นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 230.51 จุด เงินเยนแข็งค่ากดดันให้เกิดแรงเทขายหุ้นส่งออกบางตัว
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (21 พ.ค.) หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น กดดันให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มส่งออกบางตัว ขณะที่นักลงทุนวิตกว่าเงินเยนอาจแข็งค่าขึ้นอีก ก่อนการหารือที่คาดว่าจะมีขึ้นระหว่างรัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,298.98 จุด ลดลง 230.51 จุด หรือ -0.61%
หุ้นลบนำโดยหุ้นกลุ่มประกันภัย กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มบริการ
ในช่วงเปิดตลาด นิกเกอิดีดตัวขึ้นได้บ้างจากแรงซื้อที่เข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคาร ด้วยความหวังว่าผลประกอบการจะสดใสขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 40 ปี และ 30 ปี ดีดตัวแรงในช่วงก่อนหน้านี้
แต่ไม่นานดัชนีนิกเกอิก็ร่วงลงสู่แดนลบ ถูกฉุดด้วยหุ้นกลุ่มประกัน หลังบริษัทประกันวินาศภัยบางแห่งเผยตัวเลขคาดการณ์ผลกำไรประจำปีงบการเงินปัจจุบันออกมาน่าผิดหวังเมื่อวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเหล่าโบรกเกอร์
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นการส่งออก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ากำไรของบริษัทเหล่านี้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนจะหดหายไป
"ผลการหารือของพวกเขา (รมว.คลังสหรัฐฯ และญี่ปุ่น) จะเป็นตัวชี้วัด หากเงินเยนแข็งค่าขึ้นอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันขาลงมากขึ้น" มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าว
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันนี้ (21 พ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,387.57 จุด เพิ่มขึ้น 7.10 จุด หรือ +0.21%
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.1% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.5% จากระดับ 3.6% เมื่อวานนี้
ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หรือนับตั้งแต่ธนาคารกลางได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวลง 0.25% ในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้รวมถึง หุ้น Contemporary Amper พุ่งขึ้น 4.4%, หุ้น BYD Company บวก 1.7%, หุ้น Gotion High-Tech ทะยานขึ้น 10%, และหุ้น Montnets Cloud Tec พุ่งขึ้น 4.5%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (21 พ.ค.) โดยนักลงทุนยังคงขานรับธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งประเภท 1 ปีและ 5 ปี เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ขณะที่ธนาคารของรัฐรายใหญ่ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,827.78 จุด เพิ่มขึ้น 146.30 จุด หรือ +0.62%
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.0% จากระดับ 3.1% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.5% จากระดับ 3.6%
ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR เป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หรือนับตั้งแต่ธนาคารกลางได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวลง 0.25% ในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน ธนาคารของรัฐรายใหญ่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของตลาด ท่ามกลางความพยายามของทางการจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันก็เป็นการบรรเทาผลกระทบจากรายได้จากดอกเบี้ยที่ลดลงในภาคธนาคาร
ธนาคารที่เข้าร่วมในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (Industrial and Commercial Bank of China), ธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน (Agricultural Bank of China), ธนาคารก่อสร้างแห่งประเทศจีน (China Construction Bank) และธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) โดยทั้งหมดได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากระหว่าง 0.05% ถึง 0.25% ตามข้อมูลจากแอปพลิเคชันของธนาคาร
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (21 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มชีวภาพ อุตสาหกรรมหนัก และหุ้นบลูชิปอื่น ๆ แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ก็ตาม
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,625.58 จุด เพิ่มขึ้น 23.78 จุด หรือ +0.91%
หุ้น Samsung Biologics พุ่งขึ้น 7.11%, หุ้น Hanwha Aerospace เพิ่มขึ้น 4.29%, หุ้น KB Financial ปรับตัวขึ้น 1.77% และหุ้น Kakao ทะยานขึ้น 2.46%