โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ซูเหยียนหมอหญิงผู้ทระนง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 15.38 น. • ลมเหนือ
หญิงสาวที่โง่เขลายอมตายเพื่อปกป้องชายผู้เป็นที่รักจนถึงวันสิ้นใจถึงได้รู้ธาตุแท้ของคนวิญญาณของเธอหลุดลอยไปยังภพอื่นกลายเป็นหญิงสาวที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญวิชาแพทย์แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอย้อนกลับมา

ข้อมูลเบื้องต้น

หญิงสาวผู้โง่เขลาที่ยอมตาย เพื่อปกป้องชายผู้เป็นที่รัก จวบจนถึงวันสิ้นใจถึงได้รู้ธาตุแท้ของคนวิญญาณของเธอหลุดลอยไปยังภพอื่น กลายเป็นหญิงสาวที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ทุกแขนง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้เธอหวนคืนมาอีกครั้งในร่างเดิมของภพโบราณที่เคยจากไป แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะเธอคือซูเหยียนแพทย์หญิงอัจฉริยะ

แนะนำตัวละครหลักในเรื่อง

แนะนำตัวละคร

* ซูเหยียน (คนเก่า)

บุตรสาวของเสนาบดีซูที่เกิดกับอนุภรรยา มีหน้าตางดงามล่มเมือง นิสัยร้ายกาจเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองปรารถนาโดยไม่เกี่ยงวิธี

* ซูเหยียน (คนใหม่)

หญิงสาวในศตวรรษที่30 แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญทั้งสองศาสตร์ ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและการ แพทย์แผนจีน เชี่ยวชาญและชำนาญพิเศษในเรื่องสมุนไพรและการฝังเข็ม มีไอคิวและอีคิวมากเกินคนธรรมดาทั่วไป นิสัยรักความถูก ต้องและไม่ยอมเสียเปรียบ

* ฟางลั่วเฉิน

แม่ทัพใหญ่ลั่วเฉิน คุณชายใหญ่ตระกูลฟาง ผู้เชี่ยวชาญในการรบ องอาจห้าวหาญนิสัยไม่ยอมคน

* เซียวหยางอี้

นักฆ่าเลือดเย็น ที่ถือคติฆ่าเพียงคนชั่วและคนที่สมควรตาย นิสัยเย็นชาไม่แสแยผู้ใด รับงานฆ่าตามแต่อารมณ์ มีวรยุทธและฝีมือเก่งกาจเลื่องชื่อ เป็นที่ยอมรับของผู้คนในยุทธภพ

* ฉีอ๋อง

พระอนุชาขององค์ฮ่องเต้ ผู้ที่กุมกำลังอำนาจทหารหนึ่งในสี่ของแผ่นดินเอาไว้ในมือ นิสัยโหดเหี้ยมไร้ปรานี เชี่ยวชาญในการรบทุกรูปแบบ

* ฮ่องเต้ฉีชาง

ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นฉี นิสัยเจ้า เล่ห์เพทุบาย แต่เก่งกาจเรื่องปกครองบ้านเมือง

E-BOOK 2 เล่มจบค่ะ

เล่ม1

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzA1Njc2MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIzNDI2NSI7fQ

เล่ม2 (จบ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzA1Njc2MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI0Mjk5MCI7fQ

บทนำ

เรื่องราวของซูเหยียนหญิงสาวรูปโฉมงดงามล่มบ้านล่มเมือง แต่มีนิสัยตรงกันข้ามกับหน้าตา นางเกิดมามีนิสัยร้ายกาจเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ เพียงเพราะหลงใหลในรักจึงทำเรื่องโง่เขลา วางแผนครอบครองชายที่ตนหมายปอง

ครั้นได้แต่งงานเข้าตระกูลฝ่ายชาย แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นดั่งที่วาดฝันไว้ นางต้องเฝ้าห้องหอเพียงลำพังคืนแล้วคืนเล่า 1ปีที่แต่งเข้าตระกูลฟาง สามีไม่เคยเหลียวแล ไม่แตะต้องนางแม้ปลายเส้นผม คล้ายว่านางเป็นเพียงพิษร้ายที่เขารังเกียจรัง

