โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะขุมกำลัง 4 แบรนด์ในพอร์ตของ “ออนิกซ์” เชนโรงแรมไทยที่ขอปักธงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Positioningmag

อัพเดต 28 พ.ค. 2567 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2567 เวลา 06.58 น.

รู้จักบริษัทเชนโรงแรมไทย “ออนิกซ์” บริษัทที่ตั้งเป้าจะเป็น “ฮอสพิทาลิตี้” ขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยพอร์ตโฟลิโอ 4 แบรนด์หลัก “อมารี” “โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์” “ชามา” และ “โอโซ่” วางแผนเปิดโรงแรมให้ครบ 70 แห่งภายในปี 2571

ย้อนประวัติ "เครืออิตัลไทย" เริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจโรงแรมครั้งแรกในปี 2508 จากการเข้าซื้อโรงแรม “นิภาลอร์ด” ที่พัทยา ก่อนที่ธุรกิจจะค่อยๆ เติบโตจนมีการเปิดตัวโรงแรม“อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ” ในปี 2526 เป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างแบรนด์ที่จะเป็นเชนโรงแรมในอนาคต
กลุ่มอมารีมาเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” (ONYX) เมื่อปี 2553 เพื่อจะขยายตัวในตลาดฮอสพิทาลิตี้แบบเต็มสูบ มีการเข้าซื้อแบรนด์ในต่างประเทศและการสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเพิ่ม เดินหน้าไปสู่เป้าหมายเป็น “The Best Medium-size Hospitality in South East Asia” หรือบริษัทขนาดกลางด้านธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
[caption id="attachment_1475394" align="alignnone" width="1000"]

ออนิกซ์

พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในเครือออนิกซ์[/caption]
ปัจจุบันออนิกซ์มีทั้งหมด 4 แบรนด์หลัก รวมโรงแรมในเครือที่เปิดบริการแล้วและที่จะเปิดภายในปี 2567 ทั้งหมด 40 แห่ง ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย จีนและฮ่องกง ลาว มัลดีฟส์ และศรีลังกา พร้อมวางเป้าหมายจะขยายจำนวนโรงแรมเพิ่มเป็น 70 แห่ง ภายในปี 2571 และอาจจะมีการเปิดตลาดใหม่เพิ่มอีกได้ในอนาคต
4 แบรนด์ของ “ออนิกซ์” มีการกระจายเซ็กเมนต์และเป้าหมายลูกค้าไว้ ดังนี้

  • อมารี (Amari)

[caption id="attachment_1475386" align="alignnone" width="1000"]

อมารี กรุงเทพฯ[/caption]
อมารีเป็นแบรนด์โรงแรมเก่าแก่ที่สุดในพอร์ต และน่าจะเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักคุ้นชื่อมากที่สุดจากสาขาที่มีชื่อเสียงอย่าง “อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ” หรือ “อมารี กรุงเทพฯ” (*ชื่อเดิม: อมารี วอเตอร์เกต) ปัจจุบันแบรนด์อมารีมีสัดส่วนจำนวนห้องพักคิดเป็น 49% ของพอร์ตบริษัท
“ยุทธชัย จรณะจิตต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้แบรนด์อมารีค่อนข้างจะสับสนว่าแบรนด์จะมีจุดยืนความโดดเด่นอย่างไร
แต่ล่าสุดบริษัทมีการรีแบรนด์ใหม่ให้ชัดเจนว่าอมารีจะเป็น “MICE High-end Hotel” ความหมายคือเป็นโรงแรมระดับบนที่รองรับการประชุมสัมมนาและอีเวนต์ได้ ไม่ว่าจะเป็นอมารีที่อยู่ในเมือง (urban) หรืออมารีในทำเลพักผ่อน (resort) ก็จะมีห้องประชุมไว้รองรับการสัมมนา
นอกจากนี้บริษัทยังอดงบเพื่อทำการตลาดแบรนด์ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นในปีนี้ “เราทำงานหนักมากเพื่อให้แบรนด์อมารียังดูทันสมัย เป็นแบรนด์เก่าแก่ก็จริงแต่ต้องไม่เก่าเก็บ” ยุทธชัยกล่าว

  • ชามา (Shama)

[caption id="attachment_1474092" align="alignnone" width="1000"]

ออนิกซ์

ชามา เลควิว อโศก เซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ในเครือออนิกซ์[/caption]
ชามาเป็นแบรนด์เซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ที่ออนิกซ์ซื้อกิจการเข้ามาในปี 2553 หลังจากนั้นมาก็กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในบริษัท ปัจจุบันชามามีสัดส่วนจำนวนห้องพักคิดเป็น 32% ของพอร์ตบริษัท
ยุทธชัยกล่าวว่า ลักษณะธุรกิจชามาจะเป็นแบบ ‘Room Only’ เพราะเน้นการเช่าพักระยะยาว หากบางสาขามีร้านอาหารจะใช้การจัดจ้างจากภายนอก (Outsource) มาบริการ ซึ่งทำให้ชามาเป็นธุรกิจที่ได้กำไรสูง เสนอแผนรับบริหารให้กับลูกค้าได้ง่าย เพราะสามารถ plug-in สวมแบรนด์เข้าไปในอะพาร์ตเมนต์เดิมของลูกค้าและเปลี่ยนเป็นเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ได้ไม่ยาก

