โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์ดังได้เพราะขายคนเป็น ! ปั้น Personal Branding ให้ปังด้วยหลัก 5A’s ยิ่งคนโดดเด่น แบรนด์ยิ่งเป็นที่รู้จัก

Ad Addict

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 08.44 น. • Chama_nee

ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง ความโดดเด่นของคนคนหนึ่งอาจเป็นตัวจุดประกายให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักได้ในเวลาชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะในทางดีหรือตรงกันข้าม

ความกระหายใน Awareness ท่ามกลางการแข่งขันด้านคอนเทนต์จากคู่แข่ง ทำให้ Personal Branding กลายเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่นักการตลาดพยายามปั้นให้กับเหล่าผู้บริหารหรือบุคลากรในบริษัทให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ และส่งเสริมตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายแบรนด์ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะตัวตนที่โดดเด่นของคนในองค์กร โดยการสร้าง Personal Branding นี้ มีองค์ประกอบ 5 อย่างตามหลัก 5A’s ซึ่ง แอดอยากจะเอามาแชร์ให้ทุกคนได้ลองเช็กลิสต์ตัวเองกันดูครับว่าถ้าอยากปั้นตัวเอง หรือคนในองค์กรให้ดังและช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย !

Personal Branding คืออะไร ?

Personal Branding คือการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านตัวบุคคลโดยแสดงออกให้เห็นว่าบุคคลนั้นเป็นคนอย่างไร มีบุคลิกหรือแนวคิดเป็นอย่างไร มีความรู้หรือมุ่งมั่นในเรื่องไหน และสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับคนที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้าได้บ้าง การสื่อสารตัวตนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผู้บริโภคมองเห็นแบรนด์ผ่านตัวบุคคลนี้ได้ง่ายขึ้น เรียกว่าถ้าพูดถึงแบรนด์ก็จะนึกภาพบุคคลนี้ขึ้นมาด้วยได้ทันที

แต่ถึงจะบอกว่า Personal Branding จะเป็นการปั้นภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านบุคคล ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น 'บุคลากรในองค์กร' จริง ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้าง Personal Branding ผ่านพรีเซนเตอร์ หรือ Brand Ambassador หรือ Mascot ได้ด้วยนะ !

ปั้นคนให้ปังด้วยหลัก 5A’s มีอะไรบ้าง ?

การสร้าง Personal Branding จะช่วยดึงดูดคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเข้ามาหาเราได้ถ้าทำได้อย่างถูกต้องและมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม ปัจจัย 5 ข้อใน 5A’s นี้จะเป็นไกด์ที่ช่วยให้คนธรรมดาอย่างเรา ๆ สามารถปั้น Personal Branding เพื่อสื่อสารความเป็นแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นครับ

Awareness : สร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่ง

เราจะแสดงตัวตนของเรายังไงถ้าไม่มีเวทีให้โชว์ ถูกไหม ? แล้วเวทีที่ว่าก็ต้องเป็นเวทีที่ถูกด้วยนะ ถ้ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบเสพคอนเทนต์วิดีโอสั้น เวทีที่ถูกต้องของเราก็ควรจะเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นวิดีโอสั้นอย่าง TikTok หรือ Instagram ที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้มากกว่า คอนเทนต์ที่นำเสนอก็ควรเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้คนรู้จักเราในแบบที่ต้องการรู้จัก แต่ก็ยังต้องตอบโจทย์และโดนใจกลุ่มเป้าหมายด้วยถึงจะขยายการเป็นที่รู้จักได้เร็ว (Awareness) และยั่งยืน

Attraction : ดึงดูดด้วยตัวตนที่ชัดเจน

พอมีเวทีและแนวทางคอนเทนต์แล้ว การดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ติดตามเราได้นาน ๆ และสร้างผู้ติดตามใหม่ ๆ ก็เป็นเป้าหมายสำคัญของการทำ Personal Branding ด้วย การจะทำแบบนั้นเราอาจต้องแสดงความเป็นตัวตนออกมาให้ชัดเจนผ่านคอนเทนต์คุณภาพ ถ้าถนัดเรื่องเขียน ก็ควรมีสไตล์การเขียนที่เฉียบคมแต่ยังคงความเป็นมิตรเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายยังรู้สึกเชื่อมโยงกับเราได้ และรู้ว่าสิ่งที่เราพูดหรือเขียนมีความหมาย มีคุณค่า และให้ความสนใจกับตัวตนของเรามากขึ้น !

