โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

InterGOLD มองปีนี้ทองไทยมีโอกาสแตะ 47,000–49,000 ต่อบาททองคำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 05.39 น.

InterGOLD ประเมิน ราคาทองคำ ครึ่งปีหลัง 2568 อาจพักฐานใหญ่ แต่ไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดขาขึ้น แนะนักลงทุนทยอยสะสมทองคำแบบถัวเฉลี่ย (DCA) ชี้เป้าหากทะลุ $3,490 มีโอกาสพุ่งสู่ $3,950–$4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อสะสมทองคำต่อเนื่อง หนุนทองเป็นขาขึ้นระยะยาว ส่วนทองไทยมีโอกาสปรับฐานสู่ระดับ 47,000–49,000 ต่อบาททองคำ

บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด (InterGOLD) ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ว่า แม้จะมีโอกาสพักฐานระยะสั้น แต่ไม่ใช่สัญญาณของการสิ้นสุดขาขึ้น ตรงกันข้าม กลับเป็นจังหวะสำคัญให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำเพื่อรอรับรอบขาขึ้นใหม่ หลังจากที่ราคาทองคำสร้างสถิติสูงสุดที่ 3,498 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ต่อออนซ์ และทองไทยแตะ 54,000 บาทต่อบาททองคำหากราคาทะลุ 3,490 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อีกครั้ง คาดว่าจะมีโอกาสพุ่งสูงถึง 3,950–4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัจจัยหนุนทองคำระยะยาว : การซื้อสะสมของธนาคารกลาง

นายธีรรัตน์ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวว่า "ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากปลายปี 2567 สร้างสถิติสูงสุดหลายครั้ง โดยไตรมาส 1/2568 แตะ 3,498 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และยืนเหนือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ตลอดไตรมาส 2"

อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ทองคำมีแนวโน้มพักฐานครั้งใหญ่ โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 3,100 และ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ยิ่งกดดันราคาทองคำในประเทศเพิ่มเติม

“ทำให้ครึ่งปีหลังอาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสำหรับนักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้นมากนัก แต่กลับเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ย (DCA) เพราะในภาพรวมระยะยาวราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น”

ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกดดันราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้แก่ แนวโน้มสงครามการค้าที่เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายมากขึ้นจากการเปิดเจรจาระหว่างหลายประเทศ รวมถึงแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนระยะสั้น หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังไม่มีท่าทีลดดอกเบี้ยในทันที เนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลายจากต้นทุนสินค้าสูง ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่า กดดันราคาทองให้ชะลอตัว InterGOLD ประเมินว่าราคาทองไทยมีโอกาสปรับฐานสู่ระดับ 47,000–49,000 บาทต่อบาททองคำในช่วงปีนี้ ถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนทยอยสะสมเพื่อรอรอบขาขึ้นใหม่

ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเชื่อมั่นทองคำ

สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าสถิติราคาทองคำสูงสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คือแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้)ที่ยังคงสะสมทองคำต่อเนื่องเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ และเสริมเสถียรภาพการเงินระยะยาว ในไตรมาส 1/2568 ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่มกว่า 244 ตันโดยมีจีน โปแลนด์ และอินเดียเป็นผู้นำ ขณะที่จีนซื้อทองต่อเนื่องถึง 7 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางเงินเฟ้อ เศรษฐกิจที่เปราะบาง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า ทองคำยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

นายธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า การพักฐานของราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังนี้ไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดของขาขึ้น แต่เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองเกมยาว นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้ในการวางแผนและสะสมทองคำอย่างมีวินัย

โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อสร้างพอร์ตในราคาที่ดีเมื่อราคาผันผวน และเฝ้ารอสัญญาณแรงซื้อกลับหากราคาลงต่ำกว่า3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งถือเป็นจุดน่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อ การวางแผนลงทุนในช่วงนี้จึงไม่ควรเน้นการจับจังหวะสั้นๆ แต่ควรโฟกัสที่โอกาสสร้างความมั่นคงให้พอร์ตระยะยาว

"ในสภาวะที่ตลาดผันผวนทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงในระยะยาว การพักฐานในครั้งนี้จึงควรถูกมองเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้ประเมินสถานการณ์รอบด้าน และปรับกลยุทธ์วางแผนสะสมทองคำอย่างมีวินัย รอรอบขาขึ้นใหม่"

นายธีรรัตน์กล่าวเสริม และยังเน้นย้ำว่า InterGOLD พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่นักลงทุนวางใจได้ ด้วยบริการครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์ม Gold2Go ที่เริ่มต้นซื้อเพียง 100 บาท ไปจนถึงบริการจัดส่งทองคำจริงถึงบ้านด้วยประกันเต็มจำนวน เพื่อสนับสนุนให้ทุกการลงทุนเป็นไปอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...