โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมคนสุรินทร์ เป็นคนอีสาน แต่ไม่พูดภาษาลาว ไม่กินข้าวเหนียว ?!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 23.29 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.
ภาพวาดลายเส้น ชาวบ้านเชื้อสายเขมรทำบุญที่วัดในสมัยรัชกาลที่ 5 โดย E.Boucourt จากภาพสเกตช์ของ L.Delaporte

คนสุรินทร์ เป็นคนอีสาน แต่ไม่พูดภาษาลาว ไม่กินข้าวเหนียว

ภาพรวมของคนอีสาน คือ พูดลาว (ภาษาถิ่น) และกินข้าวเหนียว เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นประจำภาค แต่คนสุรินทร์ หรือคนจังหวัด “สุรินทร์” ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน กลับแตกต่างออกไป เพราะสุรินทร์พูดเขมร กินข้าวเจ้า และมีวัฒนธรรมคล้ายเขมร

แต่ถ้าศึกษาประวัติเมืองสุรินทร์ก็จะเข้าใจที่มาของความต่างข้างต้น

ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อครั้งนครจำปาศักดิ์เป็นกบฏต่อไทย เจ้าพระยาจักรีเกลี้ยกล่อมชาวเขมรตามป่าดงเมืองประทายสมันต์ (pratajisaman) และเมืองใกล้เคียง เข้ามาขึ้นต่อกรุงธนบุรี เมืองประทายสมันต์ก็คือ เมืองสุรินทร์ นั่นเอง เป็นภาษาขอมโบราณ เพราะพื้นที่บริเวณนี้เคยอยู่ในอิทธิพลของขอมมาก่อน

แล้ววัฒนธรรมของชาวสุรินทร์นั้นสืบทอดมาจากขอมหรืออย่างไร และกลายเป็นเขมรได้อย่างไร

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า พื้นที่ภาคอีสานเคยเป็นที่อยู่ของพวกละว้าและลาว มีแคว้นเขตปกครองเรียกว่า “อาณาจักรฟูนัน” ต่อมาขอมเข้ามามีอำนาจแทนและตั้งอาณาจักรเจนละหรืออิศานปุระ ภายหลังแตกแยกเป็น 2 แคว้น

1. ทางแผ่นดินสูงตอนเหนือ ได้แก่ ภาคอีสานและฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (ลาว) เรียกว่า แคว้นพนมหรือเจนละบก เป็นขอมและเผ่านิกริโต

2. แผ่นดินต่ำตอนใต้จดชายทะเล (เขมร) เรียกว่า เจนละน้ำ เป็นชนเผ่าใหม่ที่เกิดจากการผสมระหว่างชาวพื้นเมืองเดิมกับเผ่าเนกริโต (Negrito) และเผ่าเมลาเนเชียน (Melanesian)

ชาวเจนละบก มีอิทธิพลในดินแดนที่ราบสูงอีสาน มีการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ความเจริญรุ่งเรือง และมีอำนาจในบริเวณนี้ แต่ภายหลังเจนละบกต้องตกเป็นเมืองขึ้นของเจนละน้ำ นานๆ เข้าก็กลายเป็นขอมปนเขมร ล่วงมาหลายชั่วอายุคนก็กลายเป็นเขมรไปโดยสมบูรณ์ พวกขอมที่อยู่ในถิ่นเดิมก็ค่อยๆ หมดไป บริเวณที่ราบสูงอีสานจึงมีสภาพเป็นเมืองร้าง และเป็นเหตุให้ชาวขอมหายไปจากโลก วัฒนธรรมขอมกับเขมรจึงปะปนกันอยู่ด้วย เช่นนี้จึงพอกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมของชาวสุรินทร์ ก็คือ วัฒนธรรมเขมรที่สืบทอดมาจากชาวขอมโบราณนั่นเอง

