โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกของ K-pop จะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อ AI ร้อง เล่น เต้นได้ไม่ต่างกับมนุษย์

becommon.co

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 12.59 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

“การมีอยู่ของเธอพาฉันไปยังอีกมิติ…ฉันอยู่ที่ศูนย์กลางของโลก…เธอยังวนเวียนอยู่ในควางยาแห่งนี้สินะ”

นี่คือเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของ Black Memba เพลงเปิดตัววง เอสปา (æspa) เกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย SM Entertainment ที่มาในคอนเซ็ปต์หญิงสาวจากโลกอนาคต ซึ่งพาผู้ฟังไปทำความรู้จักกับ ‘ควางยา’ จักรวาลคู่ขนานที่ร่างอวตารของเมมเบอร์ทั้ง 4 อาศัยอยู่

หลังจากนั้นคำว่าควางยาก็ไปปรากฏแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในเนื้อเพลงของวงอื่นๆ ในค่าย เช่น Don’t fight the feeling ของ Exo และ Hello future ของ NCT Dream อีกทั้งยังมีเรื่องราวของมิวสิกวิดีโอที่เชื่อมโยงถึงกัน โดยแฟนๆ ตีความกันไปว่าควางยาน่าจะเป็นจักรวาลที่มีร่างอวตารของศิลปินทุกๆ วงอยู่ที่นั่น

(Photo : aespa official)

เอสปา มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน คือ คารินา (Karina), วินเทอร์ (Winter), จีเซล (Giselle) และ หนิงหนิง (Ningning) ค่ายเปิดตัวพวกเธอด้วยภาพพอร์เทรตและวีทีอาร์แนะนำตัวสั้นๆ เหมือนกับวงเกิร์ลกรุ๊ปทั่วไป แต่ที่ทำให้การเดบิวต์ของเอสปาเป็นที่จับตามองของวงการเคป๊อบคือ สมาชิกแต่ละคนจะมีร่างอวตารที่เต้น ร้องเพลง และพูดคุยได้เหมือนกับตัวจริง จนครั้งหนึ่ง คารินา หนึ่งในสมาชิกวงถึงกับพูดว่า “พวกเรามีกันทั้งหมด 8 คน”

æspa มาจากคำว่า Avatar Experience และ Aspect ที่จำกัดความรวมๆ ได้ว่าเป็น ‘การสัมผัสโลกใหม่ผ่านอวาตาร์’ การแสดงบนสเตจของเอสปาจึงไม่ได้มีแค่พวกเธอ 4 คนแต่รวมอวาตาร์ของแต่ละคนขึ้นมาโชว์ไปด้วยกันอีกด้วย

SM Entertainment เป็นค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี ที่เป็นต้นสังกัดของศิลปินระดับตำนานอย่างGirl’s generation, Super Junior, Exo ฯลฯ จึงทำให้การเดบิวต์ของเอสปาเป็นที่ฮือฮาในวงการเคป๊อบ เมื่อค่ายเพลงอันดับต้นๆ เริ่มทำเกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกเป็นอวตาร์และสร้างจักรวาลเสมือนจริงขึ้นมา นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องกำลังมองเห็นอนาคตของศิลปินเสมือนจริงที่จะมาเปลี่ยนวงการเคป๊อบอยู่เป็นแน่

“เอสปาเป็นนวัตกรรมเกิร์ลกรุ๊ปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามพรมแดนระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน ศิลปินวงนี้สะท้อนถึงอนาคตของเราที่จะหมุนไปรอบๆ อวตาร์คนดัง สมาชิกที่เป็นมนุษย์จริงๆ และอวาตาร์ของพวกเขาจะสามารถโต้ตอบกันผ่านสื่อดิจิทัล ทำงานร่วมกันได้ และเติบโตไปด้วยกัน” ลี ซูมาน (Lee Soo-man) ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงกล่าวในงานประชุม World Cultural Industry Forum (WCIF) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนหน้าเอสปาจะเดบิวต์ประมาณหนึ่งเดือน

