ภาคต่อเด็กน้อยสู้ชีวิต! จากเด็กชายรันทดเลี้ยงน้องลำพัง 4 คน สู่นักเรียนนายร้อย รั้วสามพราน
ภาคต่อเด็กน้อยสู้ชีวิต! จากเด็กชายรันทดเลี้ยงน้องลำพัง 4 คน สู่นักเรียนนายร้อย รั้วสามพราน ไม่ลืมกตัญญู ผู้กองมิ้นภูมิใจความมุมานะ สานฝันให้ตัวเองได้อย่างภาคภูมิ
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @mervina1991 โพสต์คลิปเรื่องราวภาคต่อของน้องฟลุ๊ค เด็กชายวัย 13 ปี ที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อช่วงปี 60 ที่ต้องเลี้ยงดูน้อง 4 คนเพียงลำพัง โดยในวันนี้น้องฟลุ๊คได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจตามความฝันแล้ว อ่านข่าว ชีวิตต้องสู้! หัวหน้าครอบครัววัย 13 สู้ชีวิต เลี้ยงน้อง 4 คนลำพัง หลังพ่อทิ้ง แม่ทำงาน ตจว.
ล่าสุดเวลา 13.50 น. วันที่ 26 ต.ค.67 ร.ต.อ.อภิชิต ภัณฑะประทีป หรือผู้กองมิ้น ผู้ก่อตั้งบ้านสร้างฝันที่ดูแลน้องฟลุ๊คจนได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ โดยผู้กองมิ้นได้เปิดใจกับ 'ข่าวสดออนไลน์' ระบุว่า ตนเริ่มเปิดบ้านสร้างฝันที่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ช่วงเดือน มี.ค.60 ซึ่งตอนนั้นยังรับราชการอยู่ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ตนก็พยายามหาเด็กยากจนที่มีความฝันทางด้านทหารตำรวจเพื่อมาช่วยเหลือ ต่อมาเห็นข่าวของน้องฟลุ๊ค เด็กชายวัย 13 ปี ที่ต้องเลี้ยงน้อง 4 คนตามลำพัง จึงหาข้อมูลของน้องจากคลิปและเนื้อหาข่าว พบว่าในเนื้อหาข่าวเขียนว่า "น้องฟลุ๊คอยากเป็นตำรวจ"
วันต่อมาตนกับเพื่อนจึงเดินทางไปหาน้องฟลุ๊คที่บ้าน ซึ่งได้เจอน้องฟลุ๊คกับน้องๆ อีก 4 คน รวมทั้งแม่ของน้องฟลุ๊คด้วย ซึ่งตอนนั้นกลับมาที่บ้านพอดี ตนจึงได้พูดคุยและถามน้องฟลุ๊คว่า "โตไปอยากเป็นอะไร" น้องฟลุ๊คก็บอกว่า "อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก" อีกทั้งตนยังเห็นว่าที่ผ่านมาน้องเคยไปสอบแข่งขันมาด้วย ตนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าน้องน่าจะมีโอกาสสอบเป็นตำรวจได้ในอนาคต หรือต่อให้เป็นเด็กคนอื่นๆ ที่มีพื้นฐานไม่ดีนัก ตนก็ยินดีที่จะปั้นหรือส่งเสริมเด็ก เพราะตนคิดว่าเด็กทุกคนสามารถทำตามความฝันได้
ตนก็เลยชวนน้องฟลุ๊คเข้ามาอยู่ในโครงการบ้านสร้างฝัน ซึ่งตอนนั้นตนยังเปิดคอร์สแค่ช่วงปิดเทอม จะมีเด็กเพียงที่ยากจนมาอยู่ให้ดูแลเป็นประจำเท่านั้น แต่ตอนนั้นน้องฟลุ๊คอาจจะยังไม่พร้อมประกอบกับกระแสข่าวของน้องทำให้มีเรื่องเงินบริจาคเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงอาจจะดูเป็นการไม่ดีนักถ้าจะให้น้องมาอยู่ในการดูแลประจำ
ตนเลยให้น้องเริ่มมาช่วงปิดเทอม เดือน ต.ค.60 ก่อน น้องก็จะมาทุกคอร์สช่วงปิดเทอม จนกระทั่งเรียนจบชั้น ม.2 น้องก็ตัดสินใจมาอยู่กับตนที่บ้านสร้างฝันเลย และย้ายมาเรียนที่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยตนดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้น้องฟลุ๊คตั้งแต่น้องอยู่ชั้น ม.1 ส่งน้องเรียนเตรียมทหาร จนถึงตอนนี้น้องอายุ 20 ปี ขึ้นโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1
ส่วนน้องๆ คนอื่นของน้องฟลุ๊ค ก็อาศัยอยู่กับแม่ พร้อมยังได้ทางหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือเรื่องบ้าน จากที่เคยบ้านเช่า ตอนนี้ก็ได้อยู่บ้านหลังที่หน่วยงานช่วยจัดหาให้ นอกจากนี้ตอนเข้าไปเรียนเตรียมทหาร น้องฟลุ๊คยังได้ทุนของมูลนิธิจํานงค์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นทุนระยะยาว ได้เงินมาใช้เป็นรายเดือน น้องก็ยังเป็นเด็กกตัญญูโอนเงินช่วยเหลือแม่ที่บ้านทุกเดือน ตนมองว่าข้าราชการเป็นความฝันของเด็กชนบท เพราะเขามีความรับผิดชอบ ต้องดูแลและเปลี่ยนชีวิตครอบครัว จึงต้องการอาชีพที่มันมั่นคง มีผลต่ออนาคต ซึ่งข้าราชการก็มีหลายอย่างแต่ความฝันของน้องฟลุ๊คคืออยากช่วยเหลือคนอื่นด้วย น้องจึงอยากเป็นตำรวจ
ตนรู้สึกภูมิใจน้องฟลุ๊คเหมือนกับเด็กๆ ทุกๆ คนในบ้านสร้างฝัน ภูมิใจที่เขามาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่วันนั้นที่ได้เจอน้องฟลุ๊คครั้งแรก ตนก็มั่นใจว่าน้องต้องทำได้ ตอนนั้นตนถามน้องฟลุ๊คว่าเขามั่นใจหรือเปล่า ถ้าจะมาอยู่ที่นี่แล้วต้องอยู่ระยะยาวจนกว่าจะได้เป็นตำรวจ ซึ่งน้องก็มั่นใจมาก เป็นเหมือนคำสัญญา ไม่ใช่แค่เด็กที่มีความฝันและพูดว่าอยากเป็นตำรวจเป็นทหาร แต่ตนเห็นความตั้งใจของน้องว่าน้องเหนื่อยทุกวันในการทำตามความฝัน
อีกทั้งช่วงที่น้องสาวน้องชายของน้องฟลุ๊คมาอยู่กับตน น้องฟลุ๊คก็ยังคอยดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี สอนน้องดีมากด้วย ตนจึงรู้เลยว่าถึงแม้แม่ของน้องๆ จะมีลูกเยอะ แต่ต้องยอมรับว่าแม่เขาสอนลูกได้ดีมากๆ ลูกทุกคนตั้งเรียนและรักกัน ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบยิ่งกว่าที่เห็นในข่าวเสียอีก ทั้งเรื่องการวางแผนการใช้เงินและความอดทน ทั้งนี้ตนเชื่อมาตลอดว่าเด็กทุกคนสามารถทำตามความฝันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาคต่อเด็กน้อยสู้ชีวิต! จากเด็กชายรันทดเลี้ยงน้องลำพัง 4 คน สู่นักเรียนนายร้อย รั้วสามพราน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th