โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

บ้านตึกดิน : โปรเจ็กต์บูรณะบ้านเก่าต้นตระกูลแสง-ชูโต เป็นโรงแรมเล่าประวัติศาสตร์ย่านตึกดินและถนนดินสอ

Sarakadee Lite

อัพเดต 02 ม.ค. 2567 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2567 เวลา 14.53 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

ทายาทของตระกูลแสง-ชูโต นำโดย บุรณี รัชไชยบุญ และ ราจิต แสง-ชูโต สองผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาและออแกไนเซอร์ชื่อดัง ได้ใช้เวลาร่วม 10 ปีเพื่อพลิกฟื้นบ้านหลังเก่าอายุกว่า 100 ปีของคุณชวดที่ทรุดโทรมจากการปล่อยให้ผู้อื่นเช่าและถูกดัดแปลงเป็นโรงแรมระดับล่างมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปี ให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าประวัติศาสตร์ของย่านตึกดินและถนนดินสอ กรุงเทพฯ ในนาม โรงแรมบ้านตึกดิน (Baan Tuk Din Hotel) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า บ้านตึกดิน

ตึกแถวเก่า 5 คูหาริมถนนดินสอได้รับการปรับโฉมให้เป็นร้านอาหาร คาเฟ่และห้องพัก

บ้านเก่าของตระกูลซึ่งลูกหลานเรียกกันว่า “เรือนคุณย่า” เป็นเรือนไม้ผสมปูนยกใต้ถุนสูงและหลังคาทรงมะนิลาได้รับการบูรณะให้คงโครงสร้างของอาคารเดิมและเสริมความแข็งแรงเพื่อใช้เป็นอาคารหลักของ โรงแรมบ้านตึกดิน พร้อมห้องพักจำนวน 9 ห้อง ส่วนตึกแถว 2 ชั้นจำนวน 5 คูหาอายุกว่า 80 ปีที่อยู่ด้านหน้าอาคารและอยู่ติดถนนได้ปรับโฉมชั้นล่างให้เป็น ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์ (Din Restaurant & Jazz Bar) และ ชโลบา บูติค คาเฟ (Shaloba Boutique Café) ส่วนชั้นบนเป็นห้องพักอีกจำนวน 9 ห้อง

เรือนคุณย่าได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารหลักของโรงแรมบ้านตึกดิน

“สมัยเด็กๆ เราเคยมาเก็บค่าเช่าแถวนี้กับคุณแม่ (ปราศรัย รัชไชยบุญ-สกุลเดิม ‘แสง-ชูโต’) และเมื่อมาเห็นสภาพบ้านที่ผู้เช่าทำเป็นโรงแรมและกั้นเป็นห้องเล็กๆ กว่า 20 ห้องให้เช่ารายวันและรายชั่วโมง เราน้ำตาไหลเลยและไม่อยากให้สภาพเหล่านี้มาอยู่ในบ้านเรา เมื่อเราและราจิต (ลูกพี่ลูกน้องและทายาทผู้ถือครองกรรมสิทธิ์) พร้อมจึงค่อยๆ ให้ผู้เช่าบ้านและเช่าตึกแถวค่อยๆ ย้ายออกไปและใช้เวลากว่า 2 ปีศึกษาวิจัยพื้นที่และทำรังวัด และอีกกว่า 7 ปีในการรีโนเวตจนกระทั่งเปิดให้บริการได้ในเดือนมีนาคม ปี 2566” บุรณี รัชไชยบุญ หรือที่คนในวงการภาพยนตร์โฆษณาเรียกว่า “พี่หนูเล็ก” กล่าว