ทุกคนในตระกูลฟางต่างดูแคลน ผ่านไป2ปีนางก็ยังคงยึดมั่นในความรัก หวังเพียงว่าสักวันเขาจะมองเห็น มองเห็นรักแท้ที่นางมีให้ แต่แล้วก็ต้องใจสลาย เมื่อบุรุษในดวงใจ พาสตรีอื่นกลับมาเหยียบย่ำถึงในจวน แล้วเอ่ยปากหนักแน่นว่าจะแต่งหญิงผู้นั้นมาเป็นภรรยารอง นางต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจทุกวัน ความอ่อนโยนและความอบอุ่นนั้นที่นางไม่เคยได้รับ แต่เขากลับมอบมันให้กับสตรีคนอื่นที่ไม่ใช่นาง

วันแล้ววันเล่าที่เฝ้าหลอกตัวเอง จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตมาเยือน นางตกตายด้วยธนูอาบยาพิษ เพื่อปกป้องเขาซูเหยียนยอมสละชีพตน โดยไม่นึกเกรงกลัวต่ออันตราย แต่ในช่วงเวลาความเป็นความตายของชีวิต เขากลับปกป้องผู้หญิงอีกคน นางมองดูภาพที่เขาปกป้องหญิงอื่นไว้ในอ้อมแขน ก่อนสิ้นลมหายใจนางถึงได้ตาสว่าง

"ข้าพอแล้วกับคำว่ารัก ถ้าชาติภพหน้ามีจริง ข้าจะไม่ขอให้ใจกับชายใดอีกเลย"

วิญญาณของนางหลุดลอยเคว้งคว้างไร้จุดหมาย กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ จนกระทั่งวิญญาณได้เกิดใหม่ในโลกคู่ขนานศตวรรษที่30 โลกซึ่งแตกต่างจากโลกที่จากมาโดยสิ้นเชิง ตอนนี้นางคือซูเหนียนคนใหม่ที่มีความทรงจำของภพโบราณ นางเติบโตอย่างดีถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่อบอุ่น ปู่เป็นเจ้าของคลีนิคใหญ่แพทย์แผนจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรและการฝังเข็ม ตาเป็นศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยม ทั้งยังเป็นเจ้าของโรงพยาบาล

ส่วนพ่อเป็นเจ้าของบริษัทยา ซูเหยียนได้รับความรู้มากมาย จากการเกิดใหม่ในครั้งนี้ อาจเพราะนางเป็นคนฉลาดและมีมันสมองที่เป็นเลิศอยู่แต่เดิม ความเป็นอัจฉริยะจึงไม่ไกลเกินตัว มาบัดนี้ศาสตร์การแพทย์ทุกแขนงนางล้วนเชี่ยวชาญ ความรักความอบอุ่นของครอบครัว เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาความทรงจำที่เจ็บปวดในใจ

จวบจนเมื่ออายุเข้าวัยเบญจเพศ เปลี่ยนวันเวลาที่สงบสุขเป็นวันแห่งการย้อนกลับ ไม่รู้สวรรค์แกล้งหรือโชคชะตาเล่นตลก ถึงได้ส่งนางกลับมายังภพโบราณอีกครั้ง ย้อนกลับมาก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข การกลับมาในครั้งนี้ นางมิใช่ซูเหยียนคนเดิมอีกแล้ว จะไม่มีวันโง่งมหลงในรัก จนตามืดบอดดังเช่นที่เคยเป็นในอดีต

"ตู้ม"

เสียงระเบิดดังสนั่นในห้องทดลอง ทำให้ร่างของแพทย์หญิงบาดเจ็บสาหัส ยังไม่ทันที่จะได้รับความช่วยเหลือ ซูเหยียนก็สิ้นใจตายในทันที

"นี่มันอะไรกันเนี่ย ฉันข้ามภพย้อนกลับมาอย่างนั้นเหรอ"

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความสับสนงงงวยผุดขึ้นในใจ เมื่อซูเหยียนมองสิ่งรอบตัว ห้องนอนในจวนตระกูลฟางที่คุ้นเคย นางยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

