โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล : บทบาทและหน้าที่ตามกฎหมาย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ต.ค. 2564 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 23.42 น.

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” เป็นคำใหม่ในระบบกฎหมายไทยและมีความหมายเฉพาะตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ

บทความโดย  สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

HIGHLIGHTS     

  • ในแต่ละองค์กร ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล คือองค์กรที่เป็นนิติบุคคล ไม่ใช่พนักงานหรือส่วนงานใดส่วนงานหนึ่งภายในองค์กร
  • สถานะ หน้าที่และความรับผิดในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถมอบหมายไปยังบุคคลอื่นได้
  • พนักงานภายในองค์กรในบริบทของสัญญาจ้างพนักงานไม่ใช่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • ในบริบทของกิจกรรมการประมวลผลหนึ่ง ๆ บุคคลธรรมดาที่จะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามนิยามในกฎหมายนี้ต้องไม่ใช่ผู้ที่ทำการประมวลผลในนามหรือตามคำสั่งขององค์กรที่ตนสังกัด เนื่องจากเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ต้องการให้แยกการดำเนินการของบุคคลต่าง ๆ ในองค์กรออกจากองค์กรที่ตนเองสังกัด  
  • บุคคลธรรมดาซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ในกรณีที่ประกอบกิจการเจ้าของคนเดียวโดยที่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแยกต่างหากจากบุคคลที่เป็นเจ้าของ  

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายไว้กับบุคคลสองกลุ่ม ได้แก่ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”  ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ

 

    พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กำหนดว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) และ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล  ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    จากบทนิยามดังกล่าว อาจจำแนกลักษณะและองค์ประกอบของความเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ได้ดังนี้
(1) ทั้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล อาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ 
(2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(3) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
(4) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในกิจกรรมการประมวลผลเดียวกัน

องค์ประกอบข้อที่ 1 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
    องค์ประกอบข้อนี้เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นในการพิจารณาหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมายในมาตราอื่น ๆ ประกอบกัน ทุกองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จึงอาจมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกิจกรรมการประมวลผลขององค์กรได้ 

       ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเอกชนหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมหาชน อาทิ กระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน องค์กรอิสระ มหาวิทยาลัย หรือองค์กรซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมายต่าง ๆ   หากไม่ใช่องค์กรหรือกิจกรรมการประมวลผลที่ได้รับยกเว้นการใช้บังคับของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ องค์กรดังกล่าวในบริบทของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกิจกรรมนั้น ๆ ย่อมต้องมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแล้วแต่กรณี

องค์ประกอบข้อที่ 2 “มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ” หรือ “ตามคำสั่งหรือในนาม”
    องค์ประกอบข้อนี้เป็นการแยกบทบาทระหว่างความเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลออกจากกัน โดย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กำหนดหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายหลัก ๆ ไว้ที่ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งหลักการดังกล่าวได้รับแนวคิดมาจาก General Data Protection Regulation หรือ GDPR ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป

โดยตาม GDPR กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล คือ องค์กรที่กำหนดวัตถุประสงค์ (purposes) และวิธีการ (means) ในการประมวลผล ซึ่งองค์กรใดเป็นองค์กรที่กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการให้พิจารณาจากความเป็นจริง (EDPB Guidelines 07/2020) ไม่ใช่ตามที่คู่สัญญากำหนดหรือที่ตกลงกันเอง ส่วนความชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผลของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีอยู่ตราบเท่าที่ปฏิบัติตามหน้าที่ สัญญาและวิธีการที่ได้รับมอบหมายหรือสั่งการมาจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล    

