โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดเครื่องพิมพ์ยังไม่สดใส ‘เอปสัน’ เตรียมเปิดธุรกิจใหม่ บริการพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้

TODAY

อัพเดต 09 มี.ค. 2566 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2566 เวลา 02.30 น. • workpointTODAY

เทรนด์ Paperless ที่มาแรงต่อเนื่อง กระทบธุรกิจเครื่องพิมพ์-เครื่องถ่ายเอกสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้บรรดาธุรกิจเครื่องพิมพ์เองต่างก็เร่งปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

ค่ายเครื่องพิมพ์เบอร์ต้นๆ ‘เอปสัน’ (Epson) เป็นอีกแบรนด์ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือ โฟกัสโปรดักต์ B2C น้อยลง ลุยให้ความสำคัญกับ B2B มากขึ้น จนทำให้ผลประกอบการในไทยยังเติบโต

โดยเอปสัน ประเทศไทย รายงานผลประกอบการปี 2565 ที่ผ่านมา (ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2566) ยอดขายเติบโตทะลุ 10% เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

‘ยรรยง มุนีมงคลทร’ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลจาก GFK ประเมินว่าตลาดเครื่องพิมพ์ในปี 2022 มีมูลค่าอยู่ที่ 2,838 ล้านบาท ลดลง 5% จากปี 2021 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2,985 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ในแง่ของจำนวนยูนิตการขาย ปี 2022 ก็ลดลงเหลือ 7.17 แสนตัว จากปี 2021 ที่อยู่ที่ราวๆ 7.87 แสนตัว หรือลดลงประมาณ 8%

“แต่ทั้งหมดนี้คือการคาดการณ์ในฝั่งของธุรกิจ B2C แต่ตลาด B2B เรียกได้ว่ายังมีศักยภาพ ทำให้ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เอปสันไปลุยธุรกิจ B2B อย่างต่อเนื่อง เราพยายามอย่างหนัก จนผลประกอบการเราเป็นบวกแม้ว่าภาพรวมตลาดฝั่ง B2C จะติดลบ”

คุรยรรยงเผยว่า ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มาจากการที่ภาคเอกชนและหน่วยงานราชการมีการลงทุนกับอุปกรณ์ไอที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร

รวมถึงสถาบันการศึกษาจำนวนมากเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ

และการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้มีการจัดกิจกรรมการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เช่นเดียวกับการกลับมาให้บริการอีกครั้งของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศ รวมไปถึงภาคการผลิตของไทยก็ยังใช้ระบบซัพพลายเชนภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ก็เริ่มคลี่คลาย ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ตลาดไอทีในประเทศมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น

[ เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมโตแรง ]

‘คณิน ธรรมภิบาลอุดม’ หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด เอปสัน ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับธุรกิจของเอปสันประเทศไทยในปีที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด มีดังต่อไปนี้

1.กลุ่มสินค้าเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม เติบโตสูงที่สุดถึง 170% เนื่องจากเอปสันมีการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อแนะนำสินค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริโภคยังมั่นใจในแบรนด์เอปสัน ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี

2.กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมโปรเจคเตอร์ เติบโตอยู่ที่ 64% ผลจากจำนวนลูกค้าติดตั้งโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ภายในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากกระแสความสนใจชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการดูภาพยนตร์แบบส่วนตัวภายในบ้านมากขึ้น

3.กลุ่มเครื่องพิมพ์สิ่งทอระบบดิจิทัล เติบโต 52% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจโดยรวม มีการจัดกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทำให้มีความต้องการพิมพ์ลายลงบนผ้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีการเติบโตได้ดี ได้แก่

-กลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง เติบโต 43%

-กลุ่มเครื่องพิมพ์มินิแล็บ เติบโต 29%

-เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทขนาดใหญ่ ที่ตั้งใจแข่งกับกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสาร ก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 23%

[ ขายเครื่องพิมพ์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องขายบริการเพิ่มรายได้ ]

คุณยรรยง เผยว่า สำหรับภาพรวมตลาดในปีนี้ เอปสันคาดการณ์ว่าจะไม่เติบโตมากนัก บวกลบประมาณ 2-3% จากสัญญาณของ 2 เดือนแรกปีนี้ที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ กำลังซื้อยังอ่อนตัวต่อเนื่อง บวกกับการเริ่มกลับมาท่องเที่ยวได้ ผู้บริโภคใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการซื้อฮาร์ดแวร์หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ

“อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นภาพรวมในฝั่ง B2C แต่เรามองว่า B2B ยังมีศักยภาพ จากกลุ่มธุรกิจ B2B ของเราเองก็เติบโตในระดับ 2 ดิจิตทุกปี แสดงให้เห็นถึงดีมานด์การพิมพ์ในภาคธุรกิจนั้นยังมีอยู่

อีกทั้งในปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง ทำให้เอปสันตั้งเป้าที่จะสร้างการเติบโตให้ได้มากกว่า 10% เป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยได้วางกลยุทธ์ ‘New 5’ ดังต่อไปนี้

1.New S-curve มีเทคโนโลยี Heat-Free เป็นแกนหลัก ที่จะสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคตให้กับเอปสัน ร่วมด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อสร้างความความยั่งยืนให้กับผู้ใช้งาน

โดยที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่เอปสันประกาศยุติการจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ พร้อมเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทในกลุ่ม WorkForce Enterprise รุ่น AM-Series ที่ใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore Heat-Free Technology ที่กินไฟน้อย ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า มีชิ้นส่วนประกอบที่ต้องดูแลรักษาน้อย ทำให้บำรุงรักษาง่าย

2.New Target โดยจะใช้ความได้เปรียบในด้านผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวนรุ่นที่หลากหลายที่สุดในตลาด ในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ทำการตลาดได้ครอบคลุม และสร้างการเติบโตโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า B2B

3.New Business Model เอปสันได้เริ่มทำธุรกิจเชิงการบริการ อย่างเช่นการ บริการการพิมพ์แบบจ่ายรายเดือนอย่าง EasyCare ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมต้นทุนการพิมพ์ของตัวเองได้ ไม่ต้องสต๊อกหมึก เพราะบริษัทจะส่งหมึกให้โดยคำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนพิมพ์รายแผ่น ทั้งยังมีบริการ On-site service ส่งช่างซ่อมไปถึงออฟฟิศ

และในครึ่งปีหลังของปี 2566 ยังมีแผนที่จะเปิดการให้บริการการพิมพ์ภายใต้คอนเซ็ป Epson iPrint AnyWhere เพื่อสนับสนุนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับตัวหลังโควิด-19 ที่มีรูปแบบการทำงานเป็นแบบ Hybrid มากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการในการพิมพ์งานเอกสารตามสถานที่ต่างๆ

โดยบริการนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้และองค์กรในการพิมพ์เอกสารได้จากหลายสถานที่ ผ่านเครื่องพิมพ์เอปสันในสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่าย

“การขายเครื่องพิมพ์อย่างเดียวจะไม่สร้างรายได้ให้เติบโต เลยมีธุรกิจนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (recurring business) ให้กับบริษัท โดยการจ่ายเงินนั้นจะมีหลายรูปแบบ เช่น ใช้บัตรพนักงานสแกนแล้วไปเก็บเงินกับบริษัท โดยเรากำลังอยู่ในช่วงศึกษาราคาและพูดคุยกับพาร์ทเนอร์”

4.New Experience เอปสัน ประเทศไทย ได้มีการลงทุนในการสร้างโซลูชั่นเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3 ของปี 2566 นี้ โดยจะรวบรวมผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มาจัดแสดง พร้อมกับทำการสาธิตและจัดอบรมให้กับตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าที่สนใจ

5.New Service เอปสันได้เสริมศักยภาพการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มทีมงาน Pre-sales เพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนข้อมูลผ่านทาง digital platform ต่างๆ

รวมถึงมีแผนขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขายของสินค้ากลุ่ม B2B จาก 122 แห่ง เป็น 130 แห่ง เพื่อตอบสนองการขยายตัวของสินค้าเอปสันกลุ่ม B2B ที่ออกไปยังภูมิภาคมากขึ้น รองรับการขยายตัวของตลาด และลดระยะเวลาในการส่งเครื่องซ่อม

‘ยรรยง’ กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์ที่กล่าวมานั้นแสดงถึงความมุ่งมั่นและความต่อเนื่องของเอปสัน ประเทศไทยในการทำตลาดเชิงรุกและมีพลวัต มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ด้วยโซลูชั่นด้านผลิตภัณฑ์และบริการ

เพื่อนำเสนอ “คุณค่าที่แตกต่าง” (Value) ที่ผสมผสานแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำพาธุรกิจของผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์เอปสันเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...