โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ที่เหงื่อออกมากผิดปกติ เพราะโลกร้อน หรือ ร่างกายฟ้องกันแน่นะ

Health Addict

อัพเดต 07 เม.ย. 2564 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 11.01 น. • Health Addict
การใช้ชีวิตอยู่เมืองร้อนในหน้าร้อนแบบนี้ ก็ต้องมีเหงื่อออกเป็นธรรมดาแต่บางทีก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอากาศร้อนจริงๆ หรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างกันแน่

การใช้ชีวิตอยู่เมืองร้อนในหน้าร้อนแบบนี้ แน่ล่ะว่าก็ต้องมีเหงื่อออกเป็นธรรมดา (หรือเปล่า?) แต่บางทีก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่เหงื่อออกอย่างกับไปอาบน้ำมานี้เป็นเพราะอากาศร้อนจริงๆ หรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างกันแน่ เอาล่ะ! อย่ามัวแต่สงสัย ลองเช็คดูให้แน่ใจดีกว่าว่าอาการเหงื่อออกแบบนี้ปกติหรือเปล่า

  เหงื่อ…มาจากไหน เหงื่อเกิดจากการทำงานของกลไกในร่างกาย เป็นการขับความร้อนของร่างกายออกมาทางผิวหนัง ผ่านหยดน้ำเม็ดเล็กๆ ที่ซึมออกมาตามรูขุมขนบนผิวหนัง ทำหน้าที่ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เหมือนอย่างเวลาเราไม่สบาย เป็นไข้ ถ้าร่างกายมีการระบายความร้อนได้ มีเหงื่อออกมาก ไข้ก็จะลดไว หรือเวลาออกกำลังกายซึ่งร่างกายกำลังเผาผลาญพลังงาน จึงมีความร้อนสูง เหงื่อก็จะออกมาตามอวัยวะส่วนต่างๆ เป็นการปรับลดอุณหภูมิของร่างกายที่ทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่ให้มีความร้อนจัดจนเป็นอันตรายได้   ทำไมแต่ละคนเหงื่อออกไม่เท่ากัน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละคนจะมีเหงื่อออกไม่เท่ากัน เพราะส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละคนมากกว่า ให้ลองสังเกตจากเวลาที่ออกกำลังกาย ทั้งๆ ที่ทำกิจกรรมเดียวกัน อยู่ในที่เดียวกัน แต่บางคนกลับเหงื่อออกมาก ในขณะที่บางคนอาจจะแค่มีเม็ดเหงื่อซึมๆ นั่นเพราะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะเหงื่อออกได้ง่ายกว่า เพราะร่างกายมีการปรับอุณหภูมิอยู่เป็นประจำ ทำให้ออกกำลังกายได้นานกว่า ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ร่างกายจะมีกระบวนการเผาผลาญและปรับอุณหภูมิได้ช้ากว่า จึงทำให้เหงื่อออกยาก และมีโอกาสที่จะหน้ามืด เป็นลมได้ง่ายกว่า   เหงื่อออกมากผิดปกติ…เป็นเพราะอะไรกันนะ หากว่าอยู่ในภาวะปกติ สภาพแวดล้อมปกติ แต่กลับมีเหงื่อออกมากผิดปกติ เช่น เหงื่อออกมือจนหยิบจับสิ่งของไม่ได้ มีเหงื่อออกตามข้อพับจนทำให้เสื้อผ้าเปียกเหมือนโดนน้ำสาด หรือถุงมือถุงเท้าเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการแบบนี้ถือว่าเป็นความผิดปกติของประสาทอัตโนมัติเกิดอาการลัดวงจร โดยอาจเกิดขึ้นได้ 2 แบบ
1. ไม่มีสาเหตุแน่ชัด (Primary Hyperhydrosis) เกิดได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย มีอาการคือ เหงื่อออกในบริเวณบางส่วนของร่างกาย เช่น ใบหน้า ศีรษะ รักแร้ ฝ่ามือ มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่อายุยังน้อย ในกลุ่มวัยรุ่น ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ร้อยละ 30-40 ของคนที่มีภาวะนี้ พบว่ามีญาติสายตรง หรือพ่อแม่ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติเช่นกัน ผู้ป่วยบางรายมีเหงื่อออกมากที่มือจนเขียนหนังสือหรือจับสิ่งของไม่ได้ ซึ่งภาวะดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาทั้งในแง่การทำงาน การเข้าสังคมและการดำรงชีวิตประจำวัน
2. เกิดจากความผิดปกติในร่างกาย (Secondary Hyperhydrosis) สำหรับกลุ่มนี้จะมีเหงื่อออกมากทั่วร่างกาย แม้แต่เวลานอน ซึ่งมีสาเหตุมาจากผลข้างเคียงของโรคอื่นๆ 

 

  • โรคไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน และทำให้เหงื่อออกมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่ามีอาการอื่นๆ เช่น น้ำหนักลดผิดปกติ กินจุ มืออุ่นและชื้นตลอดเวลา หรือมือสั่น ใจสั่นร่วมด้วยหรือเปล่า

  • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดอาการเหงื่อออกมากผิดปกติได้ โดยยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปกติแล้วอาการเหงื่อออกมากในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้ จะมีอาการไข้เรื้อรังร่วมด้วย

  • โรคเบาหวาน สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้ามีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือเหงื่อออกทั้งๆ ที่อากาศไม่ได้ร้อน นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระดับน้ำตาลในเลือดกำลังลดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งอาจทำให้เป็นลม หมดสติได้

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นอีกหนึ่งโรคอันตรายที่อาจมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ดังนั้นหากมีอาการดังกล่าวร่วมกับอาการปวดและแน่นบริเวณหน้าอก หรืออาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นลมด้วยล่ะก็ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

  • โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการทำงานของระบบประสาทได้ ดังนั้นถ้าหากมีเหงื่อออกมากและเกิดอาการมือสั่น ให้หาเวลาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจจะดีกว่า

  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีภาวะอ้วนมากๆ ร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้น จึงจำเป็นต้องระบายความร้อนภายในร่างกายออกมาเป็นเหงื่อนั่นเอง

  • หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งนอกจากเหงื่อที่ออกมาในตอนกลางคืนแล้ว ก็ยังอาจมีอาการร้อนวูบวาบ และอารมณ์แปรปรวนร่วมด้วย โดยอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อมีการปรับระดับฮอร์โมนให้เป็นปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...