โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้

BT Beartai

อัพเดต 21 พ.ค. 2563 เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2563 เวลา 22.55 น.
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้

สำหรับคอหนังที่ชอบเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ มีวิทยาการล้ำ ๆ อย่างเช่น หุ่นยนต์ A.I. การเดินทางไปในจิตใต้สำนึก หรือเรื่องราวแนวดาราศาสตร์ ที่มีการเดินทางในอวกาศ หรือกระทั่งการเดินทางข้ามมิติเวลา ก็อาจจะรู้สึกไม่แปลกใจนักเวลาได้เห็นข่าววิทยาการใหม่ การค้นพบดาวดวงใหม่ หรือ A.I. ที่ฉลาดขึ้นทุกทีในปัจจุบัน เพราะเรื่องจริงใน พ.ศ. นี้ ล้วนแล้วแต่เคยถูกกล่าวถึงในหนังไซไฟมาแล้วทั้งสิ้น และอะไรที่ยังไม่เกิดก็น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน เพราะความรู้ไม่สำคัญเท่าจินตนาการ

หนังไซไฟจึงเปรียบดั่งต้นธารแห่งจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ในการทดลองค้นคว้าถึง “ความเป็นไปได้” เผื่อว่า เรื่องราวที่ฝันไว้ในหนังอาจจะทำให้เกิดขึ้นจริงในอีกสิบอีกร้อยปีข้างหน้า และนี่คือ 10 หนังไซไฟที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (อ้างอิงตามคะแนนของเว็บไซต์ iMDB และขอเลือกมาเฉพาะหนังต้นฉบับที่ไม่ใช่ภาคต่อและหนังซูเปอร์ฮีโร แม้ว่าจะมีองค์ประกอบบางส่วนเป็นหนังไซไฟก็ตาม) และหลายเรื่องดูได้แล้วบน Netflix

อันดับ 10 Looper (2012) (Score 7.4/10)

Looper (2012)
  • นักแสดง: Joseph Gordon-Levitt, Bruce Willis, Emily Blunt
  • ผู้กำกับ: Rain Johnson (Star Wars: The Last Jedi, Knives Out)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 30 / 176 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน
  • สนุกยังไง: นี่คือผลงานหนังที่ทำให้ผู้กำกับ Rian Johnson เข้าตาค่ายหนังใหญ่จนได้สร้าง Star Wars เรื่องราวของ “โจ” ผู้มีอาชีพที่เรียกว่าลูปเปอร์ มือปืนที่คอยฆ่าเหยื่อที่ถูกส่งมาจากอนาคตปี 2072 ห่างจากปีที่โจอยู่ 30 ปี แต่เหยื่อรายล่าสุดที่ทำให้โจทำงานพลาดก็คือ ตัวของเขาเองที่ถูกส่งมาจากอนาคต โจเด็กจึงต้องหาทางกำจัดโจแก่ (ผู้ที่คิดว่าโจแก่ควรตายได้แล้วตามลูปที่วนซ้ำ) แต่โจเด็กก็ยังสับสนเพราะโจแก่ก็คือตัวของเขาที่ฆ่าไม่ลง ขณะโจแก่นั้นเก๋าและรู้ไต๋โจเด็กดีทุกอย่าง และมีแผนการบางอย่างเพื่อจะเปลี่ยนอนาคตด้วย หนังชวนลุ้นกับเส้นไทม์ไลน์ที่หักทฤษฎีเวลาของหนังเรื่องอื่นไปพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้ลุ้นเพราะอนาคตใหม่อาจไม่เหมือนกับอดีตเดิม ๆ ก็ย่อมเป็นไปได้

อันดับ 9 Source Code (2011) (Score 7.5/10)

Source Code (2011)
  • นักแสดง: Jake Gyllenhaal, Michelle Monaghan, Vera Farmiga, Jeffrey Wright
  • ผู้กำกับ: Duncan Jones (Moon, Mute, Warcraft)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 32 / 147 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลาวนลูป-มิติคู่ขนาน
  • สนุกยังไง: หนึ่งในหนังวนลูปตายแล้วตายอีกที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง และจะเรียกว่าหนังหักมุมกลาย ๆ ก็ไม่ผิดนัก เพราะสำหรับใครที่ได้ดูครั้งแรก เมื่อดูไปถึงกลาง ๆ เรื่องก็คงจะช็อกพอ ๆ กับ “โคลเตอร์” พระเอกในเรื่องเช่นกัน โคลเตอร์ที่ร่วมงานทดลองของรัฐบาลในการแฝงความคิดเข้าไปยังร่างของบุคคลอื่น และมีเวลา 8 นาที ในร่างนั้นเพื่อหาทางยับยั้งเหตุการณ์ระเบิดรถไฟที่เดินทางไปชิคาโก แต่แน่นอนว่า เขาไม่สามารถหาคนร้ายที่วางระเบิดหรือยับยั้งการระเบิดนั้นได้ และทุกครั้งที่เขาตายทุกอย่างก็จะกลับไปเริ่มใหม่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ตกอยู่ในอัฟกานิสถาน โดยเขาต้องคุยกับนายทหารหญิงปลายสายที่ดูมีลับลมคมไหนกับภารกิจแสนงงงวยนี้

