ทริปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 4 วัน 3 คืน ฉบับชิล ๆ สโลว์ไลฟ์ ในเมืองแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม
LSA Thailand
อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 09.55 น. • Lifestyle Asia Thailandทำงานหนัก ก็ต้องพักผ่อนบ้าง และถ้าหากไม่อยากไปไหนไกล ก็มาเติมเอเนอร์จี้ ที่ประเทศใกล้ ๆ อย่างมาเลเซีย แล้วเดิน เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ช้อป ชิล ถ่ายรูปเช็คอิน แบบวิถีสโลว์ไลฟ์กันดีกว่า
วันนี้ Lifestyle Asia มาแจกแพลน เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 4 วัน 3 คืน เมืองหลวงแห่งประเทศมาเลเซีย ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวกับครอบครัวก็ได้ คนรู้ใจก็ดี หรือจะไปชิลกับเพื่อนฝูงก็สนุกแบบสุด ๆ รับรองว่าทริปนี้ จะทำให้คุณหลงรักและประทับใจ เมืองกัวลาลัมเปอร์อย่างแน่นอน
Day 1
Aquaria KLCC
หลังจากนั่งเมื่อย ๆ อยู่บนเครื่องบิน เหยียบผืนดินประเทศมาเลเซียปุ๊บ เราไปเดินยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายชิล ๆ กันก่อนเลยที่ ‘พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Aquaria KLCC’ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ในศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ ติดกับตึกแฝด โดยที่นี่มีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณผืนน้ำเมืองร้อนในแถบเอเชียมากถึง 250 สายพันธุ์ และมีจำนวนมากถึง 5,000 ชีวิตเลยนะ แถมมีพื้นที่ใหญ่กว่า 5,500 ตารางเมตร รวมถึงอุโมงค์ใต้น้ำสุดอลังกาลที่มีความยาว 90 เมตรด้วย โดยมีค่าเข้าชมอยู่ที่ 75 MYR บอกเลยว่างานนี้เดินเพลินจนลืมเวลากันเลยทีเดียว
การเดินทาง :จากสนามบินสามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วง (KLIA Express Line) จากสถานี KLIA T1 ไปยังสถานี KL Sentral แล้วเปลี่ยนขบวนไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีชมพู (Kelana Jaya Line) ไปยังสถานี KLCC จากนั้นเดินไปยังโซนห้าง Suria KLCC แล้วมองหาอุโมงคนเดินที่อยู่ใกล้กับ Uniqlo และ Maybank แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5-10 นาที
Location : Aquaria KLCC
Website : https://aquariaklcc.com
Opening Hours :10.00 – 20.00 น.
Secret Recipe
เดินเยอะ เริ่มเมื่อย ที่สำคัญกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ตกเย็นเราแนะนำให้ไปนั่งดินเนอร์ที่ร้าน Secret Recipe อ่าวงง ทำไมแนะนำให้ไปกินข้าวที่ร้านเค้ก แต่เดี๋ยวก่อน ขอเล่านิดนึง จะบอกว่า Secret Recipe เป็นร้านที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซียนี่แหล่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้ว Secret Recipe นอกจากจะมีเค้กและเครื่องดื่มหลากหลายแล้ว เขายังมี ‘อาหารมาเลเซียสไตล์ฟิวชั่น’ ที่อร่อยมาก ๆ ด้วยนะ ใครอยากลองชิม ก็สามารถเดินไปกินกันได้ที่ Secret Recipe สาขา Suria KLCC ได้เลย
การเดินทาง : จาก Aquaria KLCC ให้เดินลอดอุโมงค์คนเดินกลับมายังห้าง Suria KLCC ชั้น G
Location : Secret Recipe (Suria KLCC branch)
Website : www.secretrecipe.com.my
Opening Hours : 10.00 – 22.00 น.
Petronas Twin Towers
กินอิ่มแล้วไปต่อกันที่ ‘ตึกแฝดปิโตรนาสทาวเวอร์’ ตึกระฟ้าที่เป็นแลนด์มาร์คจุดสำคัญของเมืองกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งถ้าใครไม่มาที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงประเทศมาเลเซียจริง ๆ นะ โดยเราแนะนำให้มาถ่ายรูปเช็คอินในช่วงตอนกลางคืน เพราะแสงไฟบวกกับสถาปัตยกรรมที่สวยสะกดตา ทำให้ตึกแฝดแห่งนี้มีเสน่ห์มากขึ้นในยามค่ำคืนนั่นเอง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีทีเด็ดเป็น สะพานลอยฟ้า (Skybridge) ที่เชื่อมตึกแฝดทั้ง 2 เข้าด้วยกัน ซึ่งหากใครอยากชมวิวเมืองกัวลาลัมเปอร์จากมุมสูง ก็สามารถขึ้นไปได้ โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 98 MYR
การเดินทาง : จากชั้น G ในห้าง Suria KLCC ให้ลงลิฟท์หรือบันไดเลื่อนไปที่ชั้น Lower G
Location : Petronas Towers
Website : www.petronastwintowers.com.my
Opening Hours : 9.00 – 21.00 น.
