โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สุริยะ ควง 2 รมช.เปิด 9 แนวทาง - 5 ด้าน - 3 ระยะ สานต่อโครงการ คมนาคม ต่อเนื่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 06.32 น.

สุริยะ ควง 2 รมช.เปิด 9 แนวทาง – 5 ด้าน – 3 ระยะ สานต่อโครงการ คมนาคม ต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการกับกำดูแลของกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญ โดยมีเป้าหมายให้การดำเนินการสำเร็จได้ตามแผนที่วางไว้ ภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย”

นายสุริยะ เผยว่า สำหรับการดำเนินการภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” นั้น กระทรวงคมนาคม มีความมุ่งหวังให้การดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และการพัฒนาการให้บริการตามมาตรฐานสากล สร้างโอกาสและการเข้าถึงให้กับประชาชนจากการพัฒนาดังกล่าว พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกมิติอย่างครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นประชาชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ นอกจากนี้ สามารถผลักดันให้การคมนาคมของประเทศ เป็นไปด้วยความ “สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และราคาสมเหตุสมผล” สามารถลดต้นทุนโลจิสติส์ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมในภูมิภาค และประชาชนต้องได้รับโอกาสทุกภาคส่วนจากการดำเนินการทุกด้านของกระทรวงคมนาคม

นายสุริยะ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานนับจากนี้ ภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” มี 9 แนวทาง ได้แก่ 1.สานต่อโอกาสในโครงการคมนาคม โดยจะเร่งรัดโครงการลงทุนต่าง ๆพร้อมสานต่อโครงการที่ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง และเดินหน้าโครงการใหม่ ๆ อย่างเต็มรูปแบบ 2.ส่งเสริมโอกาสคมนาคมไทย เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายระบบคมนาคมในทุกมิติและทุกรูปแบบ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายของประเทศไทยสู่นานาประเทศทั่วโลก 3.สร้างโอกาสในการลงทุน เพื่อเดินหน้าส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อช่วยประหยัดและลดภาระด้านงบประมาณ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้สามารถนำเม็ดเงินลงทุน ไปพัฒนาโครงการอื่น ๆ ได้อีกจำนวนมาก 4.เพิ่มโอกาสประชาชนในการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการลดต้นทุน การให้บริการในภาคคมนาคมและขนส่ง ทั้งการเดินทางของคน และการขนส่งสินค้า นำไปสู่การสร้างโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.เปิดโอกาสโลจิสติกส์ไทย ในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของระบบโลจิสติกส์ 6.สนับสนุนโอกาสในการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังลดปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) 7.เปิดโอกาสด้านความปลอดภัยภาคคมนาคมขนส่งอย่างสูงสุด ทั้งในช่วงก่อสร้าง และระหว่าง การให้บริการประชาชน โดยมุ่งเน้นการกำกับดูแลให้ได้มาตรฐาน 8.เพิ่มโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ 9.สร้างโอกาสการมีส่วนร่วมกับประชาชนในทุกมิติ เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงาน เร่งดำเนินโครงการต่อเนื่องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และเป็นไปตามกรอบเวลาที่ได้ให้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ โดยให้ยึดถือประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ ได้กำหนดการดำเนินการตามนโยบาย 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน เร่งสานต่อโครงการต่อเนื่อง และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ 2.ระยะกลาง (1-3 ปี) ให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการลงทุน และกำกับดูแลการก่อสร้างให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงาน และ 3.ระยะยาว (5 ปี) ให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ที่ได้จัดทำแผนแม่บทไว้ เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ อย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการต่าง ๆ ที่จะดำเนินการภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1.ด้านการคมนาคมทางบก เช่น ปิดตำนานถนน 7 ชั่วโคตร หรือถนนพระราม 2 ให้สำเร็จ ภายในเดือนมิถุนายน 2568, เปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 และ M81 ตามกำหนด, มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งแก้ไขปัญหาประชาชนรอรถเมล์นานจากกรณีที่มีผู้ประกอบการรายเดียวในแต่ละเส้นทาง, ศึกษาและออกแบบมอเตอร์เวย์สายใหม่ ตามแผนแม่บท MR-MAP, พัฒนาระบบ Feeder, มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดหารถพลังงานไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการประชาชน เป็นต้น

2.ด้านการคมนาคมทางราง เช่น เร่งขยายผลนโยบายรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดเส้นทาง (20 บาทตลอดสาย) ไปเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ โดยให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)เร่งผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมฯ ให้ประกาศใช้โดยเร็ว เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม, เดินหน้ารถไฟทางคู่, รถไฟความเร็วสูง ทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2, แนวทางการเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากถนนสู่ระบบราง, พัฒนาระบบรถไฟฟ้าในภูมิภาค เป็นต้น

3.ด้านการคมนาคมทางน้ำ เช่น เร่งรัดกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดให้บริการท่าเรือ Smart Pier พร้อมทั้งเร่งนำเสนอ โครงการพัฒนาท่าเรือ Cruise Terminal ที่เกาะสมุย ที่ฝั่งอันดามัน และที่อ่าวไทยตอนบนภายในต้นปี 2568, ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เร่งก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามแผนงาน และเร่งแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง, เดินหน้าพิจารณาแนวทางการส่งเสริมและกำกับดูแลเครื่องบินน้ำ และสนามบินน้ำ ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้สามารถเริ่มเปิดให้บริการได้โดยเร็ว เป็นต้น

4.ด้านการคมนาคมทางอากาศ โดยให้ทุกหน่วยงานทางอากาศ ขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางทางการบิน (Aviation Hub) ของรัฐบาล โดยกำหนดเป้าหมายให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานอยู่ใน 20 อันดับของโลก (TOP 20) ภายในปี 2572 เช่น เร่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในรูปแบบอัตโนมัติ และระบบ Biometrics มาใช้ในการเช็คอิน การโหลดสัมภาระ และการตรวจคนเข้าเมือง, ปรับปรุงอาคารสถานที่, ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อการเดินทางกับการขนส่งภาคพื้น, เตรียมรับการตรวจจาก FAA เพื่อให้ไทยกลับเข้าสู่ Category I และเตรียมความพร้อมในการเข้าตรวจจาก ICAO, ให้ ทอท. เร่งดำเนินการก่อสร้างอาคารส่วนต่อขยาย รวมทั้งพัฒนาท่าอากาศยานต่างๆ และเดินหน้าดำเนินการท่าอากาศยานใหม่ เป็นต้น

5.ภาพรวมของกระทรวงคมนาคม เช่น ให้ สนข. เร่งเดินหน้าโครงการ Landbridge ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว, ให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ทั้งในมิติของความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง-การให้บริการประชาชน-โครงสร้างพื้นฐาน และในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างให้ขยายผลมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา โดยให้กรมทางหลวง (ทล.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประสานกับกรมบัญชีกลาง เพื่อให้นำไปสู่การกำหนดชั้นของผู้รับเหมาต่อไป, ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เป็นต้น

นายสุริยะ กล่าวว่า จากกรอบแนวคิดการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” ทั้ง 9 แนวทาง ครอบคลุม 5 ด้านดังกล่าวข้างต้นนั้น เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน และสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ กล่าวว่าทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำเนินภารกิจที่มอบให้ไป โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ พร้อมทั้งคำนึงถึงประชาชนและประเทศชาติเป็นศูนย์กลาง โดยต้องดำเนินงานอย่างถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุริยะ ควง 2 รมช.เปิด 9 แนวทาง – 5 ด้าน – 3 ระยะ สานต่อโครงการ คมนาคม ต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...