โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิ้วกลม | โลกนี้มีกี่เพศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 03.01 น.

มิตรสหายเล่มหนึ่ง

นิ้วกลม

roundfinger@roundfinger.page

 

โลกนี้มีกี่เพศ

 

1 ในชีวิตที่ผ่านมาผมน่าจะพูดจาทำร้ายจิตใจผู้คนไปไม่น้อย

เรื่องหนึ่งที่กระทำไปด้วยความด้อยสติปัญญาคือเรื่องเพศวิถี

สมัยวัยรุ่น ด้วยความคะนอง ผมกับเพื่อนชายมักล้อเลียนเพื่อนชายที่มีบุคลิกท่าทางตุ้งติ้ง เสียงอ่อนเสียงหวานอยู่บ่อยๆ

กระนั้นผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีเพื่อนสนิทที่นุ่มนิ่มเช่นนี้ เมื่อโตขึ้นด้วยความคิดคับแคบว่าโลกนี้มีสองเพศ หรืออย่างมากก็มี ‘เพศที่สาม’ ในความหมายว่าชายชอบชาย หญิงชอบหญิง

เมื่อเห็นชายไม่ชอบหญิง หญิงไม่ชอบชาย ก็มักจับคนลง ‘กล่อง’ ตามที่ตัวเองเข้าใจ

ครั้นพอได้พบชายบางคนที่เคยมีแฟนเป็นหญิงแล้วเปลี่ยนไปมีแฟนเป็นชายก็สงสัยว่า-ตกลงเขาเป็นเพศอะไรแน่

ช่วงหนุ่มๆ ผมเคยเอ่ยถามคำถามทำนองนี้ แล้วถูกรุ่นพี่ที่เป็นเกย์หัวเราะใส่ด้วยความเอ็นดูในจักรวาลทัศน์อันคับแคบแล้วบอกว่า

“ไม่ต้องถามได้ไหมว่าเขาเป็นเพศอะไร เขาจะเป็นอะไรก็ให้เขาเป็นไป”

 

2 กาลครั้งหนึ่ง ในเวิร์กช็อปเรื่องความแตกต่างและความเท่าเทียม

ผมได้สนทนากับเพื่อนร่วมคลาสซึ่งเป็นหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน

เธอเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าเพื่อนเพศหลากหลายที่ได้คบหาในช่วงหลังช่วยปลดล็อกในใจเธอจากคำถามที่สับสนกับตัวเองมาตลอดว่าตกลงฉันเป็นเพศไหน

เธอเปิดเผยชีวิตให้ฟังบางส่วน ผมเพียงนั่งฟังอย่างสงบและสนใจเต็มร้อย ไม่ซักถามละลาบละล้วง เปิดโอกาสให้เธอเผยเรื่องราวออกมาเท่าที่สบายใจ

จับใจความได้ว่าเธอเคยมีแฟนเป็นชาย ตอนนี้มีกลุ่มก๊วนเป็นกลุ่มเพศหลากหลายซึ่งทำให้เธอสบายใจในความเป็นตัวเองที่ไม่ต้องตอบคำถามว่าเธอชอบผู้ชายหรือผู้หญิง หรือเธอมีบุคลิกเป็นหญิงแบบมาตรฐานหรือมีบุคลิกไปทางชายที่ชอบเรียกกันว่า ‘แมนๆ’

เธอเพียงเป็นอย่างที่เธอเป็น

เพื่อนกลุ่มนี้ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในใจเธอออกไป ได้เห็นพื้นที่ที่แต่ก่อนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

 

3 เติบโตขึ้น ผมพยายามแก้นิสัยปากพล่อยของตัวเองในเรื่องนี้ พยายามทำความเข้าใจความหลากหลายของพื้นที่ซึ่งกว้างขวางอย่างมากนี้

และลบภาพเชยๆ ในวัยเด็กที่แบ่งมนุษย์เหมือนห้องน้ำชาย-หญิงออกจากสมอง

หนึ่งในหนังสือที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ผมเป็นเล่มแรกๆ คือ เรื่องรักของบางเรา โดย โตมร ศุขปรีชา

ขอหยิบขึ้นมาเขียนถึงเพื่อแสดงความขอบคุณที่ช่วยขยับขยายหัวใจให้กว้างขึ้น และอยากบอกเล่าต่อเพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แม้หนังสือเล่มนี้จะพิมพ์ออกมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม

ในบทความ ‘กว่าจะมาเป็นเกย์’ พี่หนุ่มเรียบเรียงเนื้อหาจากหลายแหล่งเพื่อตอบคำถามว่าโลกนี้มีกี่เพศ

