โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อายุเท่าไร...ฟันซี่ไหน...ควรขึ้นและหลุด

HISOPARTY

เผยแพร่ 21 เม.ย. 2563 เวลา 09.32 น.

คุณพ่อคุณแม่ทุกคน คงมีคำถามว่า ฟันของลูกตนเอง ควรขึ้นเมื่อไร ฟันน้ำนมมีกี่ซี่ ฟันแท้มีกี่ซี่ และฟันแต่ละซี่ควรขึ้นเมื่อไร เมื่อไรฟันน้ำนมควรหลุด และเมื่อไรฟันแท้ควรจะขึ้น บทความฉบับนี้ หมอได้รวบรวมคำตอบของคำถามทั้งหมด เพื่อตอบข้อข้องใจข้างต้น เพื่อคุณพ่อคุณแม่ สามารถนำไปตรวจหรือสังเกตในบุตรหลานของตน หากพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ คุณพ่อคุณแม่ควรนำบุตรหลานของท่านเข้าปรึกษาทันตแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจว่ามีความผิดปกติเรื่องฟันหรือไม่ หากเป็นความผิดปกติก็จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ความรู้เบื้องต้นเรื่องฟัน
มนุษย์ทุกคนจะมีฟันตามธรรมชาติ 2 ชุด ชุดแรกเรียกว่าฟันน้ำนม ชุดที่สองเรียกว่าฟันแท้ ฟันน้ำนมจะมีขนาดเล็ก สีขาวกว่าฟันแท้ มีจำนวนทั้งสิ้น 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่ และฟันล่าง 10 ซี่ มีชื่อเรียกดังนี้ฟันแท้และฟันน้ำนม จะแบ่งเป็นสองซีก คือซีกด้านขวา และซีกด้านซ้าย ซึ่งจะประกอบไปด้วยฟันที่มีรูปลักษณะเหมือนกันทั้งสองด้าน และมีชื่อเรียกเหมือนกัน แบ่งเป็นด้านซ้ายและด้านขวาฟันแท้จะมีขนาดใหญ่ แต่สีเหลืองกว่าฟันน้ำนม มีจำนวนทั้งสิ้น 32 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 16 ซี่ (ด้านขวาบน 8 ซี่ ด้านซ้ายบน 8 ซี่) และฟันล่าง 16 ซี่ (ด้านขวาล่าง 8 ซี่ ด้านซ้ายล่าง 8 ซี่) มีชื่อเรียกดังนี้

ฟันน้ำนมคู่แรก ที่ขึ้นในช่องปากคือ ฟันตัดซี่กลางล่าง ที่อายุประมาณ 6-8 เดือน และฟันน้ำนมจะขึ้นครบเมื่อเด็กอายุ 2 ปี 10 เดือน ทั้งนี้ ในเด็กแต่ละคน ฟันอาจจะขึ้นที่ช่วงอายุแตกต่างกันไป หากฟันขึ้นช้าไปบ้าง ผู้ปกครองก็ไม่ควรจะกังวลใจมาก แต่หากฟันขึ้นไม่ครบ ท่านก็ควรนำบุตรหลานของท่าน เข้ารับการปรึกษากับทันตแพทย์

ฟันน้ำนมจะหลุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี ทั้งนี้เพราะฟันแท้กำลังจะขึ้นในช่องปาก ฟันแท้จะอยู่ข้างใต้ฟันน้ำนม และจะละลายรากฟันน้ำนม ฟันน้ำนมจะโยกและพร้อมจะหลุด

ฟันแท้ซี่แรกที่ขึ้นในช่องปาก คือฟันกรามใหญ่ซี่ที่หนึ่ง ทั้งฟันบนและฟันล่าง โดยฟันซี่ใหญ่นี้จะงอกออกมาด้านหลังฟันน้ำนมซี่สุดท้าย (ไม่ได้ขึ้นมาทดแทนฟันซี่ใดๆ) ที่อายุประมาณ 6-7 ปี ซึ่งเป็นช่วงใกล้เคียงกับเวลาที่ฟันน้ำนมคู่หน้าล่างจะหลุด โดยฟันน้ำนมฟันตัดซี่กลางล่างจะค่อยๆโผล่ขึ้นมาในช่องปาก