    ข้อสังเกตจากแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    กรณีปัญหาที่ทางสำนักงานฯ ได้รับการสอบถามอยู่เสมอคือ พนักงานหรือส่วนงานต่าง ๆ ในองค์กรจะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหากจากองค์กรหรือนิติบุคคลนั้น ๆ ได้หรือไม่ 
    ประเด็นที่ 1 พนักงานหรือส่วนใดส่วนหนึ่งในองค์กรเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” แยกต่างหากจากองค์กรในบริบทของการปฏิบัติงานตามปกติได้หรือไม่
   คำตอบ ไม่สามารถกระทำได้ เพราะหากพนักงานหรือส่วนงานในองค์กรเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหากจากองค์กรที่เป็นนิติบุคคล หมายความว่า พนักงานหรือส่วนใดส่วนหนึ่งในองค์กรนั้น
    (1) ต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันเพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมาย (Data Processing Agreement) ด้วย 
    (2) ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศด้วย
    (3) ต้องมีกระบวนการแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (องค์กรนั้น ๆ) ทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น
    (4) ต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    (5) อาจต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามที่กฎหมายกำหนด
    การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นโดยพนักงานหรือส่วนงานในองค์กรโดยลำพังไม่สามารถกระทำได้และจะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

    ประเด็นที่ 2 ในองค์กรเดียวกันสามารถกำหนดให้มีการแบ่งส่วนงานย่อย ๆ เป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” แยกต่างหากจากองค์กรหลัก อาทิ กำหนดให้แผนก สำนัก คณะหรือภาควิชา เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหากจากองค์กรหลักได้หรือไม่
    คำตอบ ไม่สามารถกระทำได้เช่นกันเพราะจะไม่สอดคล้องกับการปฎิบัติตามกฎหมาย อาทิ
    (1) ตามกฎหมายแล้วผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลนั้นคือ “องค์กร” ที่เป็นนิติบุคคลแม้ว่ารายละเอียดกระบวนการอาจจะมีการมอบหมายตามสายการบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลก็ตาม แต่ในทางกฎหมายแล้ว “อำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ” และความรับผิดตามกฎหมายยังคงเป็นขององค์กรที่เป็นนิติบุคคล
    (2) หากหน่วยย่อยมีสถานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ได้ หมายความว่าทุกหน่วยย่อยต้องปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ  ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย อาทิ ต้องจัดให้มีหนังสือแจ้งการประมวลผล (มาตรา 23) ต้องมีกระบวนการตอบสนองต่อคำขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล  (มาตรา 39) ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เป็นต้น และมีความรับผิดตามกฎหมายในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลด้วย 

    จากกรณีปัญหาทั้งสองประการ ทางสำนักงานฯ จึงเห็นว่าสถานะความเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องพิจารณาจากบริบทขององค์กร โดยพิจารณาที่ความเป็นนิติบุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจเป็นหลัก พนักงานหรือหน่วยงานย่อยในองค์กรถือเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดขององค์กรในส่วนของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

    ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการกำหนดหน้าที่ความรับผิดไว้ที่องค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติสากลในส่วน Accountability Principle ตาม OECD Guidelines on the Protection of Privacy and Transborder Flows of Personal Data และ APEC Privacy Framework โดยในส่วนนี้ EDPB Guidelines 07/2020 ได้ให้ข้อแนะนำแก่หน่วยงานบังคับใช้ GDPR ในสหภาพยุโรปว่า 

    ในสถานการณ์ปกติ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลย่อมหมายถึงองค์กรนั้น ๆ ที่มีสถานะความเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่ผู้บริหาร พนักงาน หรือคณะกรรมการของบริษัทและหากในองค์กรหนึ่ง ๆ มีการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดให้ควบคุมหรือดำเนินกิจกรรมการประมวลผลใด ๆ บุคคลดังกล่าวก็ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ถือว่าเป็นบุคคลที่ทำในนามขององค์กรที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

  ในทำนองเดียวกัน การมอบหมายให้ส่วนงานในนิติบุคคลมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อกิจกรรมการประมวลผลก็ไม่ทำให้ส่วนงานในนิติบุคคลนั้นมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล.  

อ้างอิง
European Data Protection Board (EDPB), Guidelines 07/2020 on the concepts of controller and processor in the GDPR  (version 2.0d, adopted on 07 July 2021),  available at  https://edpb.europa.eu/our-work-tools/our-documents/guidelines/guidelines-072020-concepts-controller-and-processor-gdpr_en
OECD Guidelines on the Protection of Privacy and Transborder Flows of Personal Data
APEC Privacy Framework 2015

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...