โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำถาม กับการลาออก (จบ)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ต.ค. 2563 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2563 เวลา 03.02 น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์ ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

ในตอนที่แล้ว ผมนำคำถามและคำตอบที่มักจะมีคนสงสัยเรื่องของ การลาออก(1) โดยเล่าให้ท่านฟังไปแล้วประมาณ 8 ข้อ ในตอนนี้ผมขอนำข้อที่เหลืออีกประมาณ 12 ข้อมาเล่าให้ท่านฟังกันต่อไปเลย ตามนี้นะครับ

Q : ถ้าเขียนใบลาออกไปแล้วยื่นให้กับหัวหน้า แล้วจะเปลี่ยนใจไม่ลาออกควรทำยังไง

ก่อนจะยื่นใบลาออกให้หัวหน้าขอให้คิดให้ดี ๆ เพราะถ้ายื่นใบลาออกไปแล้ว การลาออกก็จะมีผลลาออกตามวันที่ระบุเอาไว้ในใบลาออก ถ้าหากจะไปเปลี่ยนใจทีหลังว่าจะไม่ลาออกก็ต้องไปพูดคุยกับหัวหน้า ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทางบริษัทแล้วล่ะครับว่าเขาจะว่ายังไง ถ้าเขายังอยากให้เราทำงานต่อไป เขาก็ควรจะต้องคืนใบลาออกกลับมาให้เรา แล้วเราก็อาจจะขอให้เขาฉีกทิ้ง (หรือเราจะขอฉีกใบลาออกทิ้งเองก็ได้) ให้เห็นกันตรงนั้นไปเลย แต่ถ้าเขาไม่อยากให้เราทำงานต่อไป ใบลาออกก็จะมีผลตามวันที่เราระบุเอาไว้แหละครับ ผมถึงบอกว่าก่อนยื่นใบลาออกคิดให้ดี ๆ เพราะถ้ายื่นไปแล้วก็จะอยู่ที่การตัดสินใจของบริษัทแล้วครับ

Q : บริษัทจะออกระเบียบห้ามพนักงานลาพักร้อนเมื่อยื่นใบลาออกได้หรือไม่ หรือถ้าพนักงานยื่นใบลาออก บริษัทจะถือว่าพนักงานสละสิทธิการลาพักร้อนได้หรือไม่

แบ่งสิทธิเป็น 2 ส่วน คือ

1.สิทธิพักร้อนสะสม ถ้าพนักงานมีวันลาพักร้อนสะสมอยู่เท่าไหร่ก็สามารถยื่นใบลาออก พร้อมทั้งยื่นขอลาพักร้อนสะสมตามสิทธิที่มีอยู่ได้ ถ้าบริษัทไม่อนุมัติให้ใช้สิทธิพักร้อนสะสม บริษัทก็ต้องจ่ายคืนกลับมาเป็นเงินตามจำนวนวันลาพักร้อนสะสมที่พนักงานมีสิทธิอยู่

2.สิทธิพักร้อนตามส่วนในปีที่ลาออก ในส่วนนี้พนักงานไม่มีสิทธิครับพูดง่าย ๆ ว่าถ้าพนักงานยื่นใบลาออกในปีใด สิทธิในการลาพักร้อนตามส่วน (หรือ prorate) ในปีที่ลาออกนั้นจะถูกยกเลิกทันที เพราะมาตรา 67 ของกฎหมายแรงงานวรรคแรกไม่ได้พูดถึงการให้สิทธิลูกจ้างตามส่วนในปีที่ลาออกเอาไว้ครับ ดังนั้น บริษัทไม่อนุมัติให้ลาพักร้อนตามส่วน(prorate) ในปีที่พนักงานลาออกได้ และไม่ต้องจ่ายค่าพักร้อนตามส่วนในปีที่พนักงานลาออกอีกด้วยนะครับ

Q : ถ้าพนักงานยื่นใบลาออกแล้ว แต่ยังไม่ถึงกำหนดลาออก บริษัทสามารถเลิกจ้างพนักงานหากทำความผิดร้ายแรงได้หรือไม่

บริษัทยังสามารถเลิกจ้างพนักงานหากทำความผิดร้ายแรงได้ครับเช่น พนักงานยื่นใบลาออกแล้ว แต่ก่อนถึงวันที่มีผลลาออกพนักงานไปทำความผิดร้ายแรง เช่น ขโมยทรัพย์สินของบริษัท, ละทิ้งหน้าที่3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นต้น แต่ถ้าบริษัทจะเลิกจ้างพนักงานในกรณีที่ไม่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 ของกฎหมายแรงงาน บริษัทก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายครับ

