โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อัสสเดช คงสิริ” เอ็มดี ตลท. คนใหม่พร้อมทำงาน “เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม” ดันหุ้นไทยเป็น Listing Hub

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 10.01 น.

“อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ ประกาศพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม ดันตลาดหุ้นไทยเป็น Listing Hub

วันที่ 2 ต.ค.2567 นายอัสสเดช คงสิริ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คนใหม่ พบสื่อครั้งแรก พร้อมประกาศความตั้งใจพร้อมจับมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนทำงานเพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพบริษัทจดทะเบียน สร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนความยั่งยืน พร้อมดูแลผู้ลงทุน

นอกจากนี้เตรียมนำแผนกลยุทธ์ 3 ปีเข้าบอร์ดปลายเดือนต.ค.นี้ มองหุ้นไทยปลายปีมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องอานิสงส์จากกองทุนวายุภักษ์ กองทุนTESG และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

“ผมเริ่มเข้ามาทำงานในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับคำแนะนำที่ดีจากดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13”

นายอัสสเดช กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานว่า มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เติบโต สร้างความน่าสนใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทุกคน โดยมี 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • การทำให้ตลาดทุนไทยเป็นการลงทุนเพื่อส่วนรวม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ตลาดทุนไทยสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย และทุกคนที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังเสียงจากหลายด้าน เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การสร้างความเท่าเทียม เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดทุนของทุกคน ทั้งนักลงทุน และภาคธุรกิจ ในการที่ใช้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเครื่องมือในการระดมทุน และการลงทุน โดยจะมีการเปิดกว้างมากขึ้นในการให้โอกาสทุกคนสามารถเข้าถึงตลาดทุนไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการผลักดันออกมา

สำหรับรายละเอียดของการพัฒนาตลาดทุนมี 5 ด้าน ได้แก่

  • สมดุลเท่าเทียม (Fairness)
  • เข้าถึง ทั่วถึง (Inclusiveness)
  • ตอบโจทย์อนาคต แข่งขันได้ (Re-imagine)
  • รับโอกาสและความท้ายจากกระแสความยั่งยืน (Sustainability)
  • เสริมความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย (Trust & Confidence)

“ตลท.ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อทำให้กระบวนการทำงานเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น สามารถเร่งรัดได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ลงทุน และทำให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมถึงการหาแนวทางการลดความเสี่ยงต่างๆที่มีโอกาสเกิดขึ้นในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์”

นายอัสสเดช กล่าวว่า ภายหลังการรับหน้าที่กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเรื่องที่ต้องการทำเป็นอย่างแรก คือ“การสื่อสาร” เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนที่ถูกหลอกให้ลงทุนและขาดทุนเป็นจำนวนมาก จึงอยากจะพัฒนาการสื่อสารและการ Take action ให้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างรวดเร็วและอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำให้การสื่อสารของตลท. สามารถสื่อไปถึงผู้ลงทุนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ด้านการสร้างความเชื่อมั่นนั้น ตลท.ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้กระบวนการทำงานต่างๆเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น สามารถเร่งรัดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ลงทุน และทำให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น รวมถึงการหาแนวทางการลดความเสี่ยงต่างๆที่มีโอกาสเกิดขึ้นในการลงทุน

ด้านโอกาสด้านการเข้าถึงตลาดทุนอย่างเท่าเทียม มองว่าในด้านการลงทุนจะต้องมีความเท่าเทียมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือในการลงทุน ซึ่งมองว่าที่ผ่านมาตลท.และ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการออกมาตรการกำกับการใช้เครื่องมือต่างๆออกมา เช่น เกณฑ์ uptick rule การควบคุมการ HFT และการใช้ระบบ Auction ในการซื้อขายหุ้น ซึ่งได้ผลที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามประสิทธิภาพของเกณฑ์ที่ออกมาในระยะต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมองว่าเป็นสาเหตุ คือ พฤติกรรมการลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของนักลงทุนแต่ละคน ที่มีพฤติกรรมการลงทุนที่แตกต่างกัน

ส่วนการยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เน้นการสร้างมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น ทั้งการเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น ( ROE) และผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ( ROA) การทำให้งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อทำให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้ลงทุน

“ยอมรับว่ามีบจ. หลายบริษัทที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ ผ่านการลงทุน และการคิดนอกกรอบ ในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ซึ่งตลาดหลักทรัพยฯ จะส่งเสริมในเรื่องนี้ รวมถึงการมองหาธุรกิจที่เป็น New Economy เพื่อสร้างความน่าสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นไทย”

ด้านการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะเพิ่มเข้ามา จากเดิมที่มีการให้บริการ TFEX, Option, DR และ DRx นั้น มองว่ายังมีสินทรัพย์อื่นๆที่นักลงทุนไทยมีความสนใจ เช่น การทำ Option ของทองคำ ซึ่งผู้ลงทุนไทยให้ความสนใจในการลงทุนค่อนข้างมาก ทำให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จะมีการศึกษานำมาพัฒนาในระยะต่อไป

รวมถึงการดึงดูดบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียนให้เข้ามาระดมทุน และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการระดมทุนของภูมิภาค (Listing Hub) ซึ่งตลาดทุนไทยถือเป็นตลาดทุนที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในภูมิภาค

สำหรับมุมมองที่มีต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ นายอัสสเดช กล่าวว่า หุ้นไทยเริ่มมีทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์บวกจากเม็ดเงินของกองทุนวายุภักษ์ที่เข้ามาและในปลายนี้จะมีเม็ดเงินจากกองทุน TESG เข้ามาเสริม

อีกทั้งปัจจุบันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนต่างๆออกมาได้ต่อเนื่อง ช่วยหนุนต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนต่อตลาดหุ้นไทย แม้ว่าปัจจัยภายนอกจะมีความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาก็ตาม

นายอัสสเดช กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ( 2568-2570) อย่างเป็นทางการภายในปลายเดือน พ.ย.นี้ ปัจจุบันตนและทีมผู้บริหาร ตลท.อยู่ระหว่างจัดทำแผนงานและแนวความคิดเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ตลท. พิจารณาอนุมัติต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดปลายเดือน ต.ค.นี้

นายอัสสเดช กล่าวในตอนท้ายว่า “ทุกคนในตลาดทุนมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้งมุมมองและข้อมูลที่ต่างกัน แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจให้ตลาดทุนไทยพัฒนาต่อไป และเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน ไม่ว่ามุมมองของใครจะแตกต่างกัน โดยมีผู้ใหญ่สอนไว้ ว่า การฟัง ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ขอน้อมรับทุกคำแนะนำมาเป็นแรงผลักดันในการทำงานให้กับตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป”

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...