Day 2
KL Bird Park
ต้อนรับเช้าวันใหม่ ด้วยการไปเดินเล่นชมนกนานาพันธุ์ที่ดีต่อใจ ณ KL Bird Park หนึ่งใน ‘สวนนกปล่อยบินอิสระ’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีนกมากกว่า 3,000 ตัว กว่า 200 สายพันธุ์ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 84,984 ตารางเมตร บอกเลยว่าเป็นการเดินชมนกชมไม้ที่เพลินมาก ๆ ซึ่งเราสามารถชมเหล่าน้องนกอย่างใกล้ชิด และมีโซนให้อาหารให้เราได้ป้อนอาหารน้อง ๆ กันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีการแสดงต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตลอดทั้งวันอีกด้วย โดยค่าตั๋วเข้าสวนนกราคาจะอยู่ที่ 85 MYR
การเดินทาง : แนะนำให้นั่ง Taxi ไปจะดีที่สุด เพราะหากไปโดยรถไฟฟ้าหรือรถบัส ก่อนถึง KL Bird Park จะต้องเดินขึ้นเนินเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเราคิดว่าเก็บแรงไว้เดินในสวนนกน่าจะดีกว่า
Location : KL Bird Park
Website : www.klbirdpark.com
Opening Hours : 9.00 – 18.00 น.
Pavilion Kuala Lumpur
ตกบ่ายแก่ ๆ ไปเดินเล่นเช็คอินกันต่อที่ห้าง Pavillion Kuala Lumpur อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ห้างที่สวยอลังกาลไฮโซที่สุดในกรุงกัวลาลัมเปอร์’ สวรรค์ของนักกินและนักช็อป ที่เป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์เนมชั้นนำทั่วโลก รวมถึงร้านอาหารแสนอร่อยมากมาย ที่เราสามารถเดินเล่นช็อปปิ้งกินเพลินได้แบบไม่มีเบื่อ
การเดินทาง : จาก KL Bird Park ให้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (Kajang Line) ไปยังสถานี Bukit Bintang
Location : Pavilion Kuala Lumpur
Website : www.pavilion-kl.com
Opening Hours : 10.00 – 22.00 น.
Damascus
เสียเงินแล้วสบายใจ ตกเย็นไปดินเนอร์หล่อ ๆ สวย ๆ กันที่ร้าน Damascus ‘ร้านอาหารเลบานอนชื่อดัง’ ใกล้กับห้าง Pavilion ที่ต้องต่อคิวรอประมาณ 30 – 40 นาที เพราะคนมากินเยอะแบบล้นหลามมากจริง ๆ แต่บอกเลยว่าอร่อยคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน โดยมีเมนูแนะนำ ได้แก่ Lamb Shank, Lamb Kebab & Rice, BBQ Mixed Grill Platter และ Mandi Chicken นอกจากนี้ทางร้านยังมุมสวย ๆ หลายมุมไว้สำหรับถ่ายรูปเช็คอินอีกด้วยนะ
การเดินทาง : จาก Pavilion ร้าน Damascus จะอยู่ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าสถานี Bukit Bintang
Location : Damascus
Website : https://damascus.my
Opening Hours : 8.30 – 04.30 น.
KL Tower
ส่งท้ายวันที่สอง ด้วยการไปชมวิวเมืองกัวลาลัมเปอร์ บนหอคอย KL Tower ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แลนด์มาร์คกลางป่า’ ที่ตั้งอยู่บนเขตพื้นที่ป่าสงวนบูกิตนานาส (Bukit Nanas Forest Reserve) ซึ่งเป็นป่าสงวนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย ถือเป็นแหล่งธรรมชาติสำหรับพักผ่อนหย่อนใจกลางกรุงที่สำคัญยิ่งของเมืองกัวลาลัมเปอร์ ส่วนใครที่อยากขึ้นไปชมวิว ก็สามารถจ่ายค่าตั๋วราคา 30 MYR แล้วกดลิฟต์ไปที่ชั้น Observation Deck โดยเราจะได้เห็นวิวเมืองกัวลาลัมเปอร์แบบพาโนรามา 360 องศาสุดลูกหูลูกตา โดยเขามีกล้องส่องทางไกลติดตั้งไว้รอบ ๆ เพื่อใช้ส่องมองสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย
การเดินทาง : จากร้าน Damascus แนะนำให้นั่ง Taxi ไป KL Tower จะสะดวกที่สุด
Location : KL Tower
Website : https://kltower.com.my
Opening Hours : 9.00 – 22.00 น.