Q : เมื่อยื่นใบลาออกแล้ว ถ้าหากพนักงานกระทำความผิด บริษัทยังมีสิทธิออกหนังสือตักเตือนพนักงานได้หรือไม่

ได้ครับ เพราะการยื่นใบลาออกไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้พนักงานทำความผิดอะไรก็ได้นี่ครับ

Q : บริษัทบอกให้เราเขียนใบลาออกจากบริษัทปัจจุบันเพื่อไปทำงานกับบริษัทแห่งใหม่โดยไม่นับอายุงานต่อเนื่อง ควรทำยังไง และผลจะเป็นยังไง

ถ้าเราเขียนใบลาออกยื่นให้บริษัทปัจจุบันก็เท่ากับเราพ้นสภาพพนักงานไปตามที่ระบุเอาไว้ โดยบริษัทปัจจุบันก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถือว่าพนักงานประสงค์จะลาออกเอง ดังนั้น การไปทำงานในบริษัทแห่งใหม่ก็ต้องนับอายุงานใหม่ครับ

ในกรณีนี้พนักงานควรจะตกลงกับบริษัทปัจจุบันว่า ในการไปเริ่มงานในบริษัทแห่งใหม่ขอให้นับอายุงานต่อเนื่อง และได้รับสิทธิประโยชน์สวัสดิการรวมถึงค่าจ้างต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน แล้วควรเซ็นสัญญาจ้างกับบริษัทใหม่ให้เรียบร้อยเสียก่อน (โดยดูเงื่อนไขและสภาพการจ้างให้เป็นไปตามที่ตกลงกันให้ดี ๆ นะครับ) จากนั้นจึงค่อยยื่นใบลาออกจากบริษัทปัจจุบันถ้าไม่อย่างนั้นก็คงต้องให้บริษัทปัจจุบันเลิกจ้างเรา พร้อมทั้งจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน (ถ้าบริษัทยังยืนยันว่าจะให้เราออกจากบริษัทปัจจุบัน) ครับ

Q : เมื่อยื่นใบลาออกให้หัวหน้าไปแล้ว แต่หัวหน้าอ้างว่ายังไม่ได้รับใบลาออก และขู่ว่าถ้าไม่มาทำงานจะโดนเลิกจ้าง เนื่องจากขาดงานเกิน 3 วันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ควรทำยังไงดี

ถ้าเจอหัวหน้าเจ้าเล่ห์แบบนี้ ก่อนจะยื่นใบลาออกก็ควรไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ให้เขารู้ว่าเรากำลังจะไปยื่นใบลาออก และให้เขาดูใบลาออกที่เราทำเอาไว้เพื่อให้เขาเป็นพยานแล้วเราก็ควรจะมีสำเนาใบลาออกเอาไว้ แล้วให้หัวหน้าเซ็นรับไว้ในสำเนาด้วย (หัวหน้าอาจจะไม่เซ็นรับก็ได้ แต่เขาก็จะรู้ว่าเรามีสำเนาเอาไว้นะครับ) ถ้าทำอย่างนี้แล้ว เราก็มีพยานบุคคลและพยานหลักฐานครบแล้วล่ะครับเรื่องทำนองนี้มีบ้าง แต่ไม่บ่อยนักหรอกครับ

Q : ควรยื่นใบลาออกก่อนไปเซ็นสัญญาจ้างกับบริษัทใหม่ หรือควรไปเซ็นสัญญาจ้างกับบริษัทใหม่ก่อนยื่นใบลาออกดี

ควรไปเซ็นสัญญาจ้างกับที่ใหม่ให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยมายื่นใบลาออก เพราะถ้ายื่นใบลาออกก่อนแล้วพอไปที่ใหม่ เขาอ้างเหตุสารพัดที่ยังไม่รับเราเข้าทำงานล่ะก็ ลองนึกภาพต่อจากนั้นเอาเองนะครับว่าเราจะเป็นยังไง

Q : กรณีบริษัททำสัญญาจ้างแบบมีระยะเวลา เมื่อครบกำหนดตามสัญญา พนักงานจะต้องเขียนใบลาออกยื่นให้กับทางบริษัทหรือไม่