มีตอนหนึ่งจากนวนิยายเรื่อง อิสระและอานิต้า โดยกิจจา บุรานนท์ เขียนว่า

“…ธรรมชาติก็คือว่า มนุษย์ตั้งกฎเกณฑ์มันขึ้นมา การที่ใครจะเลือกนอนกับใคร มันเป็นเรื่องธรรมชาติของคนคนนั้น คุณคิดจะนอนกับผู้หญิงเป็นธรรมชาติของคุณ ลูกชายคุณสมศรีคิดจะนอนกับผู้ชายก็เป็นธรรมชาติของเขา หากคุณรับธรรมชาติของเขาไม่ได้ มันก็เรื่องของคุณ ปัญหาของคุณ…”

ในบทความนี้พี่หนุ่มสะกิดใจผมหลายอย่างเมื่อได้อ่านในวัยหนุ่ม อย่างเช่น การที่เรามักเชื่อมโยงเกย์เข้ากับ ‘ความเป็นผู้หญิง’ ด้วยวิธีมองโลกแบบสองขั้ว ในเมื่อไม่ชายก็ต้องคล้ายหญิง

ทั้งที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

ดังเช่นที่เราเห็นคนที่อยู่ในร่างชายมีท่าทางนุ่มนิ่มแต่ไว้เคราเฟิ้ม หากมองด้วยแว่นแบบสองขั้วย่อมไม่อาจทำความเข้าใจได้เลย เพราะมัวแต่คิดว่า ‘เลือกสักทางสิ’

ซึ่งฐานคิดแบบนี้เองทำให้เราไม่มีพื้นที่สำหรับความหลากหลายที่เป็นไปได้อีกมากมายไม่รู้จบ

 

4 ในบทความนี้ยังอ้างถึงงานของวิลเลียม เอ็น. เอสคริดจ์ จูเนียร์ เรื่อง The Case of Same-Sex Marriage ว่าชาวอเมริกันพื้นเมืองให้คุณค่ากับการแต่งงานเพศเดียวกันไว้อย่างสูง และปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนคู่แต่งงานต่างเพศ

เช่นเดียวกับในแอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย ชนเผ่าแอฟริกันหลายเผ่ามีการแต่งงานระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง

ในกองทหารหลายแห่งในแอฟริกาและเอเชียก็มีทหารที่มีภรรยาเป็นเด็กผู้ชาย

ในประวัติศาสตร์ การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันจึงมีหน้าที่ทางสังคมไม่ต่างจากการแต่งงานต่างเพศ

ซึ่งมิเชล ฟูโกต์ เขียนไว้ว่าเกย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกแยกออกมาเป็นอีก ‘สปีชีส์’ หนึ่งเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้เอง

การแยกเช่นนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ชายกับเกย์ชัดเจนขึ้น ดูเหมือนมนุษย์จะอดรนทนไม่ได้กับอะไรที่พร่าเลือน

 

5 อาจารย์ยุกติ มุกดาวิจิตร ให้ความเห็นไว้ในนิตยสารสารคดีว่า จุดที่ทำให้ความเป็นเพศชัดเจนขึ้นอาจเกิดขึ้นพร้อมศาสนาใหม่ในโลกที่สถาปนาความเป็นชายเป็นหญิงในช่วงสองพันปีที่ผ่านมา นั่นคือ พุทธ คริสต์ อิสลาม ยิว

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ชัดขึ้นไปอีกคือรัฐ เพราะประชาชนต้องกรอกแบบฟอร์ม มีการเก็บข้อมูลประชากร มาถึงยุคทุนนิยมก็แยกแยะความแตกต่างและหน้าที่ระหว่างสองเพศให้ชัดขึ้นไปอีก

ยิ่งในภาษายุโรปที่แบ่งเพศชายหญิง หรือภาษาอังกฤษที่ใช้สรรพนาม he กับ she ก็ครอบวิธีคิดแบบสองเพศกับเราเอาไว้

ส่วนในภาษาไทยก็เริ่มมีคำลงท้ายอย่าง ‘ครับ’ และ ‘ค่ะ’ แยกชายหญิงแถวๆ ยุคจอมพล ป.นี่เอง

ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับคนเพศหลากหลายว่าจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่าอะไร หรือแทนตัวเองว่าอะไรดีในภาษาไทย

 

