โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา “มวยไทย” ถูกบรรจุโอลิมปิกหรือไม่ หลังต่างชาติขู่แบน มีความอันตรายสูง

INN News

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 02.00 น. • INN News

กีฬาขั้นเทพ วันนี้จะพาไปจับตาความเคลื่อนไหวของกีฬามวยไทย ที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับ และ ความนิยมอย่างสูงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อีกทั้งมีการเผยแพร่ และจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง

ซึ่งมีสภามวยไทย หรือ WBC และ สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ หรือ IFMA เป็นผู้ดูแล นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติ (United Nation) ยังได้ให้การยอมรับมวยไทยเป็นกีฬาแห่งประชาคมโลกอีกด้วย ซึ่งเป้าหมายสำคัญในการโปรโมทกีฬามวยไทย ก็เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยอย่างแท้จริง

นอกจานี้ยังอยากเห็นมวยไทยเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่ได้บรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ในอนาคต ซึ่งมวยไทยโชคดีที่ IOC ให้การรับรองมวยไทยมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ล่าสุดเพิ่งไป จัดกิจกรรมนำกีฬา "มวยไทย" ไปโชว์แข่งขันเสมือนจริงช่วงการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-9 ส.ค.67 ที่ผ่านมา งานนี้ก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ตาม เรื่องการบรรจุมวยไทยในโอลิมปิกเป็นเรื่องท้าทายอยู่ไม่น้อย เพราะการพิจารณาบรรจุกีฬาใดๆ ในโอลิมปิกจะต้องผ่านการประเมินหลายด้าน เช่น ความปลอดภัย ความนิยม และความสอดคล้องกับค่านิยมของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในกรณีของมวยไทย ความท้าทายหลักๆ มักจะเป็นเรื่องของการรับรู้และการจัดการความปลอดภัย เนื่องจากมวยไทยเป็นกีฬาที่ใช้การโจมตีด้วยเท้า หมัด ศอก และเข่า ซึ่งอาจถูกมองว่ามีความอันตรายสูง

อย่างเช่นการชกมวยไทยไฟต์หยุดโลก ระหว่าง ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ยอดนักชกชาวไทย กับ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้ กำปั้นชาวอังกฤษ ในศึกชิงเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ในศึก ONE168 ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งผลปรากฏว่า ซุปเปอร์เล็ก สับศอกใส่ขมับ แฮ็กเกอร์ตี ร่วงลงไปนอนตั้งแต่ยกแรก

ทำให้มีชาวต่างชาติมองว่ามวยไทยมีความอันตรายเกินไป อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง เช่น การแตกของกระดูก หรือการฉีกขาดของผิวหนัง ซึ่งทำให้บางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกีฬาสากลออกมาวิจารณ์และขู่แบนมวยไทยที่จะไม่ยอมรับการบรรจุมวยไทยเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก หากยังคงใช้ศอกเป็นอาวุธในการแข่งขัน

ซึ่งจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ทำให้ สมาพันธ์มวยไทยนานาชาติ (IFMA) ได้ใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในกีฬานี้ โดยมีการปรับกฎกติกาและมาตรการป้องกันที่สำคัญ อาทิ การสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกนิรภัย สนับแข้ง และถุงมือที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการปะทะโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการใช้อาวุธหนัก เช่น ศอกหรือเข่า เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจส่งผลกระทบต่อเอกลักษณ์ดั้งเดิมของมวยไทย สำหรับนักมวยและผู้ที่ชื่นชอบมวยไทยแบบดั้งเดิม เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันอาจทำให้กีฬานี้สูญเสียเอกลักษณ์และความเป็นมวยไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งเน้นทักษะที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องพึ่งพาการป้องกันมากนัก

โดยในอนาคต อาจมีการเจรจาหาข้อสรุประหว่างฝ่ายที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์ของมวยไทยและฝ่ายที่กังวลเรื่องความปลอดภัย เพื่อนำมวยไทยไปสู่เวทีโอลิมปิกอย่างปลอดภัยและยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้สึกอุ่นใจเกี่ยวกับการใช้อาวุธในการแข่งขันมวยไทย และป้องกันไม่ให้นักมวยเสียเปรียบหรือตกอยู่ในความเสี่ยงสูง

ทั้งนี้การบรรจุมวยไทยในกีฬาโอลิมปิกเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎกติกาและเพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล อย่างไรก็ตาม การหาสมดุลระหว่างการรักษาเอกลักษณ์ของมวยไทยและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญในการบรรจุกีฬาไทยนี้เข้าสู่โอลิมปิก หากสามารถแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ได้ มวยไทยมีโอกาสดีที่จะได้รับการบรรจุในโอลิมปิกในอนาคตอย่างแน่นอน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...