ภาพสันนิษฐานตึกฝรั่ง (ด้านซ้าย) และเรือนคุณย่า

จุดกำเนิดตึกฝรั่งและเรือนคุณย่า

ต้นตระกูลแสง-ชูโต คือ พลโท พระยาสุรเสนา (กลิ่น แสง-ชูโต) ซึ่งเป็นราชองครักษ์ของรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานที่ดินผืนหนึ่ง (คาดว่าหลังปี พ.ศ. 2440) ณ บริเวณถนนดินสอและได้ก่อสร้างอาคาร 2 หลังประกอบด้วยอาคารหลักที่เป็นตึกก่ออิฐถือปูนสไตล์ยุโรปเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของตนเองและบุตรชายคือ พันตรี หลวงสรสิทธยานุการ (สิทธิ แสง-ชูโต) ซึ่งปัจจุบันได้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว และเรือนไม้ผสมปูนหลังคาทรงมะนิลาสำหรับน้องสาวทั้ง 3 คนหรือที่เรียกกันว่า เรือนคุณย่า โดยปัจจุบันได้รับการปรับโฉมให้เป็นอาคารหลักของโรงแรมบ้านตึกดิน

ต่อมา พันตรี หลวงสรสิทธยานุการ ได้แต่งงานกับ ประมัย แสง-ชูโต และมีบุตรสาวคนแรกคือ ปราศรัย รัชไชยบุญ (คุณแม่ของบุรณี และคุณป้าของราจิต) ซึ่งเกิดและเติบโตที่ตึกใหญ่นี้ จนกระทั่งพ.ศ. 2475 ที่เกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร ทําให้ พันตรี หลวงสรสิทธยานุการ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันที่จังหวัดเพชรบุรีและทหารราชองครักษ์ ถูกจําคุกข้อหากบฏเป็นเวลาร่วม 4 ปี 7 เดือน ในช่วงเวลานั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายทำให้ประมัย (คุณยายของบุรณีและราจิต) จึงตัดสินใจย้ายครอบครัวจากตึกใหญ่มาอาศัยร่วมกันในเรือนคุณย่าโดยกั้นห้องใต้ถุนชั้นล่าง และให้สมาคมชาวปักษ์ใต้เช่าตึกใหญ่เป็นสํานักงานและหอพัก

ภาพตึกใหญ่ในช่วงที่ให้เช่าเป็นสํานักงานใหญ่แห่งแรกของบริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย (ภาพ : บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จํากัด)

“ตึกใหญ่ที่เราเรียกว่า ‘ตึกฝรั่ง’ นั้น คุณชวด (พลโท พระยาสุรเสนา) ซึ่งเคยรับราชการเป็นทูตทหารประจำอยู่ที่ประเทศออสเตรียได้ทาเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด คล้ายกับสีของพระราชวังเชินบรุนน์ (ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย) และในช่วงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง คุณตา (พันตรี หลวงสรสิทธยานุการ) ได้แบ่งโฉนดที่ดินระหว่างตึกฝรั่งและเรือนคุณย่า และถวายคืนตึกฝรั่งแด่รัชกาลที่ 7 เนื่องจากคุณตาต้องโทษเพราะอยู่คนละฝั่งกับคณะราษฎรจึงถวายคืนไปก่อนจะได้ไม่โดนยึดและให้กลายเป็นพระราชมรดก พระองค์ท่านพระราชทานเงินตอบแทนมา แต่เรายังไม่ทันไถ่ถอนเนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน” บุรณีบอกเล่าประวัติความเป็นมาของบ้าน

โมเดลรูปสันนิษฐานเรือนคุณย่า (ภาพ : บริษัทสถาปนิก ทาวา)

ปราศรัย (คุณแม่ของบุรณี) เป็นนักเขียน/นักแปลชื่อดังในนามปากกาว่า“นิดา” เคยเขียนบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและครอบครัวของเธอในนิตยสาร ลลนา เมื่อ พ.ศ.2526 และพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสือชื่อครั้งหนึ่ง…ยังจำได้ โดยสำนักพิมพ์หมึกจีน

