แบรนด์ดังได้เพราะขายคนเป็น ! ปั้น Personal Branding ให้ปังด้วยหลัก 5A’s ยิ่งคนโดดเด่น แบรนด์ยิ่งเป็นที่รู้จัก
ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง ความโดดเด่นของคนคนหนึ่งอาจเป็นตัวจุดประกายให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักได้ในเวลาชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะในทางดีหรือตรงกันข้าม
ความกระหายใน Awareness ท่ามกลางการแข่งขันด้านคอนเทนต์จากคู่แข่ง ทำให้ Personal Branding กลายเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่นักการตลาดพยายามปั้นให้กับเหล่าผู้บริหารหรือบุคลากรในบริษัทให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ และส่งเสริมตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายแบรนด์ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะตัวตนที่โดดเด่นของคนในองค์กร โดยการสร้าง Personal Branding นี้ มีองค์ประกอบ 5 อย่างตามหลัก 5A’s ซึ่ง แอดอยากจะเอามาแชร์ให้ทุกคนได้ลองเช็กลิสต์ตัวเองกันดูครับว่าถ้าอยากปั้นตัวเอง หรือคนในองค์กรให้ดังและช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย !
Personal Branding คืออะไร ?
Personal Branding คือการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านตัวบุคคลโดยแสดงออกให้เห็นว่าบุคคลนั้นเป็นคนอย่างไร มีบุคลิกหรือแนวคิดเป็นอย่างไร มีความรู้หรือมุ่งมั่นในเรื่องไหน และสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับคนที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้าได้บ้าง การสื่อสารตัวตนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผู้บริโภคมองเห็นแบรนด์ผ่านตัวบุคคลนี้ได้ง่ายขึ้น เรียกว่าถ้าพูดถึงแบรนด์ก็จะนึกภาพบุคคลนี้ขึ้นมาด้วยได้ทันที
แต่ถึงจะบอกว่า Personal Branding จะเป็นการปั้นภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านบุคคล ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น 'บุคลากรในองค์กร' จริง ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้าง Personal Branding ผ่านพรีเซนเตอร์ หรือ Brand Ambassador หรือ Mascot ได้ด้วยนะ !
ปั้นคนให้ปังด้วยหลัก 5A’s มีอะไรบ้าง ?
การสร้าง Personal Branding จะช่วยดึงดูดคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเข้ามาหาเราได้ถ้าทำได้อย่างถูกต้องและมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม ปัจจัย 5 ข้อใน 5A’s นี้จะเป็นไกด์ที่ช่วยให้คนธรรมดาอย่างเรา ๆ สามารถปั้น Personal Branding เพื่อสื่อสารความเป็นแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นครับ
Awareness : สร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่ง
เราจะแสดงตัวตนของเรายังไงถ้าไม่มีเวทีให้โชว์ ถูกไหม ? แล้วเวทีที่ว่าก็ต้องเป็นเวทีที่ถูกด้วยนะ ถ้ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบเสพคอนเทนต์วิดีโอสั้น เวทีที่ถูกต้องของเราก็ควรจะเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นวิดีโอสั้นอย่าง TikTok หรือ Instagram ที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้มากกว่า คอนเทนต์ที่นำเสนอก็ควรเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้คนรู้จักเราในแบบที่ต้องการรู้จัก แต่ก็ยังต้องตอบโจทย์และโดนใจกลุ่มเป้าหมายด้วยถึงจะขยายการเป็นที่รู้จักได้เร็ว (Awareness) และยั่งยืน
Attraction : ดึงดูดด้วยตัวตนที่ชัดเจน
พอมีเวทีและแนวทางคอนเทนต์แล้ว การดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ติดตามเราได้นาน ๆ และสร้างผู้ติดตามใหม่ ๆ ก็เป็นเป้าหมายสำคัญของการทำ Personal Branding ด้วย การจะทำแบบนั้นเราอาจต้องแสดงความเป็นตัวตนออกมาให้ชัดเจนผ่านคอนเทนต์คุณภาพ ถ้าถนัดเรื่องเขียน ก็ควรมีสไตล์การเขียนที่เฉียบคมแต่ยังคงความเป็นมิตรเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายยังรู้สึกเชื่อมโยงกับเราได้ และรู้ว่าสิ่งที่เราพูดหรือเขียนมีความหมาย มีคุณค่า และให้ความสนใจกับตัวตนของเรามากขึ้น !
