โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย

BT Beartai

อัพเดต 30 ก.ย 2563 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2563 เวลา 12.57 น.
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย

หลังจากพบกับจุดอิ่มตัวบนเส้นทางสายดนตรีและได้ทิ้งอัลบั้มชุดสุดท้าย ‘ไนน์มิสยูทู’ เอาไว้ในปี 2553 หนึ่งในวงร็อกขวัญใจมหาชนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างวง Clash (แคลช) ก็ได้แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง บ้างก็ไปทำวงใหม่ บ้างก็ไปเป็นศิลปินเดี่ยว บ้างก็ไปเปิดค่ายเพลงและกลายเป็นผู้บริหาร นั่นทำให้แฟน ๆ ยังคงเห็นการเดินทางของพวกเขาทั้ง 5 แบงค์ (ร้องนำ) , แฮ็กส์ (กีตาร์), พล(กีตาร์) , สุ่ม (เบส) และ ยักษ์ (กลอง) อยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะเป็นบทบาทที่แตกต่างจากการเป็นสมาชิกวงแคลชก็ตาม

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแคลชได้พยายามแสดงสัญญาณของการกลับมาด้วยการปล่อยซิงเกิลออกมาให้พวกเราได้ฟังกันเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็น ใจเย็นเย็น , อยู่ตรงนี้เสมอ, คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซึ่งก็ทำให้แฟน ๆ ของแคลชใจเต้นกับการกลับมาของพวกเขามาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเสียงแหลมสูงอันนุ่มนวลของแบงค์ กีตาร์คู่อันเร้าใจและไพเราะของแฮ็กส์และพล เสียงเบสอันอุ่นอวบของสุ่ม และกลองอันหนักแน่นจากยักษ์ จนในที่สุดพวกเขาก็ได้เวลาของการประกาศศักดาการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับอัลบั้มเต็มชุดล่าสุดที่ทำออกมาในรูปแบบดิจิทัลอัลบั้มซึ่งใช้ชื่อว่า ‘Loudness’

ความน่าประทับใจประการแรกใน ‘Loudness’ ก็คือการที่แคลชพยายามรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ในแบบที่ถ้าดนตรีและเสียงร้องดังขึ้นมาเนี่ย เราจะรู้ได้เลยว่านี่เป็นเพลงของแคลช แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ค้นหาองค์ประกอบใหม่ ๆ และความร่วมสมัยใส่ลงไปได้อย่างกลมกล่อมลงตัว อีกทั้งยังชักชวนพวกพ้องน้องพี่ศิลปินคนดนตรีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รุ่นเก่า รุ่นใหม่ รุ่นอินดี้ เข้ามาใส่สารเคมีทางดนตรีลงไปให้สสารในบทเพลงจากอัลบั้มนี้มีความอิ่มตัวและอิ่มอร่อยเลิศ

เปิดมาด้วยไตเติลแทร็ก ‘เสียงแห่งความหวัง’ (Loudness) ท่วงทำนองร็อกอันเข้มข้นในแบบฉบับของแคลชที่ผสมผสานไปด้วยซาวด์อิเล็กทรอนิกส์จากเอ้ BOTCASH ในห้วงอารมณ์อันยิ่งใหญ่เป็นการเปิดตัวด้วยความฮึกเหิมและเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตให้เราเดินก้าวต่อไปด้วยพลังความเชื่อมั่นต่อเสียงข้างในหัวใจ

‘บอก’ เพลงรักเศร้าซึ้งบาดลึกถึงอารมณ์ในแบบที่เราคิดถึง เป็นบทเพลงที่กรั่นกรองมาจากเรื่องจริงและมุมมองความรักของแบงค์ พูดถึงภาวะที่ความรักถึงทางตันเมื่อไม่มีใครกล้าบอกเลิกก่อนเพราะกลัวจะเป็นปัญหา คนที่พูดก่อนนั้นแพ้หรือเปล่า หรือในทางหนึ่งคนที่บอกก่อนคือผู้ชนะเพราะกล้าหาญพอที่จะบอกว่าต้องการจะจากไปแล้ว เมื่อถึงภาวะนี้ทางที่ดีที่สุดก็คือการบอกออกมาตรง ๆ เพื่อให้แต่ละคนได้ไปต่อในทางที่ควรจะเป็น