(Photo : aespa official)

แม้ว่านี่จะเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ของเกาหลี แต่เอสปาไม่ใช่วงแรกที่สร้างเกิร์ลกรุ๊ปอวาตาร์ เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2018 Riot Game ค่ายเกมสัญชาติอเมริกันก็เปิดตัว เคดีเอ (K/DA) เกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกมาจากเกม League of Legends วงนี้กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ตั้งแต่เปิดตัว โดยมียอดเข้าชมเพลงในยูทูบกว่า 400 ล้านวิวและติดอันดับชาร์จบนบิลบอร์ด

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่ายเพลง Pulse 9 ก็ได้เปิดตัว Eternity เกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นปัญญาประดิษฐ์(AI : Artificial intelligence) เป็นวงแรกของเกาหลี พวกเธอถือกำเนิดขึ้นจาก Deep Real AI เทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ที่คำนวณลักษณะใบหน้าของสมาชิกแต่ละคนขึ้นมา ไม่เพียงแค่รูปลักษณ์เท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่สมาชิกทุกคนยังมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง มีอาหารจานโปรด สีที่ชอบ งานอดิเรก คล้ายกับที่ระบุอยู่ในประวัติของไอดอลวงอื่นๆ อีกทั้งยังเรียนรู้จะโต้ตอบกับแฟนๆ ได้อีกด้วย

ในมิวสิกวิดีโอเพลง I’m Real ซึ่งเป็นเพลงเดบิวต์ของวงนี้ เผยให้เห็นใบหน้าของสมาชิกอย่างชัดเจน และพอจะดูออกได้ว่าพวกเธอไม่ใช่คนจริงๆ อย่างไรก็ตามค่ายเพลงเผยว่าพวกเขาจะพัฒนาให้พวกเธอมีความเสมือนจริงยิ่งขึ้นกว่านี้ เพราะเชื่อว่าศิลปินปัญญาประดิษฐ์ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมเคป๊อบไปสู่ระดับโลกได้เหมือนกับที่คนจริงๆ เคยทำไว้

“ฉันคิดว่าไอดอลเป็นหนึ่งในประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้คน ฉันสังเกตเห็นพลังงานและอิทธิพลที่เคป๊อบมอบให้ผู้คนทั่วโลก ดังนั้นฉันจึงต้องการเพิ่มช่องทางในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ สมาชิก ai ต่างจากนักร้องที่เป็นมนุษย์จริงๆ เพราะพวกเขาแสดงออกได้อย่างเต็มที่และเป็นอิสระจากประเด็นทางสังคม เนื่องจากไม่ได้รับความเสี่ยงที่เกิดจากความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นอันตราย” พัค จีอึน (Park Ji-eun) ซีอีโอของ Pulse 9 กล่าว

ปัจจุบันหลายๆ ค่ายเพลงของเกาหลีกำลังเร่งพัฒนาศิลปินเสมือนจริงกันอย่างแพร่หลาย ลี ฮเยจิน (Lee Hye-jin) ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกประจำโรงเรียนการสื่อสารและวาสารศาสตร์อันเนนเบิร์ก มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย พูดถึงอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีในปัจจุบันว่า

“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเคป๊อบกำลังลงทุนอย่างมหาศาลกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ค่ายเพลงอย่าง JYP, YG และ Hybe ก็ได้ลงทุนกับแอปฯ อวาตาร์ Zepeto และใช้แพลตฟอร์มนี้สำหรับแฟนมีตติ้งเสมือนจริง และนำเสนอเนื้อหารูปแบบอื่นๆ ด้วย ส่วน SM Entertainmetn เองก็ลงทุนในเทคโนโลยีเสมือนจริงและร่วมมือกับ Beyond Live ซึ่งเป็นบริการสตรีมคอนเสิร์ตออนไลน์ ศิลปินเสมือนจริงจะช่วยให้ค่ายเพลงเคป๊อบสร้างรายได้ใหม่ๆ และขยายขอบเขตทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเขาออกไปด้วย”

