายุ 20 ต้นๆ โดยเธอบอกเล่ากับนิตยสาร Glamour เอาไว้ว่า “นี่เป็นอีกเรื่องที่ฉันไม่อยากพูดถึง เพราะมันถูกทำให้เป็นเรื่องน่าละอายมาตลอด” เธอกล่าว “ฉันยังเด็ก และฉันก็ไม่พร้อมมีลูก” และแม้จะไม่กล้าพูดมาหลายปี แต่ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะพูดมันออกมา
“ฉันคิดว่ามันสำคัญนะ ถึงมันจะมีเรื่องฟากฝั่งการเมืองเข้ามาเกี่ยวเวลาพูดเรื่องนี้…แต่นี่คือร่างกายของผู้หญิง ทำไมมันต้องมีกฎหมายมาควบคุมด้วยล่ะ ร่างกายคุณ คุณต้องมีสิทธิตัดสินใจสิ” อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดีว่าครอบครัวของปารีส สนิทสนมกันดีกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แต่งตั้งศาลที่คว่ำกฎหมาย Roe v. Wade และการที่เธอตัดสินใจวิพากษ์วิจารณ์การคว่ำกฎหมายนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งข้อยืนยันว่าอย่างไรเสีย เธอก็เลือกข้างสิทธิสตรีมากกว่าขั้วการเมืองที่เธอเคยโหวตให้

Jameela Jamil
จามีลา จามิล นักแสดงและนักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ บอกเล่าว่าเธอเคยทำแท้งเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น และสำหรับเธอ ชัดเจนว่าการปล่อยให้เด็กเกิดมาโดยที่คนเป็นแม่ไม่พร้อมนั้นเป็นปัญหาที่ร้ายแรงและโหดร้ายยิ่งกว่าการทำแท้งด้วยซ้ำในครั้งนั้นเธอออกมาเปิดเผยเรื่องการทำแท้งเพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐจอร์เจีย ในอเมริกา สั่งห้ามการทำแท้งแม้ในกรณีที่ถูกข่มขืนก็ตาม “กฎหมายต่อต้านการทำแท้งในจอร์เจียมันช่างน่าผิดหวัง ไร้ความเป็นมนุษย์ และชัดเจนว่าเป็นการไม่เคารพสิทธิ ร่างกาย และจิตใจของผู้หญิง และที่สำคัญ มันคือการลงโทษเหยื่อที่ถูกข่มขืนซ้ำ กับการบังคับให้พวกเธอต้องเลี้ยงลูกของคนที่ข่มขืนพวกเธอ”
“ฉันเคยทำแท้งเมื่อยังเด็ก และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา ทั้งเพื่อตัวฉัน และเพื่อลูกที่ฉันไม่ได้อยากมี และฉันไม่ได้พร้อมเลย ทั้งโดยร่างกาย จิตใจ และการเงิน ซึ่งมีเด็กหลายคนที่ถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์เพราะแบบนี้ เด็กหลายคนต้องชีวิตพัง มันโหดร้ายกับพวกเขามากนะ” เธอกล่าว

Billie Jean King
สำหรับนักเทนนิสฝีมือขึ้นหิ้งอย่าง บิลลี่ จีน คิง ที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 80 ปี เธอเองก็เคยตั้งท้องระหว่างที่กำลังอยู่ในช่วงที่ยากที่สุดในชีวิต “ที่ฉันทำแท้งก็เพราะตอนนั้นฉันอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ ฉันเพิ่งพบว่าตัวเองชอบผู้หญิง กำลังหาทางให้ชีวิต และกำลังต้องเริ่มทัวร์นาเมนท์ …และถ้าฉันคลอดเด็กคนนั้นออกมา เขาจะเป็นคนแรกที่ต้องเผชิญกับความพังในชีวิตฉัน” เธอบอกเล่ากับนิตยสาร Maker ช่วงเวลาที่เธอทำแท้งคือปี 1970s ซึ่งแน่นอนว่าแรงกดทับและการตีตราจากสังคมเข้มข้นยิ่งกว่าสมัยนี้ แต่เธอก็เลือกทำแท้ง เพื่อปกป้องทั้งตัวเธอเองและปกป้องเด็กที่หากเกิดมาจะต้องพบกับความยากลำบากจากแม่ที่ไม่พร้อม และยังไม่รู้ว่าชีวิตกำลังจะต้องดำเนินไปทางไหน หลังจากประสบความสำเร็จในอาชีพแล้ว เธอจึงได้เลือกทำหน้าที่แอคทิวิสต์ไปพร้อมๆ กัน ทั้งสื่อสารเรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ การจ่ายค่าจ้างอย่างเท่าเทียม และสิทธิของ LGBTQ+ ด้วย

Margaret Cho
ปิดท้ายกันที่สาวเชื้อสายเอเชีย ที่หาข่าวแทบไม่เจอ อาจเพราะยิ่งเป็นคนดัง แรงกดดันก็ย่อมมีมาก และดูเหมือนว่าแรงกดดันทางฝั่งเอเชียจะมีมากจนแทบไม่มีใครกล้าออกมาเล่าเรื่องนี้กันนัก จึงไม่แปลกที่ส่วนใหญ่แล้วคนดังที่เปิดเผยเรื่องนี้จะอยู่ในอเมริกา เพราะหลายคนก็เลือกที่จะออกมาในช่วงการคว่ำกฎหมาย Roe v. Wade ซึ่งเป็นจังหวะที่สำคัญอย่างยิ่งพอดี มาร์กาเร็ต โช คือคอมเมเดียนสุดแซ่บผู้เข้าชิงมาแล้วทั้ง Grammy และ Emmy Award โดยเธอเป็นสาวเชื้อสายเกาหลีที่เติบโตในอเมริกา ซึ่งเธอเคยหยิบเอาเรื่องการทำแท้งของตัวเองมาเล่าเป็นมุกในคอมเมเดียนโชว์หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเธอให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Fortune ในภายหลังว่า “ฉันพูดเรื่องทำแท้งเยอะมากและคนก็แตกตื่นกัน ฉันไม่ได้พูดเรื่องการเมืองด้วยซ้ำนะ ฉันแค่พูดถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นน่ะ ก็ฉันทำแท้ง และฉันอยากเล่าเรื่องนี้” เธอบอก “ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณจะคิดเห็นกับเรื่องการทำแท้งยังไง แต่ฉันแค่คิดว่าผู้หญิงควรพูดเรื่องทำแท้งได้สิ ลองคิดว่าถ้าผู้ชายเป็นฝั่งที่ต้องทำแท้ง เรื่องพวกนี้จะถูกพูดถึงบ่อยมากแน่ๆ” เธอทิ้งท้ายด้วยประโยคที่น่าคิดตามอย่างยิ่ง

อ้างอิง
https://www.glamourmagazine.co.uk/gallery/celebrities-had-abortions

https://www.everydayhealth.com/abortion/celebrities-share-their-abortion-stories/
https://people.com/celebrity-abortion-stories-5705723

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...