อโยธยามีก่อนอยุธยา แต่เมืองเดียวกัน โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
เมืองอโยธยา มีแล้วตั้งแต่เรือน พ.ศ. 1600 (ตามหลักฐานในพงศาวดารเหนือ และตามที่ จิตร ภูมิศักดิ์ ตรวจพบในพงศาวดารมอญ กับพงศาวดารพม่า)
ต่อมากาฬโรค (Black Death) ระบาดทั่วโลก เรือน พ.ศ. 1800 เมืองอโยธยาได้รับผลกระทบหนัก ผู้คนล้มตายด้วยเข้าใจว่า “ผีห่า” กินเมือง (สมัยนั้นไม่รู้จักกาฬโรค) จึงสร้างใหม่ศูนย์กลางอำนาจ โดยย้ายไปอยู่หนองโสน (ปัจจุบันเรียกบึงพระราม) แล้วเปลี่ยนนามเมืองเพื่อ “แก้อาถรรพ์” ว่ากรุงศรีอยุธยา
พบหลักฐานใน “พระไอยการลักษณะพยาน” มีในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดี พ.ศ. 1894 กรุงศรีอยุธยานามเดิมว่า “กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา” นอกจากนั้นกฎหมายสมัยก่อนกรุงแตก 2112 ใช้ชื่อกรุงศรีอยุธยาทั้งนั้น
อโยธยาเป็นเมืองเก่าของอยุธยา ส่วนอยุธยาเป็นเมืองสืบเนื่องจากอโยธยา บนแผ่นดินผืนเดียวกัน ไม่มีอะไรสูญหายไป เมืองอโยธยาอยู่ที่เดิม คนก็อยู่อย่างเดิม ที่เปลี่ยนไปคือศูนย์กลางอำนาจของกษัตริย์ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ทางตะวันตกอโยธยา ซึ่งเท่ากับขยายเมืองกว้างกว่าเดิมเท่านั้น ส่วนของอโยธยาเดิมมีอย่างไรก็อยู่อย่างนั้นตามปกติ โดยถูกทำเป็นส่วนหนี่งของเมืองอยุธยา
(1.) การเปลี่ยนชื่อจากอโยธยาเป็นอยุธยา คือพิธีกรรมรับรู้เฉพาะชนชั้นนำราชสำนัก จึงไม่เป็นที่รู้ทั่วไป ดังนั้นคนทั่วไปยังคงเรียกอโยธยา
(2.) ความเคยชินชื่ออโยธยา แม้รู้ว่าเปลี่ยนชื่อเป็นอยุธยา แต่ยังคุ้นเคยและยืนยันเรียก อโยธยาก็ได้ มีตัวอย่างพบทั่วไป เช่น คนแต่ก่อนเรียกกรุงเทพฯ ว่า “บางกอก” เพราะคุ้นเคย ชื่อบางกอก แม้ทุกวันนี้ชาวต่างชาติคุ้นเคยเรียก Bangkok มากกว่ากรุงเทพฯ
- อโยธยา คือ อยุธยา-ไม่มีอโยธยา
ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร บอกในบทความวิชาการว่านามอโยธยาในศิลาจารึกหมายถึงกรุงศรีอยุธยา
ส่วนนามอยุธยาเพิ่งมีหลังกรุงแตกครั้งแรก พ.ศ. 2112 ด้วยเหตุผลที่ ศ. ดร. ประเสริฐอธิบายว่า “เพราะชื่อเดิมไม่เป็นมงคล เนื่องจากพม่าตีแตกไปแล้ว” จะคัดมาดังนี้
“เรื่องอโยธยา นักประวัติศาสตร์หลายคนเข้าใจว่าอโยธยาในศิลาจารึกสุโขทัยหมายถึงอาณาจักรอโยธยาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยา”
“ความจริงอโยธยาในศิลาจารึกสองหลัก หมายถึงอยุธยาหลัง พ.ศ. 1893 นี้เอง จารึก หลักที่ 11 ด้านที่ 2 (ไม่ก่อน พ.ศ. 1904) มีคำว่าอโยธยาศรีรามเทพนคร เป็นข้อความที่พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ จารึกเมื่อเดินทางจากลังกาผ่านมาที่อยุธยา และจารึกหลักที่ 48 พ.ศ. 1951 พูดถึงศรีอโยธยาซึ่งหมายถึงกรุงศรีอยุธยาอย่างแน่นอน”
“คำอโยธยานี้ใช้เรียกกรุงศรีอยุธยามาจนถึงจารึกศรีสองรักที่ด่านซ้าย จังหวัดเลย เมื่อ พ.ศ. 2106”
“สันนิษฐานว่าหลักจากกรุงแตก พ.ศ. 2112 แล้ว คงเปลี่ยนชื่อจากอโยธยามาเป็นอยุธยาเพราะชื่อเดิมไม่เป็นมงคล เนื่องจากพม่าตีแตกไปแล้ว”
“ชื่ออยุธยาปรากฏในตำราเรียนภาษาไทยที่ให้ล่ามราชสำนักจีนเรียนเมื่อ พ.ศ. 2120 ต่อจากนั้นสัญญาทางพระราชไมตรีในสมัยพระเจ้าปราสาททองและสมัยสมเด็จพระนารายณ์ก็ใช้อยุธยาทั้งสิ้น”
[ทำย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวก จากหนังสือ ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด ของ ศ. ดร. ประเสริฐ ณ นคร สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549 หน้า 35]
จากหลักฐาน “พระไอยการลักษณะพยาน” พ.ศ. 1894 และพระอัยการลักษณะอื่นๆ ที่ยกมาล้วนมีขึ้นก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2112 ย่อมยืนยันว่าชื่อกรุงศรีอยุธยามีแล้วตั้งแต่แรกสถาปนา พ.ศ. 1893 และใช้ปนกันระหว่างอโยธยา-อยุธยา
ทั้งหมดยืนยันสอดคล้องหลักฐานอื่นๆ ว่า เมืองอโยธยามีเก่าแก่ก่อนเมืองอยุธยา หรือเมืองอโยธยาเป็นต้นกำเนิดเมืองอยุธยา ส่วนสมัยต้นๆ เรียกปนกันอโยธยา-อยุธยา แต่เป็นเมืองอยู่สืบเนื่องกัน
ดังนั้น ต้องเลิกทำลายเมืองอโยธยา โดยสร้างสถานีและรางรถไฟความเร็วสูงเลี่ยงห่างไปตามมติคณะกรรมการฯ แล้ว SAVE อโยธยา