Affection: พัฒนาความสัมพันธ์ สร้างผูกพันให้แน่นแฟ้น
หลังจากมีผู้ติดตามหรือคนที่สนใจในตัวตนของเราระดับหนึ่งแล้ว ก็ควรต่อยอดความสนใจนั้นให้เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้น อาจจะด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสตีมเมอร์หรือนักไลฟ์ที่มี Interaction กับผู้คนบ่อย ๆ อ่านคอมเมนต์ไว ตอบทุกคำถาม ถึงมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและมีความสนิทสนมกับกลุ่มผู้ติดตามมากกว่า นั่นแหละครับคือเทคนิค ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับดีเจวิทยุสมัยก่อนที่จะเปิดเพลงให้แทบจะทุก SMS ที่ส่งเข้าไป พอได้ฟังเพลงที่ตัวเองขอ คนฟังก็จะรู้สึกว่าตัวเองได้โต้ตอบและสนิทกับ DJ คนนั้นมากขึ้นทุกวัน แม้จะไม่ได้คุยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ แต่ก็ทำให้ต้องมาเปิดวิทยุฟังในช่วงของ DJ คนนั้นจนเป็นกิจวัตรเลยล่ะ ! ใครเป็นเหมือนแอดบ้าง~
Advocacy : กระตุ้นให้เกิดการสนับสนุน
เมื่อเราสร้างด้อมที่แข็งแกร่งแล้ว เราสามารถขอการสนับสนุนง่าย ๆ เช่นการแชร์คอนเทนต์ หรือชวนให้ผู้ติดตามขยายการรับรู้ไปให้กับเพื่อนหรือคนที่อาจกลายเป็นลูกค้าคนอื่น ๆ แม้แต่การมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกบ่อย ๆ ใน Community ก็ยังเป็นผลดีที่ช่วยเสริมสร้าง Personal Branding ของเราในสายตาคนภายนอกได้อีกด้วย !
Adherence : ทำต่ออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ถ้าทำได้ตามข้อที่ผ่าน ๆ มา ที่เหลือก็แค่ต้องทำแบบนี้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้ก็จะทำให้เราเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและเป็นแบรนด์ที่มีอิทธิพล น่าติดตาม น่าให้ความสนใจไปเรื่อย ๆ แน่นอน
ยิ่งในสมัยนี้ คนหรือแบรนด์ดังได้ในเวลาเพียงข้ามคืน (ไม่ว่าจะด้วยเรื่องดีหรือเพราะดราม่า) แต่แบรนด์นั้นจะอยู่ในกระแสต่อไหมก็อยู่ที่ว่าจะฉวยโอกาสนี้ไว้ยังไง ถึงจะดังเปรี้ยงในคืนเดียว แต่หลังจากนั้นไม่ได้มีการต่อยอด ลงคอนเทนต์อะไรที่น่าสนใจใหม่ ๆ ไม่กี่วันก็จะถูกกระแสอื่นกลบไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ความสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลยครับ
รู้หลักการ 5A’s แล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ลองหยิบไปใช้ปั้น Personal Branding ให้กับตัวเองหรือใครสักคนให้กลายเป็นตัวแทนสื่อสารความเป็นแบรนด์ออกมาได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ! ใครดังแล้วอย่าลืมแอดน้า~
ครั้งหน้าแอดจะมาแชร์เรื่องอะไรอีก อย่าลืมติดตาม AD ADDICT กันไว้นะคร้าบ