ในช่วงอายุ 6-12 ปี เป็นช่วงเวลาที่เด็กทุกคนจะมีฟันน้ำนมทยอยหลุดออกจากช่องปาก นับเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่องปาก ในช่วงอายุนี้ เด็กจะยังคงมีฟันแท้และฟันน้ำนมในช่องปาก ระยะนี้จึงเรียกได้ว่า เป็นระยะฟันผสมนั่นเอง

การใช้ประโยชน์จากตารางข้างต้น ตารางฟันน้ำนม
• กรณีพบว่าฟันน้ำนมขึ้นเร็วกว่าเวลาที่กำหนดในตารางเล็กน้อย ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลใจ แต่หากฟันน้ำนมไม่ขึ้นเกินเวลากำหนดในตารางมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไป ควรนำบุตรหลานของท่านเข้าปรึกษากับทันตแพทย์
• กรณีสูญเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาที่กำหนดในตาราง (อาจเสียฟันจากฟันผุ หรือจากอุบัติเหตุ) ควรนำบุตรหลานของท่านเข้าปรึกษากับทันตแพทย์ ทันตแพทย์อาจทำเครื่องมือกันฟันล้ม เพื่อรักษาพื้นที่บริเวณนั้นๆ ให้ฟันแท้มีที่ขึ้นได้
• กรณีที่มีฟันน้ำนม ไม่ครบจำนวน 20 ซี่ เมื่อเด็กอายุประมาณ 3 ปีควรนำบุตรหลานของท่านเข้าปรึกษากับทันตแพทย์

ตารางฟันแท้
• กรณีพบว่าฟันแท้ไม่ขึ้น เกินเวลากำหนดในตารางมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไป ควรนำบุตรหลานของท่านเข้าปรึกษากับทันตแพทย์ เพื่อตรวจสอบว่ามีฟันแท้หายไปไหม หรือฟันแท้ไม่สามารถขึ้นได้ ทั้งนี้ จะได้วางแผนในการจัดการฟันแท้ที่ไม่ขึ้น หรือจัดฟันเพื่อให้ฟันและขากรรไกรมีการสบฟันที่ปกติ ในปัจจุบันพบว่า เด็กใน generation นี้ มีอัตราของฟันหายบางซี่ (จากการไม่สร้างฟัน) เป็นอัตราที่สูง การปล่อยทิ้งไว้นาน มีแต่จะเกิดผลเสียขึ้นกับฟัน
• ฟันกรามซี่ที่สามมีช่วงอายุในการขึ้นในช่องปาก ที่อายุ 17-21 ปี ดังนั้น หากฟันกรามซี่ที่สามไม่ขึ้นในช่องปาก ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน โดยอาจพิจารณาถอนฟันกรามซี่ที่สามซึ่งคุด (ไม่ขึ้น) ในช่องปากนั้นออกไป หากปล่อยทิ้งไว้ อาจก่อให้เกิดอาการปวดฟัน ฟันหน้าล้มจากแรงดันของฟันที่พยายามขึ้นในช่องปาก หรืออาจทำให้ฟันกรามซี่ที่สองผุหรือเกิดผลเสียจนสูญเสียฟันกรามซี่ที่สองเพิ่ม

ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากการอ่านบทความนี้ เพื่อเอาไปเปรียบเทียบว่า เด็กตั้งแต่ทารกจนถึง 20 ปี อายุใดควรมีฟันซี่ไหน ขึ้นและหลุด เป็นลำดับๆ ไป เพื่อใช้เป็นแนวทางตรวจสอบ หากพบความผิดปกติใดๆ ควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์ประจำตัวของท่านนะครับ

Story By รศ. ทพ. เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์
ประธานหลักสูตรทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...