โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ท่องเที่ยว’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักกำลังดับ? ต่างชาติเที่ยวไทยติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี

Positioningmag

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • Lupang

เศรษฐกิจไทยจะไปทางไหน? เมื่อ ‘ธุรกิจท่องเที่ยว’ เครื่องยนต์ตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดูจะอ่อนกำลังลง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 2.8% ขณะที่รายได้ลดลง 3% เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 11 พฤษภาคม 2568 จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยมีจำนวน 12.9 ล้านคน ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลง 2% หรือมีมูลค่าประมาณ 613,168 ล้านบาท
สัญญาณการลดลงดังกล่าว เห็นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 จากหลายปัจจัยลบ ได้แก่
-ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดาราจีน
-ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทำให้ทางการมาเลเซียออกประกาศเตือนชาวมาเลเซียให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ภาคใต้ของไทย
-แผ่นดินไหวในเมียนมาและไทย ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลื่อนการเดินทางมาไทย
-สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ชาติที่มีแผนเดินทางมาเที่ยวไทย
-ปัจจัยด้านเศรษฐกิจหลายประเทศที่ชะลอตัวกระทบแผนการเดินทางท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักปรับตัวลดลง ได้แก่ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาว เวียดนาม ฮ่องกง ปรับตัวลดลงเช่นกัน
สำหรับแนวโน้มต่อจากนี้ ยังมี 4 ปัจจัยลบสำคัญ ที่คาดว่า จะส่งผลให้ชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มที่อาจลดลงต่อเนื่อง ได้แก่
1.เศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอตัวลง กระทบต่อแผนการเดินทางและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะมองหาจุดหมายปลายทางที่สอดคล้องกับงบประมาณและความคุ้มค่า
2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศกระทบการเดินทาง ยิ่งหากมีการปิดน่านฟ้าอีก แม้เหตุการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถานจะยุติ และสายการบินกลับมาเปิดเส้นทางการบินได้ตามปกติแล้ว แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามรัสเซียและยูเครนยังไม่ยุติ ทำให้ประเด็นนี้ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นและแผนการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่อง
3.ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไทยลดลง สะท้อนจากจำนวนชาวต่างชาติเที่ยวไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวที่ ‘ญี่ปุ่น’ และ ‘เวียดนาม’ โตมากกว่าเดิม โดย 2 ปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย ได้แก่
- ภาพลักษณ์ความปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยวบางกลุ่มลดลง
ตั้งแต่ต้นปี 2568 หลายเหตุการณ์ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยและยังมีผลต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน จากผลสำรวจ ของ Dragon Trail ณ เดือนเมษายน 2568 พบว่า ชาวจีนมีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศไทยลดลงเหลือเพียง 19% ขณะที่ 51% มองว่าประเทศไทยมีความไม่ปลอดภัย
- ราคาสินค้าบริการท่องเที่ยวไทยปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
สะท้อนจากเครื่องชี้ราคาเฉลี่ยห้องพักต่อวันในไทย (Average Daily Rate) ในปี 2567 ปรับตัวสูงขึ้นถึง 34% เทียบกับในปี 2562 หรือก่อนโควิด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่มตัวอย่างที่ขยายตัวเพียง 28.3% อีกทั้งราคาสินค้าและบริการอย่างในร้านอาหารก็มีทิศทางเพิ่มขึ้นตามสภาวะต้นทุน
เมื่อหักค่าเดินทาง ค่าที่พักและการใช้จ่ายสินค้าและบริการแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเหลืองบประมาณในการท่องเที่ยวที่ไม่มากแล้ว ยิ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของ นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยที่เฉลี่ยอยู่ที่ 1,300 ดอลลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศด้วย อาทิ 'ญี่ปุ่น' เฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 ดอลลลาร์สหรัฐ และ 'สิงคโปร์' เฉลี่ยอยู่ที่ 1,700 ดอลลลาร์สหรัฐ ทำให้การมาเที่ยวไทยเริ่มมีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าโดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งมากขึ้น
4.การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูง ทางการในหลายประเทศมีการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว การสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ เกาหลีใต้ เตรียมเสนอมาตรการวีซ่าฟรีให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมากับบริษัทนำเที่ยว (Group Tour) ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมาตรการดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ขณะที่ เวียดนามเตรียมออกมาตรการวีซ่าระยะยาว 10 ปี (10-year Golden Visa) ดึงดูดชาวต่างชาติและกระตุ้นการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน แผนการจัดเที่ยวบินของสายการบินไปข้างหน้า ก็สะท้อนสัญญาณที่ตอบรับความสนใจในจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ของนักท่องเที่ยว จากการเปิดเผยเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินที่มีกำหนดการล่วงหน้าไปถึงเดือนกันยายน 2568 บ่งชี้ว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีปลายทางสู่จีน เติบโต 18% (9 เดือนแรกปี 2568 เทียบ 9 เดือนแรกปี 2567) ญี่ปุ่น เติบโต 16% ส่วนไทย เพิ่มขึ้นเพียง 8%
จากปัจจัยทั้งหมด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทั้งปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 34.5 ล้านคน หดตัว 2.8% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ซึ่งต่ำกว่าที่ประเมินในช่วงต้นปีโดยตลาดนักท่องเที่ยวหลักที่หดตัว อาทิ จีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากอินเดียน่าจะยังขยายตัวได้ กรณีที่ไม่มีเหตุการณ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานเกิดขึ้นอีก)
สำหรับตลาดที่มองว่ายังเติบโต หลักๆ มาจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป อาทิ รัสเซีย เยอรมัน ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสายการบินยุโรปมีการขยายเส้นทางการบินตรงและเพิ่มความถี่มาไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของตลาดเหล่านี้ น่าจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของตลาดสำคัญๆ โดยเฉพาะจีนได้
รายได้ท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติกระจายสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.62 ล้านล้านบาท หดตัว 3% จากปี 2567 สำหรับการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 47,000 บาทต่อคนต่อทริป หดตัวเล็กน้อยที่ 1.9% เมื่อเทียบกับปี 2562 (ก่อนโควิด) เนื่องจากกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม Young Traveler และกลุ่มรายได้ระดับปานกลาง
รวมถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้นอย่างการปรับลดการซื้อของที่ระลึก การใช้บริการร้านอาหารแบบคนท้องถิ่นอย่างการเลือกร้านอาหาร Street food

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...