6 ข้อมูลวิชาการก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เขย่าการรับรู้มากกว่ากลับเป็นกรณีศึกษาต่างๆ ที่พี่หนุ่มได้ไปสัมภาษณ์มา

ชายคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเขามีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด ไม่เคยมีความรู้สึกทางเพศกับเพื่อนชายเลย

กระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ในคืนหนึ่งตอนเมา ทั้งคู่มีเซ็กซ์กัน ตื่นมาเขาก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองค้นพบว่าตนเป็นเกย์แต่อย่างใด ยังคงชอบผู้หญิง ตอนช่วยตัวเองก็ยังนึกถึงผู้หญิง แต่ก็คบหากับเพื่อนชายคนนั้นเพราะรู้สึกดี

และถ้าเพื่อนอยากมีเซ็กซ์เขาก็ยินดีเพื่อความสุขของอีกฝ่าย

แง่มุมนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน เมื่อเราใจกว้างขึ้นโดยออกจากทัศนะคับแคบว่าชายควรมีเซ็กซ์กับหญิงเท่านั้น มาสู่การยอมรับว่าชายก็มีเซ็กซ์กับชายได้ หญิงก็มีเซ็กซ์กับหญิงได้

กระนั้นสองความคิดนี้ก็ยังคงอยู่ในกรอบที่ตายตัวอยู่ดี

เพราะอันที่จริงแล้วมีคนที่มีความต้องการทางเพศกับชาย หญิง และเกย์ได้ทั้งหมด

หรืออาจมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้ด้วยเช่นกัน

เราอาจมองเห็นความหลากหลายเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้นเมื่อทำความเข้าใจคำศัพท์ในหัวข้อนี้อย่าง Pansexual (บุคคลที่ชอบทุกเพศ) Transgender (ผู้หญิงหรือผู้ชายข้ามเพศที่รู้สึกว่าตัวเองมีอัตลักษณ์ทางเพศตรงข้ามกับเพศกำเนิด) Intersex (คนที่เกิดมามีลักษณะทางเพศกำกวม อาจมีอวัยวะทั้งชายและหญิง) Bisexual (หญิงหรือชายที่ชอบทั้งสองเพศ) Asexual (คนที่ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศกับผู้อื่น แต่ยังมีความรักกับผู้อื่นได้ตามปกติ ไม่ได้เสื่อมสรรถภาพทางเพศแต่อย่างใด) Non-binary (บุคคลที่มีสำนึกทางเพศอยู่นอกกล่องชายหญิง มีรสนิยมไม่ตายตัว) Queer (ไม่อยู่ในกรอบเพศชายและหญิง ลื่นไหลสูง แหกกรอบทุกอย่าง)-(1)

กระนั้นในความเป็นจริงก็ยังมีความซับซ้อนมากกว่าคำศัพท์

เช่น ชายที่แปลงเพศเป็นหญิงเพราะต้องการเป็นผู้หญิง แต่ยังมีเซ็กซ์กับผู้หญิง

หรือผู้ชายที่แปลงเพศเป็นหญิง แต่มีท่าทางแบบทอมบอย และต้องการมีเซ็กซ์กับผู้หญิง หรือชายที่แปลเพศเป็นหญิง มีบุคลิกแบบทอมบอย และต้องการมีเซ็กซ์กับผู้ชาย ทั้งยังมีคนที่แต่งงานกับเพศตรงข้ามกระทั่งมีลูกแล้ว แล้วอยากผ่าตัดแปลงเพศก็มีให้เห็นอยู่เสมอ

ความเป็นไปได้เหล่านี้ชวนให้เราวางกล่องหญิง-ชายของเราลง (ที่จริงควรโยนทิ้งไปเลยด้วยซ้ำ) เพราะมันเป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจมนุษย์ที่สลับซับซ้อนเกินกว่าจะบรรจุลงในกล่อง

มิฉะนั้น เราจะมี ‘แม่แบบ’ อยู่เพียงสองแบบ คือความเป็นชายยอดนิยมที่จะต้องแข็งแกร่ง กล้ามใหญ่ ไม่ร้องไห้ ชอบสีน้ำเงิน เล่นหุ่นยนต์ ดูบอล บ้ารถยนต์ หรือความเป็นหญิงตามมาตรฐานที่จะต้องเรียบร้อย จะก้มจะเลยต้องระวัง ประนีประนอม เป็นกุลสตรี ชอบตุ๊กตา เป็นแม่ศรีเรือน ทำงานบ้าน รักนวลสงวนตัว ฯลฯ

