โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดผลงานวิจัยชนะเลิศ เครื่อง MRI mock-scanner ช่วยลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะในกลุ่มเด็ก ประหยัดต้นทุนนำเข้า โดย นศ.รังสีเทคนิค ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

Manager Online

เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 10.34 น. • MGR Online

183; เนื่องด้วยการตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการตรวจที่ใช้เวลานานและต้องอาศัยการนอนนิ่งของผู้เข้ารับการตรวจ จึงเป็นปัญหาอย่างมากในผู้เข้าการตรวจในกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้นาน

183; ปัญหาการตื่นกลัวต่อการตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งมีเสียงดังและลักษณะของเครื่องที่เป็นอุโมงค์แคบ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจกลุ่มเด็กเกิดอาการกลัวและไม่สามารถเข้ารับการตรวจได้

183; ทั้งหมดก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแปลกปลอมหรือความเบลอขึ้นในภาพ MRI อาจนำไปสู่ความยากในการวินิจฉัยให้ถูกต้อง

183; ปัจจุบันมีเครื่อง MRI mock-scanner แต่ต้องนำเข้าและมีราคาที่สูงมาก (ทั้งนี้กลุ่มนักศึกษาสามารถประดิษฐ์และใช้งานได้เหมือนกัน ในราคาเพียงสองหมื่นห้าร้อยบาท)

เน้นการพัฒนาทักษะทางการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไปในอนาคต ล่าสุดมีผลงานของ นักศึกษารังสีเทคนิค คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มาบอกกล่าวกัน เป็น งานวิจัย เรื่อง การพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ ขณะตรวจด้วยเทคนิค fMRI ในอาสาสมัครเด็ก (MRI mock-scanner for the reduction of head movement in pediatric participants undergoing fMRI scanning) ของ น.ส.นันทิกานต์ สงทิพย์ (มะเหมี่ยว) , น.ส.พรรษชนก ปันทะรส (ต้นเทียน) , น.ส. ปิยณิตา กลิ่นจำปา (ปรางค์) เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการประชุมวิชาการนักศึกษารังสีเทคนิค ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 อีกด้วย

ทั้งนี้นักศึกษาทั้งสามท่านได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและจุดเริ่มต้นงานวิจัยว่า…

สำหรับงานวิจัย แนวคิดเริ่มมาจาก 2 ปัญหาหลัก คือ 1) ปัญหาการเกิดสิ่งแปลกปลอมหรือความเบลอขึ้นในภาพ MRI เนื่องด้วยการตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการตรวจที่ใช้เวลานานและต้องอาศัยการนอนนิ่งของผู้เข้ารับการตรวจ จึงเป็นปัญหาอย่างมากในผู้เข้าการตรวจในกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้นาน 2) ปัญหาการตื่นกลัวต่อการตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งมีเสียงดังและลักษณะของเครื่องที่เป็นอุโมงค์แคบ ๆ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจกลุ่มเด็กเกิดอาการกลัวและไม่สามารถเข้ารับการตรวจได้ จากการศึกษามีหลายงานวิจัยต่างที่นำเสนอวิธีการต่าง ๆ ในการช่วยลดทั้ง 2 ปัญหานี้ อย่างเช่น การดูคลิปวิดีโอสาธิต การจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นต้น โดยวิธีที่มีอัตราความสำเร็จสูง คือ การใช้อุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI หรือ MRI mock-scanner แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่สูงมาก

ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ จึงมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI ที่มีต้นทุนการผลิตที่มีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่มีขายในท้องตลาด และสามารถช่วยลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะของอาสาสมัครเด็กได้ โดยประโยชน์งานวิจัยชิ้นนี้ คือ คาดว่า MRI mock-scanner สามารถลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะที่เกิดขึ้นขณะตรวจด้วย MRI ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ช่วยให้รังสีแพทย์สามารถวินิจฉัยได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ MRI mock-scanner ที่ผลิตขึ้น ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ สามารถใช้เป็นต้นแบบในการเตรียมการตรวจผู้ป่วยกลุ่มเด็กหรือผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ในอนาคตได้