ในหนังสือที่นิดาเขียนระบุว่า คุณพ่อของเธอ (พันตรี หลวงสรสิทธยานุการ) บอกให้ขายตึกใหญ่ถวายรัชกาลที่ 7 และพระองค์พระราชทานเงิน 4 หมื่นบาทเป็นราคาค่าตึกและที่ดินโดยไม่มีการโอนหรืออะไรทั้งสิ้น (ขณะนั้นพระองค์ประทับที่ประเทศอังกฤษ) ทั้งนี้ยังได้มีผู้อัญเชิญพระราชกระแสมาถึงครอบครัวว่าเมื่อใดที่เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทยอีกครั้งจะพระราชทานกลับคืนให้เป็นสิทธิ์ แต่คุณพ่อของเธอได้ให้คุณแม่ไปติดต่อกับสำนักผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อทำการโอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ในหนังสือตอน “บ้านแตก” นิดาเขียนว่า “แม้เราจะเฝ้ารอคอยสักเพียงไหน ก็ไม่ปรากฏข่าวเสด็จนิวัติสู่พระมหานครเช่นที่แอบหวังไว้ ในที่สุดข่าวร้ายก็มาถึงแทน นั่นคือข่าว ‘สวรรคต’ ความหวังที่มีอยู่เพียงริบหรี่ที่จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณก็ดับวูบหายไป แต่พ่อไม่ได้คิดอะไรเลยเกี่ยวกับ ‘บ้านแตก’ ของเรา พ่อว่า ‘ลูกเอ๋ย อนิจจังไม่เที่ยง’ ที่ทำลายหัวใจพ่อจนแทบจะภินท์พังคือข่าวการสวรรคตต่างหาก”

ต่อมาราว พ.ศ.2495 ผู้รับมรดกจากรัชทายาทได้ให้สํานักงานบริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย เช่าตึกใหญ่เป็นสํานักงานแห่งแรก ก่อนที่จะเปลี่ยนผู้เช่าและกลายเป็นโรงแรมชื่อ โรงแรมเฉลิมชัย ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2507 จนตึกใหญ่ได้ถูกรื้อถอนไปเมื่อราวพ.ศ. 2535-2537 และปัจจุบันเป็นลานโล่งให้เช่าเป็นที่จอดรถ

ตึกแถวริมถนนดินสอก่อนการบูรณะเป็น โรงแรมบ้านตึกดิน (ภาพ : บริษัทสถาปนิก ทาวา)

ในช่วงที่คุณตาโดนจำคุก บุรณีเล่าว่าคุณยายกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลคนในบ้านจำนวนมากและได้ใช้ทักษะฝีมือการทำอาหารแบบชาววังเปิดศาลาหน้าบ้านเป็นที่ขายขนมและผลไม้ที่เก็บจากสวนรอบบ้านและต่อมาเปิดเป็นร้านอาหารชื่อร้านทิพย์รส จนกระทั่ง พ.ศ. 2496 จึงได้เลิกกิจการและย้ายมาอยู่บ้านในซอยเพชรบุรี 5 เรือนคุณย่าจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นโรงแรมชื่อไทยวารีเมื่อ พ.ศ.2497 และประมาณ พ.ศ. 2505 ทางครอบครัวได้สร้างตึกแถว 5 คูหาริมถนนให้เช่าในบริเวณที่เคยเป็นร้านทิพย์รส

“สมัยนั้นไม่มีการเซ็นสัญญาระยะเวลาเช่าจึงให้เช่าต่อเนื่องมาเรื่อย เมื่อคิดจะบูรณะก็ใช้วิธีเกริ่นกับผู้เช่าก่อนเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งทีมสถาปนิกถือตลับเมตรเข้าไปสำรวจพื้นที่เป็นการบอกอย่างสุภาพว่ากำลังจะมีโปรเจกต์และให้เตรียมย้ายออก” เธอกล่าว

ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อ พ.ศ.2489 มองเห็นตึกใหญ่ทรงยุโรปและเรือนคุณย่าซึ่งเป็นเรือนไม้มีมุขหกเหลี่ยม (ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

สืบค้นความหมายของถนนดินสอและย่านตึกดิน

“พี่สาวคนโตคือพี่ดาว (นิดา สุทัศน์ ณ อยุธยา) กล่าวก่อนจากไปว่าอยากให้ทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นบ้าน หรือโรงแรม หรือร้านอาหาร เพื่อคืนชีวิตให้บ้านของชวด ของตากับยายที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 7 เราไม่ควรปล่อยให้ประวัติศาสตร์เล็กๆ ของครอบครัวสูญหายไปกับบางสิ่ง ถ้าเราหยุดความสูญเสียได้ เราก็ควรหยุด พี่สาวเป็นผู้จุดประกายและราจิตบอกว่าทำเถอะ” บุรณีกล่าว