กรณีเป็นสัญญาจ้างแบบมีระยะเวลาโดยมีวันเริ่มต้น และวันสิ้นสุดของสัญญาจ้างนั้น เมื่อถึงวันที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง พนักงานไม่ต้องยื่นใบลาออก (และบริษัทก็ไม่ต้องแจ้งเลิกจ้าง) ให้ถือว่าสภาพการจ้างจบสิ้นไปโดยสัญญาจ้างนั้นไปเลย โดยบริษัทก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน แต่ทั้งนี้ ต้องไม่มีการจ้างพนักงานคนนั้นอีกต่อไปนะครับ

Q : จากข้อ 16 แล้วถ้ามีจ้างต่อโดยบริษัทระบุเอาไว้ในสัญญาจ้างว่า “ถ้าพนักงานผลงานดี บริษัทจะต่อสัญญาไปอีก แต่ถ้าพนักงานผลงานไม่ดี บริษัทจะบอกเลิกสัญญาและไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น” ได้หรือไม่

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ถือว่าสัญญาจ้างแบบนี้เป็นสัญญาจ้างแบบ “ไม่มีระยะเวลา” ซึ่งก็คือสัญญาจ้างพนักงานประจำนั่นเอง ถ้าพนักงานอยากจะลาออกก็ต้องยื่นใบลาออก (ถ้าพนักงานยื่นใบลาออกก็จะไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ) และถ้าหากบริษัทอยากจะเลิกจ้างพนักงาน แต่พนักงานไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 ของกฎหมายแรงงานแล้ว บริษัทก็จะต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน(ตามมาตรา 118) ให้กับพนักงานครับ

Q : เมื่อส่งใบลาออกไปแล้ว บริษัทต้องการให้เปลี่ยนวันที่ลาออกใหม่ ควรทำอย่างไร

ถ้าพูดคุยกันแล้วเห็นชอบตรงกันว่าจะเปลี่ยนวันที่ลาออกใหม่ (เช่นเลื่อนวันลาออกให้เร็วขึ้น หรือเลื่อนวันลาออกให้ขยับออกไปจากเดิม) ก็ให้ทำได้ โดย 1.พนักงานทำใบลาออกใบใหม่มายื่นให้หัวหน้า หรือ 2.ใช้ใบลาออกใบเดิมนำมาขีดฆ่าวันที่ลาออกเดิม แล้วเขียนวันที่ลาออกใหม่ลงไปแทน (ห้ามใช้ป้ายขาวลบ) แล้วให้พนักงานที่จะลาออกก็เซ็นชื่อกำกับไว้ตรงจุดที่แก้ไขก็ใช้ได้ครับ

Q : แล้วถ้าพนักงานยังยืนยันไม่เปลี่ยนกำหนดวันที่จะลาออกในใบลาออกล่ะ

วันที่มีผลลาออกก็ยังคงเป็นไปตามเดิมที่ระบุเอาไว้ในใบลาออกครับ ซึ่งบริษัทก็ยังต้องจ่ายค่าจ้างจนถึงวันสุดท้ายที่พนักงานมาทำงานครับ

Q : ถ้าพนักงานระบุวันลาออกไว้

ในใบลาออกแล้ว เมื่อถึงวันที่ระบุไว้ก็ยังมาทำงานต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นก็แสดงว่าทั้งบริษัทและตัวพนักงานไม่ติดใจยึดใบลาออกเป็นสำคัญอีกต่อไป ใบลาออกนั้นถือว่าเป็นโมฆะครับ พนักงานก็ยังคงสถานะเป็นพนักงานต่อไป หลังจากนั้น ถ้าหากบริษัทต้องการจะให้พนักงานพ้นสภาพออกจากบริษัท แต่พนักงานไม่ยอมเขียนใบลาออก บริษัทก็ต้องแจ้งเลิกจ้าง ซึ่งถ้าพนักงานไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 บริษัทก็จะต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 ด้วยครับ

เอาล่ะนะครับ

ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับการลาออกมาให้ฟังจนถึงขนาดนี้ก็เรียกได้ว่าครบทุกซอกทุกมุมแล้ว และหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งคนที่เป็นฝ่ายบริหารและพนักงานจะได้เข้าใจในเรื่องการลาออกที่ตรงกัน ลดปัญหาความเข้าใจที่ไม่ตรงกันได้ และมีการปฏิบัติในเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้องกันทั้งสองฝ่ายแล้วนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...