ขั้นตอนและการทำงาน เครื่อง MRI mock-scanner

การพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะขณะตรวจด้วยโดยใช้เทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่าฟังก์ชันนอลเอ็มอาร์ไอ (Functional MRI) ในอาสาสมัครเด็ก ต่อมาคือขั้นตอนของการวิจัย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการออกแบบ MRI mock-scanner ให้มีสภาพแวดล้อมเสมือนกับการตรวจเอ็มอาร์ไอจริง โดยแบ่งเป็นสามองค์ประกอบ คือ 1) เครื่องเอ็มอาร์ไอจำลอง (MRI Simulator) โดยจะมีการออกแบบให้สามารถใช้งานได้กับเตียงผู้ป่วยมาตรฐานและง่ายต่อการติดตั้ง ประกอบด้วย ส่วนของอุโมงค์ ซึ่งจะทำจากแบบหล่อเสากลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับเครื่อง MRI จริง คือ 70 เซนติเมตร ส่วนด้านหน้าของเครื่องจะทำจากพลาสวูด (Plaswood) และสกรีนเป็นรูปเครื่อง MRI และส่วนสุดท้ายคือ โครงเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่รองรับตัวอุโมงค์และส่วนด้านหน้าของเครื่อง 2) Head coil จำลอง (Head coil simulator) ซึ่งจะใช้เป็น Head coil ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และในส่วนของกระจกสะท้อนจะออกแบบเป็นลักษณะกล่องอะคริลิคซึ่งสามารถวางครอบ head coil และปรับระยะได้ โดยมีกระจกสะท้อนติดไว้ด้านบน ซึ่งจะสะท้อนภาพจากจอมอนิเตอร์มายังตาของอาสาสมัคร 3) ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ(Head motion tracking system) โดยมีอุปกรณ์ประกอบด้วย จอมอนิเตอร์ ลำโพงบลูทูธ คอมพิวเตอร์พกพา และเซนเซอร์ซึ่งจะติดไว้บริเวณหน้าผากของอาสาสมัคร โดยเซนเซอร์จะทำการตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะ และนำค่าที่ได้ไปคำนวณเป็นค่า Frame-wise displacement (FD) ซึ่งคือค่าที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ โดยจะแสดงผลบนหน้าจอมอนิเตอร์ในลักษณะวงกลมสีเขียวเหลืองแดง โดยหากแสดงผลเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองจะบ่งบอกว่ามีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะในระดับน้อย (Low motion) หากเป็นสีแดง นั่นคือมีค่า FD มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตร จะมีเสียงแจ้งเตือนเกิดขึ้นบอกว่ามีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะในระดับมาก (High motion) โดยจะมีการแสดงผลทุก ๆ 0.2 วินาทีเพื่อให้อาสาสมัครสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของตนได้

ประโยชน์ที่จะได้รับ

จะแบ่งเป็นสี่ประเด็น ประเด็นแรกงานวิจัยของเราใช้ต้นทุนในการผลิต MRI mock-scanner ที่ต่ำกว่าอุปกรณ์ที่มีขายในท้องตลาด ทั้งในส่วนของ MRI simulator และ Head motion tracking system ประเด็นที่สองงานวิจัยชิ้นนี้จะให้อาสาสมัครเข้ารับการตรวจจริงหลังจากฝึกฝนเสร็จโดยทันที ข้อดีคืออาสาสมัครสามารถเข้ารับการตรวจจริงต่อได้โดยไม่ต้องมีการนัดมาเพิ่มอีกหนึ่งวัน แต่พบปัญหาความเหนื่อยล้าของอาสาสมัคร จึงควรให้อาสาสมัครพักก่อนเข้ารับการตรวจจริงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถลดปัญหานี้ได้และช่วยลดภาระในการมาโรงพยาบาลของอาสาสมัคร ประเด็นที่สามในขณะฝึกฝนอาสาสมัครมีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะที่น้อย และมีค่า FD ที่น้อยกว่าทุกกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ดีในอนาคต และประเด็นที่สี่เราเห็นว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มอาสาสมัครเด็กที่ได้รับการฝึกฝนด้วย MRI mock-scanner นั้นสามารถเข้ารับการตรวจได้โดยไม่มีความตื่นกลัว จึงสามารถสรุปได้ MRI mock-scanner ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถช่วยลดความตื่นกลัวของอาสาสมัครเด็กได้จริง

ท้ายสุดเหล่าคณะกรรมการที่ตัดสิน ลงความเห็นว่า “นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับวิธีการเตรียมพร้อมก่อนที่จะทำการตรวจเพื่อจะลดการเคลื่อนไหวสำหรับในเด็ก เพราะว่าการตรวจถ้าใช้เวลานานเด็กก็อาจจะไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการตรวจเอ็มอาร์ไอ ซึ่งเครื่องเป็นอุโมงค์ดูน่ากลัวสำหรับเด็กๆ ฉะนั้นการที่ออกแบบเครื่องคล้ายกันแล้วให้ลองมาทดสอบก่อนเป็นเรื่องดี ป้องกันปัญหาภาพเบลอ ไม่ชัด นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง มีประโยชน์กับคนไข้ ทั้งนี้ ปัจจุบันในต่างประเทศได้ผลิตเครื่องดังกล่าวแล้ว แต่มีมูลค่าสูงทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลอาจเข้าไม่ถึง งานวิจัยชิ้นนี้สามารถผลิตใช้ได้จริงอีกทั้งสามารถต่อยอดได้ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศ”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...