"ข้าซูเหยียนกลับมาแล้ว"

เพราะรักมากจึงเจ็บมาก

ซูเหยียนนางคือบุตรีของเสนาบดีซู นางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุที่มีนามว่าเหม่ยฮัว ซูเหยียนเป็นคนที่เกิดมามีรูปโฉมงดงาม เรียกว่างามล่มบ้านล่มเมืองก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย เพราะบิดารักใคร่หลงใหลมารดาของนางมาก เมื่ออนุอันเป็นที่รักมีบุตรสาวให้
เสนาบดีซูจึงได้รักและเอ็นดูซูเหยียนมาก จะเรียกว่ามากกว่าบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกก็ว่าได้ ด้วยว่าฮูหยินเอกที่แต่งเข้าตระกูลมานั้น เป็นการแต่งที่ว่าด้วยความเหมาะสม หาใช่มีความรักไม่ ต่างจากอนุเหม่ยฮัวที่เสนาบดีซูมีใจรักใคร่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า
เสนาบดีซูจึงรักบุตรสาวคนนี้ที่เกิดจากอนุเหม่ยฮัว ดั่งแก้วตาดวงใจทั้งยังตามใจและเอาอกเอาใจนางทุกอย่าง จนเมื่อถึงคราวปักปิ่น ซูเหยียนในวัยดรุณีแรกแย้ม เกิดต้องตาบุตรชายคนโตของตระกูลฟาง บุรุษผู้องอาจซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ด้วยความที่เสนาบดีซูรักใคร่และตามใจบุตรสาว จึงคิดหาหนทางและวางแผนการร้ายขึ้น จนในที่สุดซูเหยียนก็ได้แต่งเข้าจวนตระกูลฟางสมใจปรารถนา
ณ จวนตระกูลฟาง
แสงเทียนมงคลวูบไหว สตรีผู้งดงามผู้ซึ่งได้เป็นเจ้าสาวมาดๆ นั่งรอชายในดวงใจมาเปิดผ้าคลุมหน้าอย่างใจจดใจจ่อ เวลาล่วงเลยไปค่อนคืนกลับไร้เงาเจ้าบ่าว
"ชุ่ยเหอ"
"เจ้าคะคุณหนู"
ชุ่ยเหอบ่าวหญิงคนสนิทขานรับผู้เป็นนายเสียงแผ่วเบา
"เจ้าลองออกไปดูซิ ว่าทำไมป่านนี้แล้วท่านแม่ทัพยังไม่มาอีก"
ซูเหยียนเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ
"เจ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรีบเดินออกไปอย่างไม่รีรอ ไม่ถึงอึดใจก็กลับมารายงานนายหญิงของตน
"ว่ายังไง ท่านแม่ทัพเล่า"
ซูเหยียนเลิกคิ้วเอ่ยถาม เมื่อเห็นกิริยาลุกลี้ลุกลนของบ่าวหญิงคนสนิท นางก็นึกแปลกใจ
"เอ่อคือ คือว่า"
ชุ่ยเหออ้ำๆอึ้งพูดไม่ออก เพราะเกรงโทสะของเจ้านาย
"ว่าอย่างไร มีอะไรก็พูดมา!! มัวอ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้ น่ารำคาญเสียจริง"
ซูเหยียนตวาดกร้าวอย่างอารมณ์เสีย
"เรียนคุณหนู ผู้ดูแลเรือนบอกว่าท่านแม่ทัพไปนอนที่ห้องหนังสือแล้วเจ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรายงานออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
'เพล้ง' 'เพล้ง'
ทันทีที่ได้ฟังคำพูดจากบ่าว ซูเหยียนนางก็อาละวาดโดยทันที
"กล้าดียังไง เขากล้าดียังไงถึงทำกับข้าเช่นนี้"
ซูเหยียนกรี๊ดร้องราวกับคนเสียสติ นางกระชากผ้าคลุมหน้าสีแดงโยนลงบนพื้น แล้วจึงรีบวิ่งออกจากห้องหอ มุ่งหน้าไปยังเรือนที่อยู่ติดกันในทันทีอย่างไม่รีรอ ตลอดทางที่เดินผ่าน นางยังก่นด่าอย่างหยาบคายต่อบ่าวในเรือน
'ปัง ปัง ปัง'
เสียงทุบประตูห้องหนังสือดังสนั่นหวั่นไหว ปลุกคนทั้งตระกูลให้ตื่นขึ้นโดยทั่วกัน