อันดับ 8 Predestination (2014) (Score 7.5/10)

Predestination (2014)
  • นักแสดง: Ethan Hawke, Sarah Snook, Christopher Kirby, Christopher Sommers
  • ผู้กำกับ: Michael and Peter Spierig (Jigsaw, Daybreakers, Winchester)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: ทุนสร้างไม่ปรากฎ / 4 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน-หักมุม
  • สนุกยังไง: เป็นหนังย้อนเวลาและมิติคู่ขนานที่ตอนดูในโรงคงต้องร้องออกมาตอนที่หนังเฉลยว่า เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ! เพราะถือว่าหักทฤษฎีเวลาของหนังส่วนใหญ่พอสมควร รวมถึงยังไม่เคยเห็นใครกล้านำเสนอหนังย้อนเวลาด้วยมุมมองนี้ พูดมากกว่านี้คงสปอยล์และอยากให้ดูรอบแรกเองมากกว่าสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู เรื่องย่อก็คือ พระเอกคือเจ้าหน้าที่ทางการที่เรียกว่า Temporal Agent ประจำหน่วยงานที่ชื่อว่า Predestination ที่ทำงานยับยั้งอาชญากรรม ด้วยการเดินทางย้อนเวลาไประงับเหตุก่อนเกิดเหตุการณ์จริง เขาทำหน้าที่ฝึกปรือเจ้าหน้าที่หญิงคนใหม่ ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุมือระเบิดอาละวาด ทำให้ทั้งคู่ร่วมมือกันในการตามยับยั้งอาชญากรรายนี้ แต่ก็พบว่าต้องตามหลังอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ

อันดับ 7 Gravity (2013) (Score 7.7/10) -มีใน Netflix

Gravity (2013)
  • นักแสดง: Sandra Bullock, George Clooney, Ed Harris
  • ผู้กำกับ: Alfonso Cuarón (Roma, Children of Men, Harry Potter and the Prisoner of Azkaban)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก : 100 / 732 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ : หนังนักบินอวกาศติดอยู่ในอวกาศ
  • สนุกยังไง: หนังไซไฟที่เข้าถึงออสการ์มากที่สุดในรอบ 10 ปีนี้ ชนะ 7 รางวัลออสการ์รวมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยมและถ่ายภาพยอดเยี่ยม กับซีน Long-take เปิดเรื่องบนอวกาศยาวนาน 20 นาทีและตลอดทั้งเรื่องที่ถ่ายทำฉากอวกาศได้สวยงามหมดจด เรื่องราวของ “ดร.ไรอัน สโตน” วิศวกรด้านการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเป็นครั้งแรก ร่วมกับ “แม็ตต์ โควัลสกี้” นักบินอวกาศมากประสบการณ์ แต่ระหว่างที่ออกไปเดินสำรวจอวกาศกันอยู่นั้น ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นสถานีอวกาศพังสิ้นสภาพจนสโตนและโควัลสกี้ต้องลอยคว้างในอวกาศ พวกเขาจะต้องพาตัวเองไปให้ถึงสถานีอวกาศอีกแห่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อขึ้นยานกลับโลก

อันดับ 6 Ex Machina (2014) (Score 7.7/10)

Ex Machina (2014)
  • นักแสดง: Osca Isaac, Domhnall Gleeson, Alicia Vikander
  • ผู้กำกับ: Alex Garland (Annihilation, Writer-28 Days Later, Sunshine, Never Let Me Go)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 15 / 36 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังหุ่นยนต์มีชีวิต
  • สนุกยังไง: หนังมีทีมนักแสดงนำที่โด่งดังและคว้าออสการ์กันหมดแล้วทุกวันนี้เคยเล่นกันตอนยังไม่ดัง ทั้งสองนักแสดงจาก Star Wars ไตรภาคหลังและลารา ครอฟท์คนล่าสุด หนังยังเป็นผลงานของผู้กำกับหนังไซไฟปีนบันไดดูสุดล้ำเรื่อง Annihilation ที่มี Natalie Portman นำแสดงด้วย ส่วนเรื่องนี้เล่าถึงรักสามเส้าของ เคเล็บ โปรแกรมเมอร์ที่ถูกเลือกให้ไปทดสอบโครงการลับของกูรูเทคโนโลยี ผู้ปราดเปรื่องและร่ำรวย โดยทดสอบกับหุ่นยนต์หญิงสาว ซึ่งเป็นงานที่เขาออกแบบมาล่าสุด เธอที่มีความคล้ายกับมนุษย์จริง ๆ แต่สิ่งที่แคเล็บไม่รู้ก็คือ เขาถูกดึงเข้าสู่เกมหลอกล่อโรคจิตระหว่างผู้สร้างกับหุ่นยนต์ แถมยังนำพาไปสู่เรื่องราวความหึงหวงระหว่างผู้สร้างและผู้ถูกสร้างอีกด้วย