Affection: พัฒนาความสัมพันธ์ สร้างผูกพันให้แน่นแฟ้น

หลังจากมีผู้ติดตามหรือคนที่สนใจในตัวตนของเราระดับหนึ่งแล้ว ก็ควรต่อยอดความสนใจนั้นให้เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้น อาจจะด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสตีมเมอร์หรือนักไลฟ์ที่มี Interaction กับผู้คนบ่อย ๆ อ่านคอมเมนต์ไว ตอบทุกคำถาม ถึงมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและมีความสนิทสนมกับกลุ่มผู้ติดตามมากกว่า นั่นแหละครับคือเทคนิค ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับดีเจวิทยุสมัยก่อนที่จะเปิดเพลงให้แทบจะทุก SMS ที่ส่งเข้าไป พอได้ฟังเพลงที่ตัวเองขอ คนฟังก็จะรู้สึกว่าตัวเองได้โต้ตอบและสนิทกับ DJ คนนั้นมากขึ้นทุกวัน แม้จะไม่ได้คุยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ แต่ก็ทำให้ต้องมาเปิดวิทยุฟังในช่วงของ DJ คนนั้นจนเป็นกิจวัตรเลยล่ะ ! ใครเป็นเหมือนแอดบ้าง~

Advocacy : กระตุ้นให้เกิดการสนับสนุน

เมื่อเราสร้างด้อมที่แข็งแกร่งแล้ว เราสามารถขอการสนับสนุนง่าย ๆ เช่นการแชร์คอนเทนต์ หรือชวนให้ผู้ติดตามขยายการรับรู้ไปให้กับเพื่อนหรือคนที่อาจกลายเป็นลูกค้าคนอื่น ๆ แม้แต่การมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกบ่อย ๆ ใน Community ก็ยังเป็นผลดีที่ช่วยเสริมสร้าง Personal Branding ของเราในสายตาคนภายนอกได้อีกด้วย !

Adherence : ทำต่ออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ถ้าทำได้ตามข้อที่ผ่าน ๆ มา ที่เหลือก็แค่ต้องทำแบบนี้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้ก็จะทำให้เราเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและเป็นแบรนด์ที่มีอิทธิพล น่าติดตาม น่าให้ความสนใจไปเรื่อย ๆ แน่นอน

ยิ่งในสมัยนี้ คนหรือแบรนด์ดังได้ในเวลาเพียงข้ามคืน (ไม่ว่าจะด้วยเรื่องดีหรือเพราะดราม่า) แต่แบรนด์นั้นจะอยู่ในกระแสต่อไหมก็อยู่ที่ว่าจะฉวยโอกาสนี้ไว้ยังไง ถึงจะดังเปรี้ยงในคืนเดียว แต่หลังจากนั้นไม่ได้มีการต่อยอด ลงคอนเทนต์อะไรที่น่าสนใจใหม่ ๆ ไม่กี่วันก็จะถูกกระแสอื่นกลบไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ความสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลยครับ

รู้หลักการ 5A’s แล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ลองหยิบไปใช้ปั้น Personal Branding ให้กับตัวเองหรือใครสักคนให้กลายเป็นตัวแทนสื่อสารความเป็นแบรนด์ออกมาได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ! ใครดังแล้วอย่าลืมแอดน้า~

ครั้งหน้าแอดจะมาแชร์เรื่องอะไรอีก อย่าลืมติดตาม AD ADDICT กันไว้นะคร้าบ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...