แม้ว่าปัจจุบันในเกาหลีใต้ยังไม่มีศิลปินเสมือนจริงวงไหนที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นตำนานของวงการเคป๊อบแต่เชื่อว่าเส้นทางของศิลปินเสมือนจริงนั้นสว่างไสว และจะสร้างรายได้มหาศาลได้ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ของ ‘มิคุ’ ที่เคยเกิดขึ้นในญี่ปุ่น

(Photo : Hatsune Miku Exclusive Life Size Vinyls)

มิคุ หรือฮัทสึเนะ มิคุ (Hatsune Miku) เป็นคาแรคเตอร์เด็กหญิงผมแกละสีฟ้าวัย 16 ปี ที่เป็นเจ้าของเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เธอเป็นนักร้องและมีตัวตนเป็นภาพอนิเมชัน เสียงของมิคุมีต้นแบบมาจากซากิ ฟูจิตะ (Saki Fujita) นักพาย์กชาวญี่ปุ่นที่ถูกดัดแปลงด้วยโปรแกรมโวคัลลอยด์

มิคุได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในญี่ปุ่น มีแฟนด้อมเป็นของตัวเอง แถมยังเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีแฟนๆ แห่เข้าไปชมแน่นฮอลล์ โดยในการแสดงสดแต่ละครั้งจะมาในรูปแบบภาพโฮโลแกรมบนจอใหญ่ยักษ์ที่เห็นกันชัดทั่วทั้งฮอลล์ ในเดือนมีนาคม 2012 สถาบันวิจัยโนมุระเผยว่ายอดขายสินค้าลิขสิทธิ์ของมิคุนั้นเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านเยน (2,900,253 บาท) นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007

การมีชีวิตนิรันดร์ ไม่มีวันแก่ ร้องเพลงตรงคีย์ไม่มีผิดเพี้ยน เต้นได้ไม่หอบเหนื่อย อาจเป็นข้อดีสำหรับค่ายเพลงที่สามารถทำเงินจากศิลปินเสมือนจริงที่ไร้ซึ่งข้อจำกัดไปได้ตลอดกาล แต่ในขณะเดียวกันผลกระทบอีกหลายๆ อย่างกำลังเกิดขึ้นกับวัฒนธรรมการเสพสื่อ และชวนให้แฟนๆ พากันตั้งคำถามกับปรากฏการณ์เหล่านี้

เรากำลังลดทอนความเป็นมนุษย์ของศิลปินอยู่หรือเปล่า?

ศิลปินกำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้ามากเกินไปหรือไม่?

ความสำคัญของศิลปินอยู่ที่ไหน?

ในเมื่อปัญญาประดิษฐ์ทำทุกอย่างได้พอๆ กับมนุษย์

วินเทอร์ aespa และอวาตาร์ของเธอ (Photo : aespa official)

แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์จะสนทนากับเราได้คล้ายมนุษย์คนหนึ่ง แต่เราทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ที่รู้สึกได้และเจ็บปวดเป็น เหมือนที่เรากล้าพ่นคำหยาบใส่แชตบอต หรือ Siri เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ได้รู้สึกเสียใจ

สำหรับศิลปินอวาตาร์และปัญญาประดิษฐ์ แฟนๆ บางกลุ่มอาจไม่ได้ปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนอย่างที่ปฏิบัติกับศิลปินที่เป็นมนุษย์จริงๆ เมื่อวงเสมือนจริงค่อยๆ แพร่หลายขึ้น เส้นแบ่งระหว่างการเป็นแฟนคลับกับศิลปินจึงค่อยๆ ถูกเบลอ และอาจทำให้เกิดการคุกคามได้ง่ายขึ้น

แพทริค วิลเลียมส์ (Patrick Williams) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์มีความเห็นว่า ปรากฏการณ์ศิลปินเสมือนจริงอาจสร้างปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างแฟนๆ กับตัวศิลปินได้ เพราะเราอาจลืมไปว่าขอบเขตของการชื่นชอบนั้นคืออะไร

D.Va (Photo : Overwatch)

