โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิวัฒนาการจาก “หินตั้ง” สู่ “เสมา” ผีและพุทธใน “ภูพระบาท” อุดรธานี มรดกโลกแห่งล่าสุดของไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ก.ค. 2567 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2567 เวลา 04.31 น.
“กู่นางอุสา” เป็นเพิงหินขนาดเล็กที่มีใบเสมามาปักล้อมรอบทั้ง 8 ทิศ จึงเป็นศาสนสถานเนื่องในศาสนาพุทธ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 (หรือราว1000 ปีมาแล้ว) (ภาพ : fb อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท)

เป็นข่าวดีล่าสุด เมื่อ ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท”อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี เป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรม” โดยเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ซึ่งนอกจากภูพระบาทจะค้นพบร่องรอยมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์แล้วนั้น ยังปรากฏวิวัฒนาการเรื่อง “ศาสนา” จากผีไปเป็นพุทธ ดังเห็นจาก “หินตั้ง” และ “เสมา”

“หินตั้ง” คือวัฒนธรรมที่มีการนับถือหิน เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “วัฒนธรรมหิน” ในภาษาอังกฤษมักเรียกวัฒนธรรมนี้ในคำรวม ๆ และใช้สลับกันไปมาคือ “megalith” แปลว่าหินใหญ่ และ “standing stone” แปลว่าหินตั้ง เนื่องจากหินที่นำมาใช้มักจะมีขนาดใหญ่ มักนำมาจับตั้งมุมฉากกับพื้นโลก หรือตั้งวางตามแนวนอน ทว่าบางครั้งหินที่นำมาใช้ก็ไม่ได้ใหญ่ จึงใช้ทั้ง 2 คำ

วัฒนธรรมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้หินในการบูชาผี (หรือที่เรียกกันว่าศาสนาผี) หวังให้บรรพบุรษที่เคารพนับถือมาสิงสู่ที่หิน ช่วยปกปักรักษาให้ลูกหลานปลอดภัยและช่วยเรื่องการทำกินเป็นสำคัญ

วัฒนธรรมหินที่ว่านี้มีมาหลายพันปีแล้วทั่วโลกและอุษาคเนย์ พบมากที่อีสาน รวมถึงภาคกลางบางแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “ภูพระบาท” จ. อุดรธานี

ยิ่งไปกว่านั้นที่ “ภูพระบาท” ยังพบ “เสมา” ที่ว่ากันว่าดัดแปลงมาจาก “หินตั้ง” อีกทีหนึ่ง

เสมา ที่ภูพระบาท

เสมาหรือสีมา เป็นภาษาบาลี กรมศิลปากร ให้ข้อมูลว่า เสมาหมายถึง “เขต ตามคัมภีร์พระพุทธศาสนา (พระวินัยปิฎก มหาวรรค ปฐมภาค อุโบสถขันธกะ และคัมภีร์สมันตปาสาทิกา) ได้กล่าวว่าพระพุทธองค์ให้สงฆ์กำหนดแนวเขตเพื่อทำสังฆกรรมร่วมกันอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง ให้สามารถล้อมเป็นวงรอบพื้นที่ได้

โดยใช้นิมิต 8 อย่าง ได้แก่ ภูเขา หิน ป่า ต้นไม้ หนทาง จอมปลวก แม่น้ำ และน้ำที่ขัง คติการปักใบเสมาในพุทธศาสนาจึงเป็นเสมือนการกำหนดขอบเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้ในการทำพิธีกรรมทางศาสนา”

จากข้อมูลของสุจิตต์ วงษ์เทศ ในบทความของมติชนสุดสัปดาห์ ชื่อ “สุจิตต์ วงษ์เทศ : หินก่ายฟ้า และอุสา-บารส ที่ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี”และ “สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘หินตั้ง’ ในผี ‘เสมาหิน’ ในพุทธ”ได้กล่าวว่า “เสมา” เป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธ โดยดัดแปลงมาจากวัฒนธรรมหินตั้งเป็นหลัก เสมานั้นไม่ปรากฏในอินเดียหรือลังกา เป็นงานที่เกิดขึ้นมาจากอีสานโดยแท้ และเสมาในภูพระบาทที่เห็นกันนั้นก็ได้อิทธิพลมาจากหินตั้งหลังจากรับพุทธศาสนานั่นเอง

“บนภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี มีหินตั้งในศาสนาผีราว 3,000 ปีมาแล้ว หลังรับศาสนาพุทธ ได้ดัดแปลงหินตั้งเป็นเสมาหิน ต้นแบบใบเสมาปักรอบโบสถ์ทุกวันนี้ (ไม่มีในอินเดีย, ลังกา) เป็นงานสร้างสรรค์โดยแท้ๆ เนื้อๆ จากอีสาน”

นอกจากเสมาจะดัดแปลงมาจากหินตั้งแล้ว… หินตั้งที่เคยเป็นวัฒนธรรมในอดีตก็ถูกกลืนกลาย หลังจากที่ศาสนาพุทธเข้ามาในพื้นที่ จะเห็นว่าหินหลากหลายชิ้นได้ถูกดัดแปลงมาเป็นพื้นที่เพื่อประกอบศาสนกิจ ประดิษฐานพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสักการบูชา รวมถึงเป็นพื้นที่อาศัยของพระภิกษุในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.matichonweekly.com/sujit/article_464006

https://www.matichon.co.th/columnists/news_133570

https://www.finearts.go.th/phuphrabathistoricalpark/view/34648-ใบเสมาบนภูพระบาท

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ. “หินตั้ง 3 แบบ ในศาสนาผี 2,000 ปีมาแล้ว ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี” ใน มติชนรายวัน, ปีที่ 36 ฉบับที่ 12989. หน้า 20

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิวัฒนาการจาก “หินตั้ง” สู่ “เสมา” ผีและพุทธใน “ภูพระบาท” อุดรธานี มรดกโลกแห่งล่าสุดของไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...