Day 3
Bukit Bintang Street Art
เริ่มต้นเช้าวันที่สามด้วยการไปเดินเล่นถ่ายรูปกันอย่างอารมณ์ดี ที่ Bukit Bintang Street Art ‘ถนนสายอาร์ตที่เต็มไปด้วยภาพศิลปะกราฟิตี้’ สีสันสดใส ที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปซะหมด บอกเลยว่าเป็นจุดเช็คอินเกร๋ ๆ ที่สายคอนเท้นท์ หรือสายชอบโซเชียลเช็คอินถ่ายรูป ห้ามพลาดเด็ดขาด ! ซึ่งที่นี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะเป็นสถานที่สาธารณะจ้า
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (Kajang Line) ไปยังสถานี Bukit Bintang แล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปทางถนน Jln Bukit Bintang แล้วเลี้ยวขวาที่ถนน Changkat Bukit Bintang แล้วเดินอีกประมาณ 300 เมตร
Location : Bukit Bintang Street Art
Opening Hours : 24 ชั่วโมง
Mee Tarik
หลังจากกระหน่ำถ่ายรูปกันอย่างจุใจแล้ว มื้อเที่ยงเราเดินทางไปที่ร้านอาหารจีน Mee Tarik เพื่อกิน ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเส้นสดรสเด็ดชื่อดังแห่งย่าน China Town’ โดยเส้นก๋วยเตี๋ยวของทางร้านนั้นเป็นเส้นสดสุดนุ่ม ที่ทำเองวันต่อวัน บวกกับน้ำซุปที่ดีงาม ทำให้รสชาติก๋วยเตี๋ยวมีความกลมกล่อมเป็นอย่างมาก แถมยังมีเมนูอาหารจีนอื่น ๆ ให้เลือกทานอีกมากมาย ส่งผลให้คนแน่นร้านสุด ตั้งแต่ร้านเปิดยันร้านปิดเลยทีเดียว
การเดินทาง : จาก Bukit Bintang Street Art ให้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (Kajang Line) จากสถานี Bukit Bintang ไปยังสถานี Merdeka แล้วเดินตามถนน Jalan Hang Jebat จนไปเจอแยกที่ตัดกับถนน Jalan Sultan จะเห็นร้าน Mee Tarik ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Jalan Sultan
Location : Mee Tarik
Website : https://meetarikchinatown.meuu.online
Opening Hours : 9:00 – 6.00 น.
Bookxcess RexKL
แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในกัวลาลัมเปอร์ ที่แปลงโฉมรีโนเวทโรงหนังเก่าสุดคลาสสิคให้กลายเป็น ‘ร้านขายหนังสือดีไซน์ Loft สุดแนว’ ที่ตกแต่งออกมาได้ดูขลัง ดูเก๋ ดูเท่แบบสุด ๆ ประหนึ่งเดินอยู่ในเขาวงกตหนังสือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ควรค่าแก่การมาเช็คอินถ่ายรูป บอกเลยว่าแปลกแหวกแนวและน่าจดจำมาก ๆ นอกจากนี้รอบ ๆ ยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของศิลปินที่วนเวียนกันมาจัดแสดงผลงานศิลปะ และมีร้านกาแฟดริปสุดชิค ที่มีที่นั่งเป็นขั้นบันไดตึกอีกด้วย
การเดินทาง : เดินออกจากร้าน Mee Tarik ให้เลี้ยวซ้าย แล้วเดินไปตามถนน Jalan Sultan ประมาณ 300 เมตร
Location : Bookxcess RexKL
Opening Hours : 10.00 – 22.00 น.
