โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

LA GLACE เครื่องสำอาง Gen Z ปักธงใหญ่ 3 ปีรายได้ 2 พันล้านพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น.

LA GLACE เร่งสปีดปี 68 ดันรายได้ขึ้นหลัก “พันล้าน” ขยายตลาดต่างประเทศ เล็งเปิดตลาด “ฮ่องกง” เป็นหมุดแรก หวังเป็น Gateway เจาะลูกค้าจีนแผ่นดินใหญ่ ปั๊มรายได้แตะ 2 พันล้าน พร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ SET ใน 3 ปี

นางสาวเอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอดีล แอนด์ มาเวลลัส เท็น จำกัด เปิดเผยว่า LA GLACE (ลา-กลาส) แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา วัยรุ่น Gen Z และเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ โดยทำยอดขายทุบสถิติ ติดท็อปเท็นในแพลตฟอร์มขายออนไลน์หลายช่องทาง

เมื่อสินค้าติดตลาด บริษัทได้ขยายช่องทางออฟไลน์โดยกระจายสินค้าในร้านค้าปลีกและ Beauty Store เช่น Watsons, Beautrium, EVEANDBOY, Konvy รวมทั้งใน 7-11 กว่า 100 สาขา และในปีนี้ตั้งเป้าขยายช่องทาง 7-11 ให้ครบทุกสาขา ส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี

  • 2561 รายได้ 6.64 แสนบาท กำไรสุทธิ 1.45 แสนบาท
  • 2562 รายได้ 6.39 ล้านบาท กำไร 5.12 แสนบาท
  • 2563 รายได้ 16.90 ล้านบาท กำไร 3.19 ล้านบาท
  • 2564 รายได้ 13.21 ล้านบาท กำไร 1.1 ล้านบาท
  • 2565 รายได้ 39.9 ล้านบาท กำไร 1.65 ล้านบาท
  • 2566 รายได้ 401.2 ล้านบาท กำไร 108.1 ล้านบาท
  • 2567 มีรายได้ 420 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท

“ปี 2566 เรามียอดขายสูงกว่า 400 ล้านบาท โตก้าวกระโดดนับ 1000% ต่อเนื่องมาถึงปี 2567 เป็นผลจากยอดขายของสินค้าที่เป็น Product hero ที่เปิดตัวในปี 2566 คือ "บลัชดำ" ที่ทำยอดขายไปมากกว่า 1.5 ล้านชิ้น บวกกับLA GLACE MINI AIRY SKIN CONCEALER ที่ทำยอดขายได้มากกว่า 1.5 ล้านชิ้นเช่นกัน”

สำหรับในปี 68 ได้ตั้งเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้นแตะหลัก 1,000 ล้านบาท โดยนอกจาก "บลัชดำ" ที่ยังคงขายดีอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมี Product hero ตัวใหม่คือLA GLACE DAILY TONER PADS แผ่นบำรุงผิวหน้าก่อนแต่งหน้า ที่ได้สร้างกระแสฟีเวอร์ทันทีที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์และเปิดขายวันแรก จากการ Live เพียง 4 ชั่วโมง สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 31 ล้านบาท และทั้งปีน่าจะสามารถทำยอดขายได้ถึง 600-700 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดขาย "บลัชดำ" และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำยอดขายโดยรวมมากกว่าปีละ 300-400 ล้านบาท

“เราเป็น Trendsetter ของวงการ Make Up ไทย แบรนด์LA GLACE เกิดขึ้นเพราะเราต้องการเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนผ่านการใช้ Make Up และการดูแลตัวเองตั้งแต่ขั้นตอนแรก สินค้าทุกชิ้นของLA GLACE ต้อง support การแต่งหน้าของคนแต่งหน้าได้จริง

และ LA GLACE ยังเป็นแบรนด์เอเชียเดียวที่อิงสไตล์การแต่งหน้าแบบ Underground Beauty ความสวยแบบไม่มีกรอบ และเรายังมีแบรนด์คอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถเติบโตไปกับเทรนด์การแต่งหน้าได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน นายทิวาทัพพ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้าคือตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2571 คือตลาดในเอเชีย รวมทั้งตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกาด้วย โดยหมุดหมายแรกที่จะออกไปคือ ฮ่องกง เพราะถือเป็น Gateway ประตูสู่ลูกค้า Gen Z ชาวจีนแผ่นดินใหญ่

“เราตั้งเป้าภายในปี 2571 บริษัทจะมียอดขายรวม 2,000 ล้านบาทจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมนำบริษัทระดมทุนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเราเริ่มวางระบบด้านการเงินและบัญชีต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าตลาดหุ้นตั้งแต่ปีนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในแง่ต้นทุน ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ

รวมถึงสามารถดึงคนเก่งๆ เข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ และเพื่อหาโอกาสในการขยายการลงทุนร่วมกับแบรนด์ที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศเพื่อขยายพอร์ตของLA GLACE

นอกจากนี้ จุดเด่นและจุดแข็งของ LA GLACE คือ มีระบบที่ดูแลและบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขายให้กับลูกค้า รวมถึงทีมงานที่เข้มแข็งซึ่งอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ปี ทำให้ LA GLACE รู้จักและรู้ใจลูกค้า ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ Gen Z ได้อย่างตรงความต้องการ และเป็น Trendsetter ในวงการ Make Up ได้อย่างดี”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...