บุรณี รัชไชยบุญ

บริษัทสถาปนิก ทาวา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการรีโนเวตโดยได้สืบค้นเอกสารข้อมูลประวัติศาสตร์ ภาพถ่ายทางอากาศ รูปแบบสันนิษฐาน และสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่อาศัยในย่านนี้มาเป็นเวลานานรวมถึงปราศรัย ผู้ที่เกิดและโตในพื้นที่แห่งนี้ด้วย

จากการสืบค้นของทีมสถาปนิกพบว่า ที่มาของชื่อถนนดินสอนี้ยังเป็นข้อถกเถียงของผู้ศึกษาด้านประวัติศาสตร์ หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่อ้างอิงจากบทความของ ปราณี กล่ำส้ม เรื่อง “เมื่อวันวาน ที่ย่านถนนดินสอ” ในวารสาร เมืองโบราณ ฉบับมกราคม-มิถุนายน 2544 ได้กล่าวถึงย่านนี้ว่า คําว่าดินสอ น่าจะเป็นดินสอที่ใช้ในการเขียน ทําจากดินดานผสมดินสอพองและขมิ้นผง ใช้เขียนบนสมุดไทย หรือกระดานชนวน โดยอ้างอิงถึงความทรงจําของ “เสฐียรโกเศศ” ที่เขียนไว้ในหนังสือฟื้นความหลัง ความว่า “หากต้องการซื้อดินสอก็ต้องไปแถวตําบลเสาชิงช้า” นอกจากนี้ยังมีคํายืนยันของคนเฒ่าคนแก่ในบริเวณย่านดินสอว่า บ้านดินสอที่เคยอยู่ตรงข้ามกับโบสถ์พราหมณ์นั้นเป็นแหล่งผลิตดินสอพองเก่าแก่

ราจิต แสง-ชูโต

ส่วนเรื่องของ “ตรอกตึกดิน” นั้นมีบันทึกไว้ในหนังสือ สมุดภาพ 100 ปีสตรีวิทยา ว่าเมื่อก่อนมีตึกที่ใช้เก็บดินปืนเป็นอาคารก่ออิฐผนังหนามากเนื่องจากบริเวณนี้ใกล้พอที่จะขนย้ายดินปืนไปยังกระทรวงกลาโหมหรือป้อมปราการโดยรอบได้สะดวกจึงเรียกบริเวณแถวนี้ว่า “ตึกดิน” เช่น มัสยิดบ้านตึกดิน นั่นจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อว่า โรงแรมบ้านตึกดิน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของย่านนี้

โรงแรมบ้านตึกดิน

ฟื้นคืนชีวิตให้เรือนคุณย่าเป็นโรงแรมบ้านตึกดิน

ในการบูรณะและฟื้นคืนชีวิตให้กับเรือนคุณย่านั้น ทางทีมสถาปนิกได้รื้อสิ่งที่เติมและรกออกไป เช่น ผนังที่ต่อเติมเป็นห้องพักกว่า 20 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวเมื่อครั้งที่บ้านปล่อยให้เช่าเป็นโรงแรมไทยวารีทำให้พื้นไม้ของบ้านเสียหายเป็นอย่างมาก

สภาพเรือนคุณย่าก่อนและหลังการบูรณะซ่อมแซม

“เสาทั้งหมดของบ้านเป็นอิฐหุ้มไม้ แต่ไม้ผุหมดแล้ว เราอยากเก็บไว้จึงทำเหมือนกระดองปูโดยทำฐานรากใหม่และตั้งเสาคอนกรีตขนาบและรัดเป็นเข็มขัด โครงหลังคาเป็นไม้เนื้อแข็งยังมีสภาพดีแม้ผ่านเวลามากว่า 100 ปี เราได้รื้อฝ้าออกหมดเพื่อเปิดให้เห็นโครงสร้าง ส่วนกระเบื้องว่าวของเดิมนั้นบางกรอบและชำรุดจึงได้เปลี่ยนใหม่โดยใช้กระเบื้องว่าวที่ผลิตขึ้นใหม่และมีลักษณะคล้ายเดิมมากที่สุด มีการเสริมพื้นไม้ เสริมคานคอนกรีตและคานเหล็กให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อความปลอดภัย” ทรงยศ เสมะกนิษฐ์ สถาปนิกแห่งบริษัททาวา กล่าว