ถึงวันนี้ สุรินทร์ ยังมีลักษณะพิเศษทางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากวัฒนธรรมอีสาน วิถีชีวิต และจารีตประเพณีที่มีความคล้ายคลึงกับชาวเขมร แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น ชาวสุรินทร์เรียกตนเองว่าขแมร์เลอ แปลว่า เขมรสูง และเรียกชาวกัมพูชาว่าขแมร์กรอม แปลว่า เขมรต่ำ, ภาษาเขมรที่คนสุรินทร์ใช้พูดกันที่ไม่เหมือนกับภาษาเขมรในกัมพูชา, วิถีชีวิตและนิสัยใจคอของชาวสุรินทร์ก็ไม่เหมือนชาวกัมพูชา

มูลเหตุของเรื่องอาจเป็นเพราะว่า บรรพบุรุษของชาวสุรินทร์นั้นเป็นชาติพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการผสมระหว่างชาวกูยกับชาวเขมร สิ่งยืนยันในเรื่องนี้ก็คือ ข้อความจากหนังสือที่ฝรั่งนักชาติวงศ์วิทยาแต่งขึ้นหลายเล่ม ได้กล่าวว่า มีกลุ่มชนพวกหนึ่งเรียกว่า กูย มีเลือดผสมระหว่างพวกเวดดิด (Weddid Proto Australian) กับพวกเมลาเนเชียน (Melanesian) มีรูปร่างลักษณะคล้ายเขมร พูดภาษาผสมที่เกิดจากตระกูลภาษามอญกับตระกูลภาษาเขมร

เดิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณตอนเหนือของเมืองเสียมราฐ กำปงธม ก่อนที่ชาวไทยและชาวเขมรจะเข้ามาอยู่ในบริเวณนั้นเสียอีก ชาวไทยเรียกว่า ส่วย (เป็นพวกส่งส่วยให้ไทย) แต่ฝรั่งเศสเรียกตามภาษาเขมรว่า กวย ภายหลังเมื่อได้แต่งงานกับชาวเขมรและลาวที่ตามเข้ามาอยู่ด้วย มีลูกหลานออกมา ไทยจึงเรียกกูยที่ผสมกับเขมรว่า ส่วยเขมร เรียกกูยที่ผสมกับลาวว่า ส่วยลาว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้วัฒนธรรมของชาวสุรินทร์โน้มเอียงไปทางเขมรนั้น กล่าวกันว่า เมื่อครั้งอพยพจากเมืองอัตตะปือ เมืองแสนปางหรือเสียมปัง แคว้นจำปาศักดิ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มาตั้งเมืองในที่ตั้งของจังหวัดสุรินทร์ในระยะแรกๆ นั้น มีแต่พวกกูยทั้งเมืองและมีพวกเขมรอพยพมาอยู่บ้างประปราย ภายหลังพวกกูยเข้าเป็นข้าขอบขัณฑสีมาไทยในสมัยกรุงธนบุรี ทั้งได้ร่วมปราบปรามเขมร กัมพูชาที่ก่อการจลาจลได้ชัยชนะกลับมา พวกเขมรก็อพยพมาอยู่ในเมืองนี้มากขึ้น

นานเข้าก็มีการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างกัน และให้ลูกหลานแต่งงานกัน ทำให้มีชาวเขมรอพยพตามเข้ามามากขึ้น วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวกูยจึงผันแปรไปทางเขมร พวกกูยก็ถูกกลืนเขมรไปค่อนเมืองสุรินทร์ แต่ก็เป็นเขมรสูงเป็นวัฒนธรรมของขอมโบราณที่ไม่เหมือนเขมรต่ำในกัมพูชา

ข้อมูลของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อ พ.ศ. 2538-2539 เพื่อประกอบการศึกษาเชิงชาติพันธุ์วิทยาพบว่า ถ้าใช้วัฒนธรรมทางภาษาและการยอมรับในเชื้อชาติ ประกอบการวิเคราะห์โครงสร้างประชากรของจังหวัด “สุรินทร์” จะพบว่า ประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเรียกชาวสุรินทร์ที่พูดภาษาลาวด้วยสำเนียงเขมรว่า “ส่วย” ส่วนชาวสุรินทร์ก็เรียกชาว อีสาน ทั่วไปว่า “ลาว” และปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่ลาว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสุรินทร์, คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมคนสุรินทร์ เป็นคนอีสาน แต่ไม่พูดภาษาลาว ไม่กินข้าวเหนียว ?!?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...