พบผืนป่าตะวันตก สัตว์ตระกูลแมวเพิ่ม ชี้ เป็นความหวัง ฟื้นฟูประชากรในอนาคต
ผอ.ส่วนสัตว์ป่าฯ เผยข่าวดี ผืนป่าตะวันตก สัตว์ป่าตระกูลแมวเพิ่ม เป็นความหวัง ฟื้นฟูประชากรในอนาคต
จากกรณี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รายงานผลการปฏิบัติงานการสำรวจสัตว์ป่าด้วยกล้อง Camera Trap ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย พบภาพถ่ายเสือโคร่ง ตัวใหม่ในพื้นที่บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน จุดที่บันทึกภาพเสือโคร่ง จำนวน 2 จุด ได้ภาพจำนวน 3 ภาพ จากกล้อง 3 ตัว ถ่ายได้เมื่อวันที่ 18, 19 และ 23 พฤศจิกายน 2566 เป็นเสือโคร่งเพศเมีย ซึ่งจากการตรวจสอบลาย ของผู้เชี่ยวชาญจาก WCS ยืนยันว่าไม่เคยถ่ายภาพได้มาก่อน เป็นคนละตัวกับเสือณเดชน์ (KKT-002M) พบครั้งแรกปี 2562 ถึงปัจจุบัน กับ เสือญาญ่า (KKT-001F) พบครั้งแรกปี 2556 ถึงปี 2563 คาดว่าเสือโคร่งตัวใหม่ (KKT-003F) ดังกล่าว อาจเป็นเสือโคร่งที่ย้ายถิ่นมาจากป่าตะวันตก อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี นั้น
ล่าสุดวันที่ 18 ธันวาคมนายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า การพบลูกเสือโคร่งจากติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตาม ประชากรเสือโคร่งระยะยาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ภายใต้โครงการ การกระจายของสัตว์ตระกูลแมวป่าในพื้นที่ทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก โดยองค์การแพนเทอรา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ นั้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการติดตามประชากรเสือโคร่งที่เคยถูกบันทึกภาพได้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องระยะยาวและเข้าใจถึงการเลือกใช้พื้นที่ การเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง รวมถึงสถานภาพของเสือโคร่งแต่ละตัวและเหยื่อในพื้นที่และปัจจัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อการอาศัยอยู่ของเสือโคร่ง
นายมานะกล่าวว่า วิธีการสำรวจ จะเลือกติดตั้งกล้องในจุดที่มีการบันทึกภาพเสือโคร่งได้จากข้อมูลการติดตั้งกล้องแบบกริดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในปี 2563 และปี 2565 จากนั้นทำการติดตั้งกล้อง โดยการสำรวจครั้งนี้ได้ทำการติดกล้องในแต่ละกริด กริดละ 2 ตัว เพื่อให้ได้ภาพ ลายด้านข้างของเสือโคร่งมาใช้ในการจำแนกระบุตัว
สำหรับวิธีการตั้งกล้องนั้นคือ ตั้งกล้องให้มีระยะห่างจากด่านสัตว์ประมาณ 2-3 เมตร ระดับความสูงของกล้องตั้งให้สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 45-50 เซนติเมตร เชื่อมต่อกล้องเข้ากับโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ผ่านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายบลูทูธ (Bluetooth) เพื่อตั้งค่าการทำงาน นำเข้าค่าพิกัด วันที่ และเวลา เข้าสู่กล้องเพื่อให้ข้อมูลพิกัดอยู่ในรายละเอียด ข้อมูลของภาพ และเพื่อเพิ่มความแม่นยำของตำแหน่งติดตั้งกล้อง
จากนั้นทำการบันทึกพิกัด วันเดือนปี เวลา และสภาพป่านำมาลองถ่ายภาพเพื่อตรวจสอบการทำงานของกล้อง (Test Shot) ตั้งกล้องทิ้งไว้เป็นระยะเวลา 3 เดือน เมื่อครบกำหนด 3 เดือนแล้วจึงทำการเข้าพื้นที่เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่และดาวน์โหลดข้อมูลจากกล้อง มาจำแนกชนิดสัตว์ป่าด้วยการใช้โปรแกรมการจัดการรูปภาพ (Camera Trap File Manager) จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลในขั้นตอนต่อไป โดยปัจจุบันจุดกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามประชากรเสือโคร่งระยะยาวถูกติดตั้งแล้วทั้งสิ้น 14 จุด
KKT-003F
ผลจากติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามประชากรเสือโคร่งระยะยาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยล้อ จุดตั้งกล้องดังกล่าวเริ่มทำการติดตั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน โดยสภาพพื้นที่เป็นด่านสัตว์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าดิบแล้ง และอยู่ธารน้ำขนาดใหญ่ และจากการตรวจสอบขอมูลจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ พบว่าเสือโคร่งถูกถ่ายภาพได้ จำนวน 3 ตัว โดยเป็นเพศเมียโตเต็มวัย 1 ตัว ซึ่งมีในฐานข้อมูลเสือโคร่ง รหัส TWT128F ซึ่งเป็นแม่เสือโคร่ง และลูกเสือจำนวน 2 ตัว (ให้รหัสไว้ว่า SLT_Unknown003 และ SLT_Unknown004)
ทั้งนี้ ก่อนเหตุการณ์ดังกล่าว เสือโคร่ง TWT128F ถูกถ่ายภาพได้ในเดือนสิงหาคม 2566 นอกจากนี้จุดตั้งกล้องดังกล่าวยังเคยถ่ายภาพเสือโคร่งโตเต็มวัยเพศผู้ รหัส HKT270M จำนวน 3 ห้วงเวลา เหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งแรกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระที่มีภาพลูกเสือซึ่งถูกถ่ายภาพได้จากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ และชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ทั้งในด้านความสมบูรณ์ของสัตว์เหยื่อ และสภาพพื้นที่ป่าที่เอื้อต่อการขยายพันธุ์ของเสือโคร่ง Panthera กับงานสำรวจวิจัยสัตว์ตระกูลแมวป่า จากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ กว่า 420 จุด ใน 7 พื้นที่อนุรักษ์ของกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก (Southern Western Forest Complex : sWEFCOM) เพื่อสำรวจประชากรเสือโคร่งและสัตว์ตระกูลแมวป่า รวมถึงสัตว์ล่าเหยื่อ
นายมานะกล่าวว่า ประชากรเสือโคร่งในพื้นที่ sWEFCOM มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสือโคร่งที่ถูกถ่ายภาพได้ครั้งแรกในพื้นที่นี้ นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในความพยายามที่จะส่งเสริมให้ผืนป่าแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งความหวังในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งได้ในอนาคต สัตว์ตระกูลแมวป่า ที่ถูกสำรวจพบในพื้นที่ sWEFCOM มีทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือลายเมฆ แมวลายหินอ่อน เสือไฟ และแมวดาว