โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อากาศหนาว เครื่องยนต์เย็นจัด สตาร์ทรถไม่ติด ทำไงดี??

Car2day

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 09.42 น. • Car2Day

เชื่อว่าพอฤดูหนาวมาเยือน หลายคนต้องเจอปัญหา “สตาร์ทรถไม่ติด สตาร์ทติดยาก" ทั้งที่ก็ใช้อยู่ทุกวัน สร้างความเบื่อหน่ายและเป็นกังวลกับวันเวลาที่ต้องเร่งรีบออกไปทำธุระ ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากหลายปัจจัย โดยอากาศที่หนาวเย็นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุนั้นเช่นกัน ที่ทำให้รถของคุณสตาร์ทติดยาก ลองมาดูวิธีคลี่คลายปัญหานี้กันดูครับ

อากาศหนาว

สาเหตุหลัก ๆ ที่คุณต้องเช็กหากสตาร์ทรถไม่ติด

  • หัวเทียนสึกกร่อน เนื่องจากการใช้งานรถยนต์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหัวเทียนควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 20,000 – 30,000 กิโลเมตร และควรตรวจสภาพหัวเทียนบ่อย ๆ
  • ขั้วแบตเตอรี่หลวมและระดับน้ำยาแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของรถยนต์ที่ทำให้รถใช้งานได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบสภาพขั้วให้แน่นหนาและระดับน้ำยาแบตเตอรี่ให้มีเพียงพออยู่เสมอ
  • ไดชาร์จเสีย ไดชาร์จเป็นตัวปั่นไฟให้เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่และจ่ายกระแสไฟไปส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ ซึ่งหากไดชาร์จเสียก็จะทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด หากเกิดปัญหาจึงต้องนำไปซ่อมที่อู่หรือศูนย์ซ่อมโดยด่วน
  • ไดสตาร์ทหรือมอเตอร์สตาร์ทรถเสีย ไดสตาร์ทมีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ทำให้เครื่องยนต์รถติด หากมีอาการเสียก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติด เมื่อพบปัญหาแล้วให้นำส่งซ่อม
  • สายไฟขาดหรือระบบไฟฟ้ามีปัญหา เพราะการสตาร์ทรถนั้น ต้องใช้ไฟฟ้าจากเครื่องยนต์ภายในรถ หากมีหนูมากัดสายไฟขาดหรือระบบไฟฟ้ามีปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็จะทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

ฤดูหนาวคงเป็นฤดูที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน ด้วยความเย็นสบาย ไปเที่ยวที่ไหนก็สวยไปหมด อากาศสดชื่น แต่สิ่งที่ไม่สดชื่นตามมานั้นคือปัญหาจากเครื่องยนต์ที่ต้องเผชิญกับอากาศเย็นจัดนั้น ก็อาจจะทำให้คุณหมดสนุกได้ เพราะทั้งสตาร์ทติดยาก ปัญหาที่พบบ่อยนั้นก็คือ น้ำมันเครื่องจับตัวเหนียวหนืด ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังในการสตาร์ทมากขึ้น ลองมาดูวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นดังนี้

  • พยายามสตาร์ทรถยนต์ โดยหากเป็นรถยนต์ที่มีโช๊คแบบใช้มืออยู่ ดึงโช๊คขึ้นและกดปุ่มสตาร์ทรถ หรือบิดกุญแจสตาร์ทรถ หลังจากนั้นเหยียบคันเร่งจนกว่ารถจะสตาร์ทติด ส่วนรถยนต์ที่มีโช๊คแบบอัตโนมัติ ให้กดปุ่มหรือบิดกุญแจสตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งเพื่อสตาร์ทรถให้ติด
  • วอร์มแบตเตอรี่ก่อนเมื่อรถสตาร์ทติดแล้วเป็นอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องที่มีความเหนียวหนืดเนื่องจากอากาศเย็นได้คลายตัวเหลวมากขึ้น ซึ่งหากสตาร์ทรถติดแล้วแต่ไม่วอร์มแบตเตอรี่ จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอและเสื่อมเร็วได้

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจจะไม่ได้ยุ่งยากมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณต้องหมั่นดูแลรักษา เช็กสภาพรถยนต์ของคุณเป็นประจำ เพื่อที่เวลาเดินทางไปไหนไกล ๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาให้เสียเวลาเที่ยวกันนะครับ

บทความอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...