  • โอโซ่ (OZO)

[caption id="attachment_1474091" align="alignnone" width="1000"]

โรงแรมโอโซ่ พัทยาเหนือ[/caption]
เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเพื่อมาตอบโจทย์เป็นโรงแรมระดับกลางบน ปัจจุบันโอโซ่มีสัดส่วนจำนวนห้องพักคิดเป็น 17% ของพอร์ตบริษัท
สโลแกนของโอโซ่คือ “Unpack Good Vibes” เพราะต้องการให้เป็นโรงแรมบรรยากาศสดใส สนุกสนาน เข้าถึงง่าย ภายในมีกิจกรรมให้ทำ ไม่น่าเบื่อ และมาในราคาคุ้มค่า ปัจจุบันมีโรงแรมที่เป็นเรือธงคือ “โอโซ่ นอร์ธ พัทยา” โรงแรมขนาด 400 ห้อง
“ความฝันของเราคืออยากปั้นให้โอโซ่เป็นแบรนด์ที่คนไทยชอบและภูมิใจ เมื่อขยายไปในต่างประเทศก็อยากจะตามไปพัก” ยุทธชัยกล่าว

  • โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence)

[caption id="attachment_1475389" align="alignnone" width="1000"]

ออนิกซ์

โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ[/caption]
ปัจจุบันแบรนด์นี้มีเพียงแห่งเดียวคือ “โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ” บนถนนวิทยุ คอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือเป็นโรงแรมลักชัวรี เรียบหรู มีจำนวนห้องพักไม่มาก
ยุทธชัยมองว่าแบรนด์นี้ยังสามารถเติบโตได้ในทำเลอื่น โดยบริษัทจะลงทุนเองเพื่อขยายในจังหวัดภูเก็ต (หาดป่าตอง) และพัทยา คาดว่าจะสรุปการลงทุนได้ในปี 2568

ยึดหัวหาดใน “มาเลเซีย”

ลักษณะธุรกิจของออนิกซ์มีทั้งการลงทุนเองและการรับจ้างบริหาร โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอตามประเทศที่มีการขยายธุรกิจ ดังนี้

  • 53% ไทย

  • 19% มาเลเซีย

  • 10% จีน

  • 8% ฮ่องกง

  • 5% สปป.ลาว

  • 5% อื่นๆ ได้แก่ มัลดีฟส์ ศรีลังกา

เห็นได้ว่าตลาดต่างประเทศหลักของออนิกซ์ก็คือ “มาเลเซีย” ซึ่งยุทธชัยมองว่าออนิกซ์คือเชนโรงแรมจากประเทศไทยแห่งแรกๆ ที่เน้นเจาะตลาดนี้ โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตในมาเลย์ได้ถึง 250% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีโรงแรมที่เปิดตัวแล้วและที่กำลังจะเปิดปีนี้รวม 7 แห่ง เช่น “อมารี กัวลาลัมเปอร์” “โอโซ่ เมดินี” “ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู”
[caption id="attachment_1475398" align="alignnone" width="1000"]

ออนิกซ์

อมารี กัวลาลัมเปอร์[/caption]
ส่วนตลาดใหม่ๆ ที่มีความเป็นไปได้คือ “ญี่ปุ่น” โดยยุทธชัยระบุว่าอยู่ระหว่างพูดคุยเจรจากับเจ้าของโครงการ รวมถึงมีแนวคิดว่าบริษัทอาจสนใจร่วมลงทุน (Joint Venture: JV) ในกิจการที่ญี่ปุ่น

  • “ออนิกซ์” ลงทุน 4,800 ล้านรีโนเวต-เปิดใหม่ 4 โรงแรมไทย มองท่องเที่ยวฟื้นแต่เศรษฐกิจซบ ต้องระมัดระวังสูง

  • ทั้งนี้ การหาตลาดใหม่ของออนิกซ์ จะเน้นเฉพาะในเขตเอเชียแปซิฟิกและเน้นตลาดที่ไม่ไกลเกินไปนักโดยวัดจากการบินพิสัยกลางระยะไม่เกิน 5 ชั่วโมง เพราะไม่ต้องการออกนอกพื้นที่แข่งขันที่ถนัด
    “จุดเด่นของเครือเราซึ่งเป็นบริษัทขนาดกลางคือการดูแลทุกสัญญาอย่างละเอียด มองแต่ละสัญญาว่าเรามาช่วยให้เจ้าของโครงการ ทำกำไรไม่ใช่ทำสัญญาเพื่อเราจะเก็บค่าธรรมเนียมในการบริหารอย่างเดียวแล้วจบ” ยุทธชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...