ในช่วงเวลาที่แคลชทำอัลบั้มเทรนด์การฟีเจอริ่งนั้นยังไม่ร้อนแรงเท่ากับในทุกวันนี้ที่เหมือนจะเป็นธรรมเนียมของการทำเพลงไปแล้ว การกลับมาในช่วงเวลานี้ของแคลชจึงชวนตื่นเต้นอย่างหนึ่งคือการลุ้นว่าแคลชจะชวนใครมาฟีเจอริ่งบ้าง อย่างในแทร็กที่สาม ‘วันนั้นของพี่ วันนี้ของน้อง’ ที่แคลชได้ชวนศิลปินรุ่นใหญ่ตำนานเพื่อชีวิตรุ่นที่สามของไทยอย่าง‘พี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ เข้ามาถ่ายทอดน้ำเสียงของผู้ผ่านร้อนหนาวมาอย่างยาวนาน เป็นพี่ที่ให้คำสอนกับน้องในช่วงเวลาอ่อนไหว อ่อนล้า และโดดเดี่ยวของชีวิต น้ำเสียงแหบพร่าแต่ว่าเปี่ยมด้วยอารมณ์ของพี่ปูทำให้คำสอนของพี่คนนี้ช่างหนักแน่นและทรงพลัง ท่วงทำนองของดนตรีเพื่อชีวิตกับเพลงร็อกถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม แค่ได้ยินไลน์เมโลดี้เพนทาโนนิคในท่อนอินโทรก็เตรียมเคลิ้มแล้ว

‘ไม่มีอะไรต้องกลัว’ ซิงเกิลแรกที่เปิดตัวอัลบั้มนี้ ซึ่งทำให้เราเห็นว่าการหลอมรวมซาวด์ดนตรีร็อกอันหนักแน่นแบบนูเมทัลของแคลชกับซาวด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์นั้นมันเท่แค่ไหน อีกทั้งยังได้การแรปอันร้อนเดือดของแรปเปอร์สุดฮอตแห่งยุค เจ้าพ่อฟีเจอริ่งอย่าง ‘F.HERO’ ยิ่งทำให้บทเพลงนี้ร้อนแรงและทำให้ใจแฟน ๆ ของแคลชเต้นเป็นจังหวะร็อก กับบทเพลงสุดฮึกเหิมที่พาให้เรากล้าท้าทุกปัญหาที่เผชิญ เป็นเพลงพลังบวก พร้อมที่จะเข้าบวก ! กับทุกปัญหาที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่

‘มูเตลู’ เชื่อว่าใครที่ไม่ได้เป็นสายมูเห็นชื่อเพลงนี้ก็คงงงว่า ‘มูเตลู’ นี่มันคืออะไร เพลงนี้ได้ไอเดียมาจากชีวิตจริงของเเฮ็คส์ มือกีตาร์โสดสายมู ที่เชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังว่าจะนำมาซึ่งความสมหวังในรักและชีวิต โดยได้เเทน ลิปตาเเละข้าว Fellow Fellow มาบรรเลงเนื้อเพลงร่วมกัน แถมเสริมใส่กลิ่นอายความ R&B และเนื้อร้องแรปโดยแบงค์ อารมณ์เพลงชวนให้คิดถึงงานเพลงเก่า ๆ ของแคลชที่มีกลิ่นอาย R&B ผสมกับแรปแบบนี้เลย

เป็นธรรมเนียมของวงแคลชที่ในทุกอัลบั้มจะต้องมีเพลงที่เขียนถึงแฟนคลับ อย่างเพลง ‘นางฟ้าในใจ’ ‘นางฟ้าคนเดิม’ หรือ ‘เกินคำว่ารัก’ สำหรับในอัลบั้มนี้ก็มีเพลง ‘เพราะรัก (ปฏิญาณ)’ เพลงช้าซึ้ง ๆ ที่ไม่เศร้า ที่แคลชตั้งใจมอบให้กับแฟนคลับ เพลงนี้ได้ฟองเบียร์ ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม มาเขียนเนื้อเพลงให้ จนออกมาเป็นบทเพลงที่อบอุ่นกลมกล่อม และทำให้แฟน ๆ รู้สึกซึ้งและอุ่นใจในแบบที่เคยรู้สึกกับวงแคลชตลอดมา

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแคลชก็คือต้องมีเพลงที่พูดถึงเรื่องของสังคม ซึ่งในอัลบั้มนี้ก็มี ‘ยิ้มอ่อน’ บทเพลงร็อกผสานซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ที่พูดเรื่องของสังคมในยุคปัจจุบันที่มีปัญหาต่าง ๆ นานารายล้อมรอบตัว เมื่อเปลี่ยนอะไรมันไม่ได้ก็ให้ยิ้มอ่อน ๆ เข้าไว้ทำชีวิตของเราให้ดีและสู้ต่อไปก็พอ สไตล์และเนื้อหาของเพลงชวนให้คิดถึงเพลง ‘ยิ้มเข้าไว้’ จากอัลบั้ม ‘Crashing’ เลย