นอกจากจะเป็นสินค้าเกือบเต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ แฟนๆ บางกลุ่มเปลี่ยนให้ตัวละครเหล่านั้นกลายเป็นวัตถุทางเพศ เช่นกรณีของ D.Va ตัวละครที่โด่งดังในเกมออนไลน์ Overwatch ซึ่งมักถูกหยิบไปสร้างคอนเทนต์อนาจารอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมชันโป๊ หรือนำชุดของเธอไปเป็นคอสเพลย์วาบหวิวในหนังผู้ใหญ่

แน่นอนว่าถ้าคนจริงๆ ถูกหยิบยืมคาแรกเตอร์ไปทำอนาจารเช่นนี้คงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่เพราะเป็นตัวละครในเกมที่ไม่มีชีวิตจิตใจ เรื่องนี้จึงไม่ได้ถือว่าเป็นมีความผิดใดๆ แต่ในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้าอันใกล้ เมื่อศิลปินมีอวาตาร์แทนตัวเอง เช่นเดียวกับ เอสปา จึงเป็นเรื่องยากจะควบคุมไม่ให้เกิดการคุกคามในรูปแบบที่เคยเป็นมาได้ และแฟนๆ เองก็คงจะสับสนว่าพวกเขาจะต้องปฏิบัติกับศิลปินเสมือนจริงอย่างไร ที่แน่ๆ หากตัวตนในโลกดิจิทัลของพวกเขาตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเพศ สมาชิกที่เป็นมนุษย์ก็มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบทางจิตใจเช่นกัน

อวาตาร์ของ aespa (Photo : aespa official)

นอกจากประเด็นเปลี่ยนคนให้เป็นอวาตาร์แล้ว คัง ชินคยู (Kang Shin-kyu) นักวิจัยจากKorea Broadcast Advertising Corporation ก็ตั้งคำถามด้านกฎหมายเพิ่มเติมอีกว่า “SM Entertainment จะจัดการกับอวาตาร์เหล่านี้อย่างไร เมื่อสมาชิกที่เป็นมนุษย์ยกเลิกสัญญากับบริษัท บริษัทยังคงเป็นเจ้าของอวาตาร์นั้นอยู่หรือไม่ เมื่อในอนาคตสมาชิกที่เป็นมนุษย์ไม่ต้องการให้นำไปใช้ นี่คือเหตุผลที่ฉันคิดว่าผู้ผลิตจำเป็นต้องคำนึงถึงศิลปินและอนาคตให้มากขึ้น”

อุตสาหกรรมศิลปินเสมือนกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในเกาหลีใต้ ในอนาคตเราอาจได้เห็นวงเสมือนจริงกลายเป็นวงระดับตำนานก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่านี่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของค่ายเพลงที่จะทำเงินไปได้ตลอดกาล แต่มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมเคป๊อบหลังโควิด-19 อาจจะเปลี่ยนแปลงไป

เพราะแฟนๆ ต่างก็โหยหาการปฏิสัมพันธ์ คิดถึงเวทีคอนเสิร์ต และสิ่งที่จะมาตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ก็คือศิลปินที่เป็นมนุษย์จริงๆ โดยปกติแล้วนอกจากเพลงและโชว์บนเวที อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนๆ ชื่นชอบศิลปินก็คือความเป็นตัวเขา ที่หัวเราะ ร้องไห้ และผิดพลาดได้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

อ้างอิง

  • Dong Sun-hwa. Will AI-powered groups take over K-pop?. https://bit.ly/3y4VCUV
  • Kendrea Liew. Future of entertainment? Avatars could be K-pop’s next superstars. https://cnb.cx/3h0dwm2
  • Puah Ziwei. Experts question ethical and copyright issues of virtual K-pop idols. https://bit.ly/3w6NwtF
  • Korea Times. Could a virtual K-pop girl group dethrone Blackpink? After Aespa’s VR avatars comes Eternity, an 11-piece girl band created from AI graphics – but with new tech comes problems too. https://bit.ly/3x8py2r
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...