โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ประกันสังคม-หอการค้า" ปูมาตรการรับมือโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2564 เวลา 19.09 น.

นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ทางประกันสังคมได้ลดเงินสมทบของนายจ้างและลูกจ้าง เหลือ 3% ส่วนประกันตนมาตรา 39 ลดจ่ายเงินเข้าประกันสังคม จาก 432 บาท เหลือ 278 บาท 3 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 2564

มีผลให้มีเงินเข้ากองทุนประกันสังคมน้อยลง 15,660 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ประกันสังคมดำเนินมาตรการไปแล้ว 2 รอบนับตั้งแต่ต้นปี 2563 รวม 45,000 ล้านบาท หากรวมทั้ง 3 รอบนี้ เท่ากับการใช้มาตรการนี้จะลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม 61,000 ล้านบาท

ส่วนมาตรการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐบาลสั่งปิด นายจ้างต้องปิดกิจการ เกิดการกักตัว ในการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดรอบใหม่นั้น ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์โดยการออกกฎหมายใหม่ ประกันสังคมออกให้ 50% จากเดิมให้ 62% ของค่าจ้างระยะเวลา 90 วัน และจะพิจารณาให้เฉพาะกรณีที่รัฐบาลสั่งปิดเท่านั้น

เนื่องจากครั้งนี้ไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ คาดว่าใช้เงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท จากกองทุนว่างงาน โดยขณะนี้ยังมีงบประมาณเพียงพอ แต่อาจจ่ายล่าช้าบ้างในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการยื่นเอกสารของนายจ้างซึ่งยื่นเป็นครั้งแรก แต่ครั้งนี้ปรับใหม่ให้ลูกจ้างยื่นเอกสารประโยชน์ทดแทน และให้นายจ้างทำการรับรอง เมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีข้อผิดพลาดก็จะโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้างโดยตรง

ส่วนกรณีที่นายจ้างไม่ได้ถูกสั่งปิดโดยรัฐ แต่ได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ปิดกิจการ ลด-เลิกจ้าง หรือพนักงานลาออก ประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์เพิ่มให้จากเดิมได้ 50% ของค่าจ้าง ระยะ 180 วัน เป็น 70% ของค่าจ้าง ระยะไม่เกิน 200 วัน
กรณีเลิกจ้าง ส่วนกรณีลาออกจากเดิมให้ 30% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน ปรับเป็น 45% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ตั้งแต่โควิด-19 รอบแรก

เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงแรงงานร่วมทำงานอย่างบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำงานในเชิงรุกในการป้องกันโรคให้จำกัดในพื้นที่ไม่ให้แพร่ระบาดที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อได้รับการรักษาและแยกออกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดออกไป

ทางประกันสังคมจึงได้เสนอมาตรการต่อคณะกรรมการการแพทย์ และนำเสนอต่อกรรมการประกันสังคมเพื่อพิจารณาเห็นชอบทั้งเรื่องวงเงิน การตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานประกอบการ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด

โดยจะต้องผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดพิจารณาว่า สถานประกอบการใดควรที่จะตรวจสอบและคัดกรองผู้ติดเชื้อ พร้อมทั้งพิจารณาสถานพยาบาลโดยเฉพาะเอกชนที่จะเข้าไปตรวจด้วย เช่น สมุทรสาครมีผู้ติดเชื้อเยอะ โรงพยาบาลรัฐอาจจะไม่เพียงพอในการคัดกรอง แต่ก็มีโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ภายใต้ประกันสังคม หน่วยงานที่ดูแลก็จะกำหนดว่าให้โรงพยาบาลไหนที่จะเข้าไปตรวจ เนื่องจากต้องมีมาตรฐาน วิธีการ การควบคุมเชื้อ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณาอนุมัติ

ส่วนเกณฑ์การเบิกจ่ายจากประกันสังคม กำหนดเกณฑ์ค่าตรวจที่คนละ 2,200 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับกรมวิชาการทางการแพทย์ ถือเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการตรวจสอบ คัดกรองผู้มีความเสี่ยงในสถานประกอบการ จากเดิมที่ประกันสังคมให้เฉพาะผู้ที่ป่วยและเข้ารับ
การรักษากับทางโรงพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...