อันดับ 5 Edge of Tomorrow (2014) (Score 7.9/10) -มีใน Netflix

Edge of Tomorrow (2014)
  • นักแสดง: Tom Cruise, Emily Blunt, Brendan Gleeson, Bill Paxton
  • ผู้กำกับ: Doug Liman (The Bourne Identity, Mr. and Mrs. Smith, Jumper)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 178 / 370 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังเอเลียนบุกโลก-ตายวนลูปซ้ำแล้วซ้ำอีก
  • สนุกยังไง: หนังวนลูปเวลามักจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ทีมสร้างหนังไซไฟหยิบมาเล่นเสมอ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะประสบความสำเร็จ อย่างเช่นเรื่องนี้ที่ทำรายได้ไปพอวัดวาแต่แฟน ๆ ไซไฟล้วนชอบและอยากให้หนังมีภาคต่อ หนังดัดแปลงจากมังงะญี่ปุ่นเกี่ยวกับทหารที่ตายในสงครามระหว่างสู้รบกับเอเลียนจากต่างดาว แต่เผอิญว่าก่อนตายได้รับสารพิเศษจากเอเลียนตัวหนึ่งที่จะทำให้เขาสามารถตื่นขึ้นมาและกลับไปสู้ได้ใหม่ทุกครั้งที่ตาย เดิมหนังชื่อ Live Die Repeat เอเลียนในเรื่องนี้โคตรเก่งและก็มาเพื่อทำลายล้างมนุษย์ แต่ดันมาพลาดตรงที่เอาพลังของตัวเองมาให้พระเอก

อันดับ 4 Her (2013) (Score 8/10)

Her (2013)
  • นักแสดง: Joaquin Phoenix , Scarlett Johansson , Amy Adams, Chris Pratt
  • ผู้กำกับ: Spike Jonze (Where the Wild Things Are, Being John Malkovich, Adaptation)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 23 / 48 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังมนุษย์รักกับระบบปฏิบัติการเสียง
  • สนุกยังไง: นี่อาจจะเป็นหนัง Sci-Fi เรื่องเดียวในลิสต์นี้ที่เป็นทั้งหนักรักและหนังอินดี้ หนังที่ได้รับการพูดถึงว่าเป็นอีกหนึ่งหนังแห่งความเหงาที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับที่ Lost in Translation (2003) เคยทำไว้ (Spike Jonze และ Sofia Coppola ผู้กำกับเรื่องหลังนี้เคยเป็นคู่รักกันมาก่อน) ในยุคที่ SIRI หรือระบบปฏิบัติการตอบโต้ด้วยเสียงของ iPhone เพิ่งเกิดขึ้น Her ได้หยิบประเด็นนี้มาเล่น เมื่อธีโอดอร์ชายหนุ่มสุดเหงาผู้ไม่ประสบความสำเร็จในความรักเกิดตกหลุมรัก “ซาเมนธา” ระบบปฏิบัติการด้วยเสียง แต่แม้จะรักกับ AI ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งกับเฉพาะตอนจบที่ถ้าใครเคยได้ดูแล้ว ก็จะยิ่งชอบใจในความไซไฟ เมื่อระบบปฏิบัติการกลายเป็นสิ่งทรงภูมิปัญญาเหนือมนุษย์จะเข้าใจไปได้ในที่สุด