ในกล่องสองแบบนี้ เพียงผู้หญิงเตะบอลก็สั่นคลอนกล่องแคบๆ ของเราแล้ว ผู้ชายที่สลักแตงกวาจึงต้องเป็นกะเทยเท่านั้น

และเมื่อใครสักคนไม่สามารถจัดลง ‘กล่อง’ เหล่านี้ได้ เราไม่อาจทนอยู่กับความสับสนได้จนต้องเอ่ยถามกับเขาว่า “ตกลงเป็นอะไรกันแน่”

นิสัยชอบจับคนลงกล่องทำให้เราไม่จำกัดเพศวิถีของผู้คนไว้เพียงชายแท้ หญิงแท้เท่านั้น เรายังเรียกร้องเกย์แท้ เลสเบี้ยนแท้อีกด้วย!

ซึ่งหากใครเป็นเช่นนั้นก็คงต้องพกยาหม่องเอาไว้ทาขมับตลอดชีวิต

 

7 อคติทางเพศไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่มันคือเรื่องคอขาดบาดตาย (แบบตรงตัวเลยทีเดียว)

ปี 2018 มีเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ ถูกฆ่าตายในเม็กซิโก

ในอินโดนีเซียมีการบำบัดเพศวิถีด้วยไฟฟ้าช็อตและไล่ผีโดยยึดหลักว่ายังไม่สายเกินไปที่จะเข้าถึงอัลลอฮ์ LGBTQ+ ในสุมาตราตะวันตกโดนเรียกร้องให้จ่ายค่าปรับเพราะ ‘รบกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน’ ในจาการ์ตามีคดีที่เกิดจากความเกลียดชังคนกลุ่มนี้มากกว่า 1,800 คดี

ตั้งแต่ปี 2006-2018 ประธานาธิบดีโปแลนด์ อันเจ ดูดา มองว่ากลุ่ม LGBTQ+ เป็นภัยต่อครอบครัวแถมอันตรายยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์

ในไทย กว่าร้อยละ 22 ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเคยถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ ในปี 2561 มีรายงานว่า 21 รายถูกฆาตกรรมด้วยความเกลียดชัง (2)

ความรุนแรงที่กระทำบางครั้งก็มาในรูปแบบของคำพูดล้อเลียนขบขัน เช่น อัดถั่วดำ ตีฉิ่ง แก้ทอมซ่อมดี้ ฯลฯ อีกมากมาย ลองเติมคำในช่องว่างกันดูได้เลย

 

8 ถึงวันนี้ ผมเลิกถามผู้คนที่พบเจอแล้วว่า “คุณเพศอะไรกันแน่” แถมยังสำนึกผิดกับหมู่มิตรและคนแปลกหน้าที่เคยถามเขาทั้งที่เอ่ยออกมาและเอ่ยถามในใจ ถ้าเป็นวันนี้ผมคงเอ็ดตัวเองกลับไปว่า “แล้วมันเรื่องอะไรของมึงด้วยเล่า” เขาเป็นเพศอะไรแล้วมันเกี่ยวยังไงกับเรา เขามีเพศวิถีแบบไหน มีรสนิยมทางเพศแบบไหน เป็นเรื่องที่เราควรก้าวก่ายหรือเปล่า

เติบโตขึ้น เมื่อได้พบเจอผู้คนที่หลากหลายทำให้มองเห็น ‘กล่อง’ อันคับแคบของตัวเองมากขึ้น ไม่เพียงแค่กล่องเรื่องเพศ แต่ยังทำให้เห็นกล่องอีกหลายใบที่ตั้งไว้ในใจรอยัดผู้คนลงไปในพื้นที่แคบๆ ที่สมมุติขึ้นมาเองนั้น

ผมนึกถึงบทสนทนากับเพื่อนคนนั้นในเวิร์กช็อป จบการรับฟังที่ยืดยาว ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตกลงแล้วเธอนิยามตัวเองว่าอะไร

แต่ความรู้สึกหนึ่งปรากฏขึ้นในใจก็คือ ผมรู้สึกขอบคุณที่เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นให้ฟังอย่างจริงใจ

ผมรู้สึกใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพลิกป้ายออกมาเฉลยเลยว่าเธอเป็นเพศใด

เพราะในตอนนั้นเธอไม่ใช่ผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศหลากหลายใดๆ

เธอคือมนุษย์เหมือนกันกับผม ที่สับสน เป็นทุกข์ เปราะบาง

และต้องการความรัก

หมายเหตุ : (1) และ (2) ข้อมูลจากนิตยสารสารคดี ฉบับ LGBTQ+

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...