โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิคม 304 ดันปราจีนฯเข้า EEC มั่นใจมีศักยภาพไม่แพ้ 3 จังหวัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 10.42 น.

ลุ้น “ปราจีนฯ” เข้า EEC “สวนอุตสาหกรรม 304” เตรียมที่ดินพร้อมสาธารณูปโภคครบ 9,000 ไร่ ชูจุดขายเชื่อมต่อชายแดนสระแก้ว แนะรัฐปรับโควิด-19 เป็นโอกาสดูดดีลลูกค้าใหม่เร่งเข้าร่วม CPTPP ชิงลูกค้าเวียดนาม

นายกิตติพันธ์ จิตต์เป็นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สวนอุตสาหกรรม 304 จ.ปราจีนบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเอกชนได้พยายามยื่นเรื่องเพื่อให้ภาครัฐพิจารณาให้ จ.ปราจีนบุรี เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน เนื่องจากปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพไม่ต่างจาก 3 จังหวัดใน EEC ทั้งยังมีจุดเด่นที่สามารถเชื่อมต่อได้ถึง 2 เส้นทางไม่ไกลจากท่าเรือ และการขนส่งทางอากาศ และสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) จ.สระแก้ว ทั้งยังมีแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา มีระบบไฟฟ้าพร้อมรับการลงทุนในทุกอุตสาหกรรม

“แม้ว่าเราจะยื่นข้อเสนอไปแล้วทุกเวที ทั้งเวที คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน (กรอ.) เวทีของ EEC สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และเวทีอื่น ๆ มาตลอด ซึ่งขณะนั้นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รับทราบและได้รับเรื่องไว้แต่ก็ใช้เวลาหลายปีแล้วที่ยังไม่มีความคืบหน้า”

“ซึ่งถ้าเทียบสิทธิประโยชน์บีโอไอหากเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ลงพื้นที่ไหนก็จะได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้วตามประเภทกิจการที่เขากำหนด แต่หากเราเข้า EEC ก็ได้สิทธิประโยชน์ด้านพื้นที่เพิ่มอีก เพราะปราจีนฯฐานการลงทุนเดิมมีอยู่แล้ว มีโรงงานประกอบรถยนต์ มีอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอีกจำนวนมาก”

นายกิตติพันธ์กล่าวว่า มั่นใจว่าการลงทุนจะฟื้นกลับมาช่วงไตรมาส 2 ของปี 2564 เนื่องจากที่ผ่านมานิคมได้ปรับตัวรับวิถี new normal โดยพึ่งพาเทคโนโลยีในการเจรจาซื้อขายที่ดินมากขึ้น เพราะนักลงทุนยังไม่อาจเดินทางเข้ามาในประเทศได้ 100%

แต่ตอนนี้อาจจะเดินทางเข้ามาได้บางส่วนจากนั้นต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกจากรัฐและเอกชน โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ปราจีนบุรี ทำให้เมื่อพ้นระยะเวลากักตัวแล้วสามารถเข้าดูพื้นที่ได้ทันทีทั้งนี้ ปัจจุบันสวนอุตสาหกรรม 304 มีขนาดพื้นที่ 12,500 ไร่ นักลงทุนส่วนใหญ่เกือบ 100% คือนักลงทุนต่างชาติ โดยสัดส่วน 60% คือ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และยุโรป

โดยสวนอุตสาหกรรม 304 ทั้งในปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ทั้ง 2 พื้นที่เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่น โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคพร้อม

แหล่งข่าวในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่เกิดโควิด-19 เอกชนทุกรายจำเป็นต้องปรับตัวโดยการเจรจากับลูกค้าผ่านทางอีเมล์ หรือตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งสามารถช่วยให้ตัดสินใจซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมกันได้ตามปกติ แต่การดิ้นรนของเอกชนเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่ได้ทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น

ดังนั้น ภาครัฐเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ต้องเข้ามาช่วย เนื่องจากคู่แข่งคือเวียดนามได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะค่าแรงถูกกว่า จึงทำให้อุตสาหกรรมที่ยังพึ่งพาแรงงานต้องย้ายฐานไปเวียดนาม ไทยกำลังจะเพลี่ยงพล้ำจากการไม่เข้าร่วม CPTPP และเมื่อการตัดสินใจช้า ยิ่งส่งผลให้ไทยเสียเปรียบลงไปเรื่อย ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...