อันดับ 3 The Martian (2015) (Score 8/10) -มีใน Netflix

The Martian (2015)
  • นักแสดง: Matt Damon, Jessica Chastain, Chiwetel Ejiofor, Kristen Wiig, Jeff Daniels, Michael Peña, Sean Bean, Sebastian Stan
  • ผู้กำกับ: Ridley Scott (Alien, Prometheus, Thelma & Louise, Gladiator)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 108 / 630 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังบินอวกาศติดบนดาวอังคาร 4 ปี
  • สนุกยังไง: หนังอวกาศรวมนักแสดงคับจอที่กลายเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของผู้กำกับในตำนาน Redley Scott ในเรื่องเล่าถึงทีมแอเรส (Ares) กำลังปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เกิดพายุถล่มอย่างรุนแรงกะทันหัน ผู้การ “เมลิสสา เลวิส” จึงสั่งลูกทีมทั้งหมดถอยทัพกลับยานและยกเลิกภารกิจบินกลับทันที โดยทิ้งหนึ่งในลูกทีม “มาร์ค วัทนีย์” ที่ถูกของแข็งกระแทกซัดหายไปกับพายุเอาไว้บนดาวอังคาร เพื่อน ๆ คิดว่าเขาไม่รอดชีวิตแล้ว แต่ปรากฏว่าวัทนีย์รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ เขาพยายามติดต่อกับองค์การ NASA และหาวิธีจัดการเรื่องน้ำและอาหารให้เพียงพอต่อการดำรงชีพจนกว่าพวกเขาจะมาช่วย ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี

อันดับ 2 Interstellar (2014) (Score 8.6/10)

Interstellar (2014)
  • นักแสดง: Matthew McConaughey, Anne Hathaway, Jessica Chastain, Matt Damon, Michael Caine , Timothée Chalamet
  • ผู้กำกับ: Christopher Nolan (Dunkirk, Insomnia, Inception)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 165 / 677 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังนักบินอวกาศเสาะหาดาวดวงใหม่แทนโลก
  • สนุกยังไง: ความพิเศษของInterstellar ที่มีมากไปกว่าความเป็นหนังท่องอวกาศ คือการพูดไปถึงเรื่องของหลุมดำและมิติพิเศษของสิ่งทรงภูมิปัญญานอกโลก ที่ทำให้ผู้ชมที่ดูในโรงหนังถ้าไม่อึ้งหรืองงเพราะไม่เข้าใจเกี่ยวกับการเดินทางผ่านรูหนอนและมิติกาลเวลาที่ซับซ้อน Interstellar ยังเล่าเรื่องของเวลาที่ไม่เท่ากันระหว่างเดินทางในแต่ละดาว (แนวคิดคล้าย ๆ ในฝันแต่ละชั้นของ Inception) หรือคอมพิวเตอร์แท่งสี่เหลี่ยมสีดำที่ชื่อ TARS หรือ CASE ที่อดนึกถึง HAL 9000 ใน 2001: Space Odyssey (1968) ไม่ได้ แต่ Nolan ก็ยังไม่ทิ้งความสนุกแบบภาพยนตร์กับตัวละครเซอร์ไพรส์ และดราม่าความรักระหว่างพ่อลูกที่เอามาขยี้ให้ซาบซึ้ง

อันดับ 1 Inception (2010) (Score 8.8/10) -มีใน Netflix

Inception (2010)
  • นักแสดง: Leonardo DiCaprio, Tom Hardy, Joseph Gordon-Levitt, Ken Watanabe, Ellen Page
  • ผู้กำกับ: Christopher Nolan (The Dark Knight Trilogy, Memento, The Prestige)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 160 / 829 ล้านเหรียญฯ
  • หมวดของความไซไฟ: หนังโจรกรรมในจิตใต้สำนึก
  • สนุกยังไง: ที่สุดแห่งหนังไซไฟในทศวรรษนี้มีมาให้ได้ชมกันตั้งแต่ปีแรกของ 10 ปีที่เหลือ ซึ่งก็คงไม่เกินเลยไปจากความจริงที่ว่า นี่คือหนังที่สดใหม่ มาจากแนวคิดดั้งเดิมแท้ ๆ ของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่สร้างหนังเรื่องนี้โดยได้เแรงบันดาลใจจาก James Bond รวมเข้ากับแนวคิดจิตวิทยาInception ประกอบไปด้วยหลากหลายองค์ประกอบของความไซไฟ ไล่ตั้งแต่ การเดินทางเข้าไปในฝันซ้อนฝัน การขโมยความลับจากจิตใต้สำนึกระหว่างที่เหยื่อกำลังหลับ และหว่านจิตใต้สำนึกปลอมเพื่อเปลี่ยนความเป็นจริง หนังยังเต็มไปด้วยลูกล่อลูกชนให้คนเดาว่านี่คือความฝันหรือเรื่องจริง ไปจนถึงฉากสุดท้ายที่กลายเป็นหนึ่งในฉากจบที่ชวนสงสัยที่สุดตลอดกาล

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 10 หนังไซไฟ (ที่ไม่ใช่ภาคต่อ) ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...