โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯชี้แบงก์ปล่อยกู้ 1 แสนลบ. เยียวยาผู้ส่งออก-SMEs ปมภาษีสหรัฐ อาจไม่คุ้มค่า เสี่ยงต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

Share2Trade

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Share2Trade

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อประเด็นคลังเตรียมเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1 แสนล้าน เยียวยาผู้ส่งออก- SMEs จากภาษีสหรัฐ โดยธนาคารออมสินจะออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ปล่อยสินเชื่อต่อในอัตราไม่เกิน 3.5% ซึ่งจะเร่งเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ ได้แก่ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารออมสิน

โบรกฯชี้แบงก์ปล่อยกู้ 1 แสนลบ.S2T (เว็บ)0.jpg

โดยโครงการนี้จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่แตกต่างจากโครงการซอฟต์โลนอื่นๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างชัดเจน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกสินค้าไปยังตลาดประเทศสหรัฐอเมริกา

2. ผู้ประกอบการในธุรกิจ Supply Chain ที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออก

3. ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ

นอกจากกลุ่มเป้าหมายหลักเหล่านี้ โครงการยังจะครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs ในภาพรวมด้วย

ทั้งนี้ มีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว ซึ่งมองเป็นกลางต่อ Soft loan โดยรอบนี้ที่จะให้เพียง 1 แสนล้านบาท (เทียบกับสินเชื่อทั้งระบบอยู่ที่ 15 ล้านล้านบาท) โดยเป็นการให้สินเชื่อสำหรับลูกหนี้ผู้ส่งออกและ SME ซึ่งเมื่อเทียบกับรอบก่อนช่วงโควิดมีการให้ Soft loan ที่ 2.5 แสนล้านบาท ให้ลูกหนี้ SME อย่างเดียว (เป็นลูกหนี้ใหม่ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้มีเพียง 23% ของวงเงินทั้งหมด หรือคิดเป็นราว 6 หมื่นล้านบาท)

สำหรับ ธนาคารที่มีสินเชื่อ SME มากที่สุดคือ KBANK มีสัดส่วนที่ 29% ของสินเชื่อรวม และ BBL มีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกมากที่สุด แต่อย่างไรก็ดี ด้วยภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะลอตัวลง ทำให้มองว่าความเสี่ยงเทียบกับผลตอบแทนในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอาจจะไม่คุ้มค่า เพราะมีโอกาสสูงที่การตั้งสำรองหรือ Credit cost จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยเลือก KTB เป็น Top pick

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...