อนุรักษ์และเสริมความแข็งแรงของเสากลางบ้านที่เป็นเสาหลักในการรับน้ำหนัก

จุดเด่นของ บ้านตึกดิน คือเสาตรงกลางบ้านที่เป็นเสาหลักในการรับน้ำหนักโดยทีมสถาปนิกได้สกัดให้เหลือแต่แกนหลักเป็นเสากลมและหุ้มคอนกรีตให้แข็งแรงขึ้น จากนั้นทำบันไดเหล็กโค้งเพื่อรับเสากลมจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของบ้านตึกดิน ส่วนสีของบ้านเป็นสีเขียวมะกอกโดยอ้างอิงจากสีฝ้าเพดานเดิมและจากความทรงจำของปราศรัย

สภาพเรือนคุณย่าก่อนและหลังการบูรณะซ่อมแซม
โรงแรมบ้านตึกดิน

“จิตวิญญาณของบ้านเป็นส่วนผสมความเป็นไทยกับยุโรป ความเป็นไทยคือบ้านคนไทยที่มีชีวิตมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังอยู่ในสังคมไทยที่เรายังมีโอกาสได้ดูแลและเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาสัมผัสในประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ ของเรา เราเริ่มต้นจากความตั้งใจที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่จนเกินไป จากสติปัญญาและกำลังทรัพย์ของเราซึ่งโชคดีว่าแมตช์กับทีมสถาปนิกและทีมที่ปรึกษา” บุรณีกล่าว

โรงแรมบ้านตึกดิน นับเป็นโครงการอนุรักษ์งานแรกของ บริษัทสถาปนิก ทาวา และได้รับการยอมรับจนทำให้บริษัทมีโครงการอื่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การบูรณะบ้านศาลาแดงของตระกูลจิราธิวัฒน์ การปรับโฉมครั้งใหญ่ของศูนย์การค้า ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า และงานอนุรักษ์มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ในย่านทรงวาด

ตกแต่งสไตล์วินเทจจากคอลเลกชันของสะสมส่วนตัวของทายาท

เรือนคุณย่าได้รับการปรับปรุงให้เป็นโรงแรมพร้อมห้องพักจำนวน 9 ห้อง และมีการปรับชานบ้านให้เป็นห้องสมุดส่วนกลางที่ตกแต่งด้วยเขากวางเรซินและเครื่องเรือนสไตล์ยุโรป

“คุณราจิตอยากนำเสนอความเป็นสุภาพบุรุษของคุณชวดและคุณตาผสมกับความเอ็กโซติกจากโครงกระดูกสัตว์ของยีราฟ ม้า และกวาง ซึ่งคุณราจิตสะสมไว้อย่างถูกกฎหมายและมีใบอนุญาต ห้องพักแต่ละห้องมีการตกแต่งไม่เหมือนกันเพื่อให้ประสบการณ์ที่เซอร์ไพรส์คาดไม่ถึง แต่ยังแฝงโทนอบอุ่น” ทรงยศกล่าว

ห้องรอยัลสวีต

สำหรับห้องพักของโรงแรมบ้านตึกดินแบ่งเป็น 5 ประเภท แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกห้องคือเตียงที่ถูกสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ห้องรอยัลสวีต (royal suite) มีขนาด 36 ตารางเมตร โดดเด่นที่การเผยให้เห็นเสาเดิมของบ้านโดยหุ้มด้วยกระจกใสและตกแต่งซุ้มเพดานโค้งใหม่ให้มีลักษณะคล้ายกับเสาอิฐเดิมของบ้านโบราณ

