เก๋งขาว แซงปาดหน้า กระบะพุ่งตกคลองจมน้ำ 3 ชีวิตทุบกระจกหนีตาย
เก๋งขาว แซงปาดหน้า กระบะพุ่งตกคลองจมน้ำ 3 ชีวิตทุบกระจกหนีตาย กล้องหน้ารถจับภาพวินาทีระทึก เตรียมแจ้งความเอาผิดคนขับเก๋ง หวั่นเป็นแก๊งตบทรัพย์
หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง นำภาพจากกล้องหน้ารถ โพสต์นาที รถเก๋งสีขาว ขับแซงแล้วปาดหน้ารถกระบะ บริเวณเส้นทางสายโคกกรวด – ดอนแขวน ปากทางเข้าบ้านหนองสองห้อง ต.มาบตะโกเอน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าเข้าตัว อ.ครบุรี ในลักษณะคล้ายจะขับมาเบียดตัดหน้าเฉี่ยวรถกระบะ จนเป็นเหตุให้รถกระบะเสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง คว่ำหงายทองล้อชี้ฟ้าห้องโดยสารจมไปในคลองน้ำเล็กๆ ที่มีน้ำขัง
ทำให้เจ้าของคลิป ต้องรีบถอยรถมาดูเพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากโพสต์คลิปออกไป ชาวโซเชียลได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กัน และอยากรู้ว่า คนในรถที่ประสบอุบัติเหตุได้รับอันตรายหรือไม่
ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถาม นายณัฐพัฒน์ กองแก้ม อายุ 32 ปี หรือ ช่างเพชร เจ้าของอู่ซ่อมรถ เพชรแอนด์เจมส์เซอร์วิส ผู้โพสต์ เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. วันที่ 20 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา ตนขับรถมาตามเส้นทางกลับจากนำของไปส่งลูกค้า กำลัง มุ่งหน้าเข้าตัว อ.ครบุรี โดยช่วงก่อนเกิดเหตุ มีรถเก๋งขับตามหลังกระบะคันประสบเหตุ ขับอยู่ด้านหน้ารถของตน เห็นรถทั้งสองคันขับตามกันมาตามปกติ ประมาณ 2 กิโลเมตร
จู่ๆ รถเก๋งสีขาวขับแซงรถกระบะขึ้นไปช่องทางขวา และแค่ประมาณ 3 วินาที เมื่อรถเก๋งขับแซงพ้นรถกระบะพอดี รถเก๋งก็ขับเบียดปาดหน้ามาในช่องทางด้านซ้ายอย่างกะทันหัน ซึ่งเห็นไม่ชัดว่ามีการเฉี่ยวชนกันหรือไม่
แต่ทำให้รถกระบะเสียหลักพุ่งลงข้างทางด้านซ้ายทันที ซึ่งตนเห็นเหตุการณ์ได้ขับรถผ่านไปเล็กน้อย จึงรีบถอยรถลงมาดูเพื่อให้การช่วยเหลือ ในขณะที่รถเก๋งคันต้นเหตุ ขับหลบหนีไปหน้าตาเฉย
ส่วนรถกระบะที่ประสบอุบัติหงายท้องล้อชี้ฟ้า เป็นรถอีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียนนครราชสีมา พบว่า ห้องโดยสารจมไปครึ่งหนึ่ง มีคนขับและผู้โดยสารอีก 2 คนติดอยู่ในรถ ซึ่งคนขับใช้ท่อเหล็กทุบกระจกหน้ารถจนแตกแล้วพยายามออกมาจากตัวรถ พร้อมเพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน
จึงรีบไปช่วยดึงผู้ประสบเหตุออกมา และช่วยผู้โดยสารออกมาด้วยทั้งหมดรวม 3 ชีวิต เป็นชายคนขับ 1 คน และผู้หญิงอีก 2 คน เป็นผู้ใหญ่กับเด็กหญิงวัย 10 ขวบ โชคดีที่ทั้งหมดไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ตั้งข้อสังเกตไว้หลายอย่าง ว่า รถเก๋งอาจจะตั้งใจปาดหน้าเบียดรถกระบะให้ตกลงถนน หรืออาจแซงไม่พ้น แต่ช่วงเวลานั้นไม่มีรถขับสวนทางมา ทำไมจึงต้องหักเข้าเลนซ้ายกะทันหันขนาดนั้น
วันที่ 22 ต.ค.2567 ผู้สื่อข่าวได้พบ นายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี คนขับกระบะคันประสบเหตุ ชาวบ้านบุมะค่า ต.มาบตะโกเอน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งมี น.ส.กรภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปีน้องสาว และลูกสาววัย 10 ขวบ นั่งโดยสารและประสบเหตุด้วย
นายวิรัตน์ เล่าว่า ตนและน้องสาวกับหลานสาว เดินทางไปเที่ยวที่ จ.จันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 2567 กำลังกลับถึงบ้านในช่วงเช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2567 อีกประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เป็นช่วงฝนหยุดตกใหม่ๆ จนจึงขับช้าประมาณ 60–70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีรถเก๋งสีขาวขับแซงขึ้นมา แล้วเบียดปาดหน้ารถของตน และดูเหมือนว่ารถเก๋งจะเหยียบเบรก ก่อนมีเสียงดังจากการชน
ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากจนยังไม่ทันเหยียบเบรก รถก็เสียหลักตกลงข้างทาง ยังไม่รู้เหตุผลว่า รถเก๋งต้องการอะไร ถนนก็โล่ง แซงแล้วมาตัดหน้าและดูเหมือนจงใจแตะเบรกด้วย เมื่อชนก็ไม่หยุด ขับต่อไปหน้าตาเฉย ส่วนรถของตนก็พลิกคว่ำพังเสียหาย
ตอนที่รถจมน้ำไปครึ่งห้องโดยสาร ต้องรวบรวมสติ คว้าเอาแท่งเหล็กแป๊บติดรถมาทุบกระจกบานหน้าจนแตก แล้วพาน้องสาวกับหลานออกมาอย่าง โชคดีห้องโดยสารยุบเพียงเล็กน้อย คอนโซนหน้ารถทับขา แต่พอเอาตัวรอดออกมาได้ อาจจะเป็นเพราะขับมาช้า รถจึงเสียหายไม่มาก แต่หากขับมาเร็ว หรือน้ำท่วมสูงกว่านี้ ทุกคนอาจไม่รอด
ตอนนี้ทุกคนยังตกใจไม่หายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่ารถคู่กรณีประสงค์อะไรกันแน่ เพราะไม่เคยมีศัตรูคู่อาฆาตที่ไหน จึงคิดว่าคนขับรถเก๋งจงใจปาดหน้าแน่นอน หรืออาจจะเป็นแก๊งตบทรัพย์
หลังจากนี้จะเข้าไปแจ้งความที่ สภ.ครบุรี ไว้เป็นหลักฐาน เพราะอย่างน้อยหากเป็นแก๊งตบทรัพย์จริง เจ้าหน้าที่ฯ จะได้ป้องปราบหรือหามาตรการมาป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้น และจะจงใจหรือไม่จงใจ ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ฯ ติดตามตัวคนขับเก๋งคันดังกล่าวมารับผิดชอบให้ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เก๋งขาว แซงปาดหน้า กระบะพุ่งตกคลองจมน้ำ 3 ชีวิตทุบกระจกหนีตาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th