เปิดอินโทรมานี่รู้สึกได้ถึงความเท่ของไลน์กีตาร์ใส่ดีเลย์ที่ผสานไปกับเสียงเปียโน เสียงฮูของแบงค์ และซาวด์กีตาร์เท่ ๆ กับ ‘ฟ้าไม่เป็นใจ’ บทเพลงร็อกอารมณ์สว่างใสกับซาวด์สว่าง ๆ ที่แฝงไว้ด้วยแววของความหวังพูดถึงพลังของความเชื่อมั่นที่จะหยัดยืนต่อไปแม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ เพลงนี้ได้เสียงของร้อง บอย โลโมโซนิก มาเพิ่มพลังร็อกและเสริมความเท่เข้าไปในบทเพลงอีก

นี่คือแทร็กโปรดของเราและเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะต้องชอบมาก กับ ‘ในนามแห่งความรัก’ ที่แคลชได้ชวนวงอินดี้รุ่นน้อง ‘จุลโหฬาร’ วงดนตรีลูกอีสานที่ผสานท่วงทำนองหมอลำเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว กลายมาเป็นบทเพลงที่ประสานความร็อกให้เข้ากับลูกทุ่งหมอลำได้อย่างม่วนเท่ขาดใจ การได้ยินเสียงพิณ เสียงแคนใส่เข้าไปในเพลงของแคลชนี่มันเซอร์ไพรส์จริง ๆ นอกจากนี้การได้ฟังเสียงร้องของแบงค์ผสานไปกับเสียงร้องของเกมส์ จุลโหฬาร ทำให้นึกถึงเพลงที่ศิลปินร็อกมาฟีเจอริ่งกับศิลปินลุกทุ่งอย่าง ‘ภูมิแพ้กรุงเทพ’ ที่พี่ป้างร้องกับตั๊กแตน ชลดา หรือว่า ‘คิดฮอด’ ของ Bodyslam ที่ได้ศิริพร อำไพพงษ์มาฟีเจอริ่งด้วย

ขึ้นชื่อว่าแคลชมันก็ต้องมีเพลงช้า เศร้า ๆ deep ๆ เยอะหน่อย แต่อัลบั้มนี้เพิ่งผ่านไปเพลงเดียวเอง งานนี้ก็เลยปิดท้ายด้วยเพลงเสร้าสุดดิ่ง ‘หลงทาง’ กับฝีมือการเขียนเนื้อของเจ้าพ่อเพลงเศร้า‘ปอย Portrait’ ที่บรรเลงเนื้อร้องอันแสนเศร้าเคล้าไปกับท่วงทำนองแบบอะคูสติกอันเปลี่ยวเหงา แถมด้วยโซโล่แซกโซโฟนสุดเปลี่ยว เป็นการปิดอัลบั้มได้อย่างเหงาเศร้าดิ่ง ลึกสุดใจจริง ๆ  !

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้แคลชยังมี hidden track อยู่ด้วยอีกหนึ่งเพลงนั่นคือ ‘ฝน’ ที่ได้ ต่อ เเสนคม สมคิด ที่เคยร่วมงานกับแคลชมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ค่ายอัพจี ผู้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ในบทเพลงฮิตของแคลชมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป’ ‘ซบที่อกฉัน’ หรือว่า ‘เขาชื่ออะไร’ บอกเลยว่าเพลงนี้ไม่ควรพลาด เฉียบทั้งลีลาภาษาและตัวเพลง แถมยังเป็นทีเด็ดของแคลชที่เลือกซ่อนเพลงนี้เอาไว้อีกด้วย

โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่า ‘Loudness’ คืออัลบั้มที่คุ้มค่ากับการรอคอยมาก ๆ มีทั้งความเป็นแคลชในแบบเดิมที่เราคิดถึงและมีส่วนผสมใหม่ ๆ ให้เราได้ว้าวด้วยเหมือนกัน ยังเป็นแคลชที่วาไรตี้มีทั้งเพลงช้าเศร้าซึ้ง เศร้าดิ่ง ร็อกหนักแน่นและบทเพลงสะท้อนสังคมมาครบเครื่องครบครันจริง ๆ ว่าแล้วก็ฟังวนไปโลดครับ !!

‘LOUDNESS’

Apple Music

Spotify

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
[รีวิว] 'LOUDNESS' เสียงของ Clash ในปี 2020 ที่ครบเครื่อง ครบครัน คุ้มค่ากับการรอคอย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...