ห้องดูเพล็กซ์

ห้องดูเพล็กซ์ (duplex) ของ บ้านตึกดิน เป็นห้องพัก 2 ชั้นขนาด 40 ตารางเมตรที่มีบันไดเวียนเหล็กโบราณจากคอลเลกชันสะสมของราจิตใช้เชื่อมระหว่างห้องนอนชั้นบนกับห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ส่วนห้องจูเนียร์สวีต (junior suite) เป็นห้อง 6 เหลี่ยมขนาดพื้นที่ 27 ตารางเมตร และห้องพรีเมียร์ (premier) กับ ห้องเดอลุกซ์ (deluxe) มีขนาดเท่ากันคือ 23 ตารางเมตร แต่ต่างกันที่ห้องพรีเมียร์มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำแยกฝั่งกัน

บ้านตึกดิน

“คอนเซปต์ในการออกแบบตกแต่ง โรงแรมบ้านตึกดิน มาจากการสั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงของสะสมจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ โครงกระดูกสัตว์ ตู้ โต๊ะ ตั่ง เตียง เก้าอี้ฮันติงแบบโบราณ และอื่นๆ ที่นำมาตกแต่งในบริเวณโรงแรมและห้องพักเพื่อให้แขกได้ชื่นชมกับบรรยากาศราวกับอยู่ในแกลเลอรีของนักสะสม” ราจิตกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการตกแต่ง

ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์
แซลมอนเวลลิงตัน

ส่วนร้านอาหาร ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์ ตกแต่งด้วยของสะสมสไตล์วินเทจพร้อมเสิร์ฟอาหารไทยและยุโรปในสไตล์โฮมคุกกิง โดยเชฟณมน จรุงกลิ่น อาทิ แกงรัญจวนหมูตุ๋น กุ้งแม่น้ำทอดเกลือกับข้าวผัดมันกุ้ง เนื้อและแซลมอนเวลลิงตัน และสตูลิ้นวัว โดยราคาอาหารเฉลี่ยประมาณ 350-700 บาทต่อเมนู พร้อมรองรับแขกจำนวน 60 ที่นั่ง และพบกับดนตรีแจซเล่นสดทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 20.00- 23.00 น.

ชโลบา บูติค คาเฟ

สำหรับคาเฟ่ฮอปเปอร์ไม่ควรพลาดเช็กอินที่ ชโลบา บูติค คาเฟ ซึ่งเป็นร้านกาแฟสไตล์ slow bar (ชื่อชโลบาตั้งเพื่อล้อกับคำว่า ชะลอ และ slow bar) และตกแต่งแนววินเทจที่ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอการชงกาแฟสไตล์ตุรกีที่เรียกว่า Turkish sand coffee มาปรับให้ร่วมสมัยมากขึ้นโดยนำกาแฟระดับคั่วอ่อน-กลางที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำร้อนในหม้อต้มใบเล็กด้ามจับยาวที่เรียกว่าเชสเว (cezve) จากนั้นนำหม้อต้มมาวนในกระบะทรายที่มีอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสจนกาแฟฟูจึงนำมากรองและเสิร์ฟโดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีต่อการชง 1 แก้ว

Turkish sand coffee

“เราหาความยุติธรรมให้กับสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ และไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ของบ้าน แต่เป็นของย่านด้วย เราอาจเป็นแค่ส่วนเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ถือว่าเราได้ดูแลมรดกที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ถ้าบ้านตึกดินจะเติบโตเบิกบาน อยากให้เติบโตเบิกบานในที่ที่เราอยู่และให้คนได้มีโอกาสเข้ามามีประสบการณ์ร่วม” บุรณีกล่าวทิ้งท้าย

Fact File

  • โรงแรมบ้านตึกดิน ตั้งอยู่บนถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สำรองห้องพัก โทร. 06-2468-8644 และสำรองที่นั่งร้านอาหาร โทร. 09-8634-2666
  • รายละเอียดเพิ่มเติม : www.baantukdinhotel.com, Facebook : Baan Tuk Din Hotel

The post บ้านตึกดิน : โปรเจ็กต์บูรณะบ้านเก่าต้นตระกูลแสง-ชูโต เป็นโรงแรมเล่าประวัติศาสตร์ย่านตึกดินและถนนดินสอ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...