โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Netflix ลุยตลาดเอเชีย เอาใจคอซีรีส์เกาหลี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. 2566 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2566 เวลา 10.26 น.
pixabay

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

คอซีรีส์เกาหลีเตรียมตาแฉะได้เลย เพราะปีนี้ Netflix มีแผนจะเปิดตัวซีรีส์ใหม่ถึง 34 เรื่อง หลังประสบความสำเร็จจาก “Squid Game” และ “Extraordinary Attorney Woo” ที่ครองตำแหน่งแชมป์มียอดผู้ชมสูงสุดทั่วโลกหลายสัปดาห์

ปัจจุบัน Netflix มีลูกค้าทั่วโลกราว 200 ล้านคน แต่เอเชีย-แปซิฟิก คือ ลูกรักคนใหม่ เพราะเป็นตลาดที่มียอดลูกค้าใหม่สูงสุดถึง 9.3 ล้านคนในปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ เอเชียยังทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 62% เมื่อเทียบกับ 40% ในตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

คงเพราะถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก Netflix เลยเตรียมอัดฉีดงบฯเพื่อผลิตคอนเทนต์ในเอเชียอีก 2 เท่า ซึ่งนอกจากมีซีรีส์เกาหลีเป็นเรือธงแล้ว ยังมีแผนผลิตคอนเทนต์จากประเทศในเอเชียอื่น ๆ ด้วย เช่น อินเดีย และญี่ปุ่น

จะว่าไป ต้องถือว่า Netflix มาไกลมากในเอเชีย

ห้าปีก่อน Netflix เปิดตัวในเอเชียครั้งแรกที่ญี่ปุ่น โดยไม่มีแม้กระทั่งออฟฟิศหรือพนักงานสักคนในภูมิภาคนี้

ผ่านไปแค่ 2 ปี หลังจากเห็นยอดลูกค้าใหม่จากเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างมาก รีด แฮสติ้งส์ ซีอีโอของ Netflix ถึงกับมั่นใจว่า เอเชีย คือ ตลาดแห่งอนาคตของการเติบโต โดยเขาคาดว่าลูกค้าใหม่ 100 ล้านคน จะมาจากอินเดียประเทศเดียว

Netflix ทุ่มงบฯกว่า 2 พันล้านเหรียญ ระหว่างปี 2018-2020 ในการเช่าหรือผลิตคอนเทนต์ในเอเชีย ปัจจุบันบริษัทมีออริจินอลคอนเทนต์ในเอเชียกว่า 200 เรื่อง และมีพนักงานทั่วภูมิภาคกว่า 600 คน โดยมีสำนักงานประจำภูมิภาคอยู่ที่สิงคโปร์

จากที่เน้นเอาซีรีส์ฝรั่งมารีเมกเป็นเวอร์ชั่นท้องถิ่น เช่น “Queer Eye” ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น และ “Money Heist” ในเวอร์ชั่นเกาหลี บริษัทเริ่มปรับกลยุทธ์มาผลิตออริจินอลคอนเทนต์จากเอเชียแทน หลังพบว่าคอนเทนต์ของเอเชียก็เด็ดไม่แพ้ชาติตะวันตก

ปี 2022 ซีรีส์เกาหลีจัดว่ามาแรงสุดในบรรดาคอนเทนต์จากเอเชีย โดยมีหลายเรื่องที่ติดโผ Global Top 10 ของ Netflix ใน 90 ประเทศ และมีถึง 3 เรื่อง ที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งหลายสัปดาห์

ปีที่ผ่านมามีลูกค้าทั่วโลกถึง 60% ที่ดูซีรีส์เกาหลี หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปี 2019 ในขณะที่อนิเมะของญี่ปุ่นก็เป็นที่นิยมเช่นกัน โดยมียอดผู้ชมเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้ Netflix ประสบความสำเร็จในเอเชีย คือ การออกแพ็กเกจราคาถูกสำหรับผู้ชมทางสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ เพื่อรองรับพฤติกรรมของคนเอเชียจำนวนมากที่นิยมดูคอนเทนต์ผ่านมือถือมากกว่าทีวี นอกจากนี้ บริษัทยังมีซับไตเติลภาษาท้องถิ่นออกมากว่า 35 ภาษา

แต่การทำธุรกิจในเอเชียที่มีเรื่อง “ละเอียดอ่อน” ค่อนข้างมากทั้งในทางการเมืองและศาสนา ก็ทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Netflix ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

เช่น ปี 2019 บริษัทถูกกดดันให้ถอดตอนหนึ่งของรายการ “Patriot Act” เพราะมีเนื้อหาพาดพิง เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯซึ่งรีด แฮสติ้งส์ บอก CNN ว่า เป็นการ“ประนีประนอมที่ค่อนข้างหนักใจ” หรือเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาบริษัทก็ต้องเผชิญกับการบอยคอตและโดนโจมตีอย่างหนักจากผู้ชมในอินเดีย หลังเผยแพร่ฉากจูบของพระนางต่างศาสนา (คนหนึ่งเป็นฮินดู ส่วนอีกคนเป็นมุสลิม) ในซีรีส์ “A Suitable Boy”

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ Netflix ไม่สามารถทลายกำแพงตลาดเมืองจีนได้สำเร็จ แม้จะเคยพยายามเลี่ยงความยุ่งยากของกฎระเบียบท้องถิ่น ด้วยการจับมือกับผู้ให้บริการท้องถิ่นอย่าง iQiyi ในปี 2017 แต่สุดท้ายก็ไม่เวิร์ก และต้องยุติการให้บริการในที่สุด และไม่มีแผนจะรุกตลาดจีนอีกจนถึงตอนนี้

นอกจากนี้ การมีคู่แข่งระดับโลกอย่าง Disney Amazon และ HBO ที่ไล่กวดตามมาติด ๆ ก็สร้างความปวดหัวให้ Netflix ไม่น้อย

เช่น Disney ที่จับมือกับผู้ให้บริการท้องถิ่น Hotstar ชิงถ่ายทอดสดการแข่งขันคริกเกต กีฬายอดนิยมของคนอินเดีย โกยยอดผู้ชมถล่มทลาย อีกทั้งยังมีแผนเปิดตัว reality show กับวงบอยแบนด์อันดับหนึ่งอย่าง BTS ในปีนี้ ไม่นับการอัดฉีดผลิตคอนเทนต์กว่า 50 รายการในเอเชีย ทั้งเกาหลี อินโดนีเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น ในขณะที่ Amazon ก็รุกหนักไม่แพ้กัน รวมทั้งเพิ่งเลียนแบบออกแพ็กเกจสำหรับลูกค้าสมาร์ทโฟนในอินเดียไปเมื่อเดือนก่อนด้วย

การแข่งขันที่รุนแรง ทำให้การบุกตลาดเอเชียของ Netflix ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งการที่บริษัทมีแผนจะยกเลิกการแชร์บัญชีในกลุ่มผู้ใช้งาน ซึ่งถึงแม้จะยังไม่แน่ชัดว่าจะเริ่มในเอเชียเมื่อไหร่ แต่หากไม่วางแผนให้ดี ก็อาจเสียแต้มให้คู่แข่งได้ ทำให้ทุกย่างก้าวต่อจากนี้สำหรับ Netflix แล้ว สิ่งที่ยากกว่าการได้มาก็คือการรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ให้ได้นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...