Beryl’s Chocolate Story & Kaffe 16
Beryl’s ‘ช็อกโกแลตพรีเมียมแบรนด์ดังของประเทศมาเลเซีย’ ที่หลายคนนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับประเทศไปเป็นของฝาก เขามีพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตให้เราได้เข้าไปเยี่ยมชมด้วยนะ แถมยังมีผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต Beryl’s แบบครบไลน์ ให้เราได้เลือกซื้ออย่างจุใจ นอกจากนี้ข้าง ๆ กันยังมีคาเฟ่ Kaffe 16 ซึ่งเป็นคาเฟ่ของทาง Beryl’s กับบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานช็อกโกแลตแสนอร่อย บอกได้เลยว่าคุณอาจนั่งเพลินจนลืมเวลาไปเลยก็ได้
การเดินทาง : ออกจากร้าน Bookxcess ให้เลี้ยวขวาเดินไปตามถนน Jalan Sultan แล้วเลี้ยวซ้ายที่ถนน Jalan Panggong จะเห็น Beryl’s Chocolate Story อยู่ทางด้านซ้ายมือ
Location : Beryl’s Chocolate Story
Website : https://berylschocolate.com
Opening Hours : 9.00 – 17.30 น.
Mahbub
แอบกระซิบว่าร้านนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ ! เพราะเป็น ‘ร้านอาหาร local ที่คนมาเลเซียเขานิยมมากินกัน’ โดยที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมอาหารประชาติของมาเลเซียที่อร่อยมาก ๆ ที่นึงเลยล่ะ ส่วนเมนูแนะนำก็จะมีตั้งแต่ Nasi Lemak Ayam Goreng, Nasi Briyani Ayam Madu และ Nasi Buhara Ayam
การเดินทาง : จาก Beryl’s Chocolate Story แนะนำให้นั่ง Taxi ไปร้าน Mahbub จะสะดวกที่สุด
Location : Mahbub
Website : www.restoranmahbub.com
Opening Hours : 7.00 – 23.30 น.
Day 4
Batu Caves
ส่งท้ายทริปสโลว์ไลฟ์ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ด้วยการ มูเตลูขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นศิริมงคล และเยี่ยมชมความสวยงามของพระขันธกุมารที่สูงที่สุดในโลก ก่อนเดินทางกลับกันสักหน่อยที่ Batu Cave ‘ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าชาวฮินดู’ ที่ตั้งอยู่ในภูเขาหินปูนอายุกว่า 400 ล้านปี โดยมีรูปปั้นพระศิวะ และรูปปั้นเทพองค์อื่น ๆ ที่ผู้คนนิยมมาขอพรในเรื่องของ ความสำเร็จในหน้าที่การงาน สุขภาพ หรือแม้กระทั่งขอให้มีบุตร นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นของบันได 272 ขั้นหลากสี จุดถ่ายรูปเช็คอินที่น่าสนใจ โดยชาวฮินดูเชื่อว่าบันไดหลากสีนี้เป็นจุดที่ใกล้กับสวรรค์ที่สุดนั่นเอง
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (Batu Caves – Pulau Sebang Line) ไปยังสถานี Batu Caves
Location : Batu Caves
Opening Hours : 24 ชั่วโมง
LSA Tips!
- เราสามารถ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่แนะนำจะเป็นระหว่าง เดือนมกราคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน ที่ฝนตกอาจตกไม่บ่อยนัก จึงเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศดีที่สุดในการท่องเที่ยว
- ควรหลีกเลี่ยงการ เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลรอมฎอน (Hari Raya Aidilfitri) หากคุณไม่อยากเจอรถติดและจำนวนคนมหาศาลล้านแปด
- คนไทยสามารถเที่ยวมาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ในประเทศมาเลเซียได้ไม่เกิน 30 วัน
- นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย 3 วัน ผ่านทางเว๊บไซต์ https://imigresen-online.imi.gov.my/mdac/main
- เราสามารถเดินทางทั่วเมืองกัวลาลัมเปอร์ด้วยระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ทั้ง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน โมโนเรล และรถบัส ด้วย บัตร myrapid เพียงใบเดียว โดยสามารถติดต่อซื้อบัตรได้ที่สถานี Rapid KL ทุกสถานี
- เนื่องจากมาเลเซียเป็นประเทศที่อยู่ในเขตสภาพอากาศร้อนชื้น ทำให้ฝนตกบ่อย แนะนำให้พกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้อุ่นใจกว่า
- การเดินทางโดย Taxi ที่ประเทศมาเลเซีย ราคาค่อนข้างเป็นมิตร หากฝนตกแล้วจำเป็นต้องเดินทาง ก็สามารถกดแอพ Grab เรียก Taxi ได้เลย
Hero & Feature Image Credit : Tourism Malaysia official facebook
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
The information in this article is accurate as of the date of publication.