"เปิดประตู เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้นะท่านแม่ทัพ! ท่านกล้าดียังไงถึงทำกับข้าเช่นนี้ ท่านจะทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!"
'กรี๊ด' 'กรี๊ด'
เสียงกรี๊ดร้องอย่างบ้าคลั่งของซูเหยียน เป็นเหตุผลให้ฟานลั่วเฉินไม่อาจซ่อนตัวในห้องได้อีกต่อไป เขาเปิดประตูกระแทกใส่ร่างกายของนางอย่างแรง จนสตรีร่างเล็กล้มลงที่พื้น
"ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้"
ซูเหยียนจ้องมองคยที่ตนรักด้วยแววตาตัดพ้อ นางร้องไห้น้ำตาหลั่งรินเป็นสาย อย่างสุดที่จะกลั้นไหว
"ข้าก็แต่งกับเจ้าแล้วไง เจ้าจะเอาอะไรอีก อย่าได้หมายใจว่าได้คืบจะเอาศอก"
ฟานลั่วเฉินจ้องมองสตรีตรงหน้าของตนด้วยแววตารังเกียจ
"ข้ารักท่าน ฮือๆๆ ทำไมท่านถึงไม่เห็นใจข้าบ้าง"
ซูเหยียนสะอึกสะอื้นร่ำไห้อย่างน่าสงสาร
"รักข้าหรือ เปล่าเลยเจ้าไม่ได้รักข้า ถ้าแม้นว่าเจ้ารักข้าแล้วไซร้ เจ้าคงไม่คิดนำแผนการอันชั่วช้ามาใช้กับข้าเช่นนี้หรอก เจ้ามันก็แค่หญิงไร้ยางอายที่เห็นแก่ตัว ถึงเจ้าจะได้แต่งเข้าตระกูลฟาง แต่เจ้าอย่าคิดนะว่าข้าจะรักและเมตตาเจ้า ซูเหยียนข้ารังเกียจสตรีเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าเป็นที่สุด"
พูดจบฟางลั่วเฉินก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป โดยไม่หันหลังกลับมามองสตรีที่กำลังร่ำไห้แม้เพียงนิด เขาออกจากตระกูลฟางในค่ำคืนนั้น โดยขี่ม้าคู่ใจไปยังค่ายทหารนอกเมืองหลวง เรื่องราวเป็นที่โจษจันไปทั่ว เล่าลือกันปากต่อปาก สตรีผู้งามล่มเมืองต้องเฝ้าห้องหอเพียงลำพัง
หลังจากเกิดเรื่องขึ้นในวันนั้น ฟางลั่วเฉินก็ทูลขอพระราชโองการไปทำศึกยังชายแดนตะวันออก เขาจากไปโดยไม่สนใจภรรยาที่แต่งเข้าตระกูล ผู้คนต่างพูดกันไม่หยุด ว่าเป็นเพราะเขารังเกียจภรรยาที่จวน จึงหาข้ออ้างเพื่อที่จะไปให้พ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านาง
ตลอดระยะเวลาที่ซูเหยียนอยู่ในตระกูลฟาง ก็ได้รับความขุ่นข้องหมองใจไม่น้อย ด้วยเพราะไม่เป็นที่เอ็นดูของแม่สามีและเหล่าผู้อาวุโสในตระกูล นางทำอะไรก็ดูขัดใจและขวางหูขวางตาผู้อื่นไปเสียหมด แต่กระนั้นนางก็พยายามทำดี เพื่อหวังว่าสักวันความดีที่นางทำจะเอาชนะใจชายที่นางรัก และทำให้คนตระกูลฟางมองเห็นค่านางบ้าง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไป1ปี
"ชุ่ยเหอ เจ้าไปคอยจับตาดูในห้องครัว กำชับให้แม่ครัวเคี่ยวรังนก ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินผู้เฒ่ามีอาการไอ ประเดี๋ยวเจ้าส่งรังนกตุ๋นไปบำรุงร่างกายท่านเสียหน่อย สั่งให้คนครัวเคี่ยวน้ำแกงไก่อีกอย่างหนึ่งด้วย วันก่อนข้าแอบได้ยินท่านแม่สามีบ่นว่าอยากกิน"
ซูเหยียนเอ่ยสั่งบ่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"โธ่..ฮูหยินของบ่าวเจ้าคะ เหตุใดท่านถึงยังทำเช่นนี้อยู่ ในเมื่อท่านก็รู้อยู่เต็มอก ว่าถึงแม้ท่านส่งอาหารไป พวกเขาก็เททิ้งอยู่ดี"
ชุ่ยเหอเอ่ยออกมาด้วยความคับแค้นใจ
"เฮ้อ..ข้าให้เจ้าทำ เจ้าก็ทำไปเถอะน่า อย่าได้ถามหาเหตุผลกับข้าเลย"
ซูเหยียนถอนหายใจออกมาอย่างเป็นกังวล

"เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว"
ชุ่ยเหอรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ เพราะนางเป็นห่วงเจ้านายของตน ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาตระกูลฟางมา นายหญิงของนางไม่เคยได้รับเงิน ในการใช้จ่ายจากบ้านสามีเลยแม้แต่เพียงตำลึงเดียว อาหารการกินทุกอย่างก็อัตคัด การเป็นอยู่เทียบไม่ได้เลยกับเวลาที่อยู่จวนเสนาบดีซู อีกทั้งบ่าวไพร่ก็เหิมเกริม
คงด้วยเพราะแม่ทัพผู้เป็นสามีไม่รักใคร่เจ้านายตน ผู้อื่นถึงได้ไม่เห็นหัว เมื่อคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ชุ่ยเหอก็ลอบจ้องมองสีหน้านิ่งเรียบงดงามของเจ้านาย นางอดไม่ได้ที่จะแอบถอนหายใจออกมา
ตลอดระยะเวลา1ปีที่ซูเหยียนอยู่ในจวน ซูเหยียนสุภาพอ่อนโยน เอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำหน้าที่ลูกสะใภ้ของตระกูลฟาง ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง นางเพียรพยายามแสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโส ถึงแม้จะได้รับสายตาที่ดูแคลน ได้ฟังคำพูดที่เย็นชาเพียงใดกลับมา นางก็ยิ้มรับไม่ตอบโต้ หนึ่งปีผ่านไปแล้วใกล้เวลาที่บุรุษที่นางรัก จะกลับมาจากการทำศึก นางคิดถึงเขาเหลือเกิน
"เรียนฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวจากเรือนฮูหยินซูเหยียนมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ"
บ่าวต้นห้องของเรือนฮูหยินผู้เฒ่าฟาง เอ่ยรายงานผู้เป็นนาย
"ฮึ! ช่างน่ารำคาญยิ่ง นางโง่งมหรือไรถึงไม่รู้ว่าผู้อื่นเกียจชังนางเพียงใด"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างรำคาญใจ
"พี่สะใภ้นางคงรู้ตัวเจ้าค่ะท่านย่า แต่เพราะใบหน้าของนางหนาเกินผู้ใด จึงไม่สนใจสีหน้าผู้อื่น"
ฟางหยูน้องสาวแท้ๆของฟางลั่วเฉิน พูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า นางหัวเราะกับการกระทำที่โง่เขลาของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สะใภ้ของตน
"พี่สะพง..พี่สะใภ้อะไรกัน อย่าได้เอ่ยปากเรียกขานถึงนางเช่นนี้ต่อหน้าข้า ข้าหาได้รับนางเป็นสะใภ้ตระกูลฟางไม่"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาเสียงดัง หวังให้บ่าวที่อยู่นอกห้องได้ยิน
"เจ้าค่ะ..เจ้าค่ะหลานเข้าใจแล้ว ท่านย่าอย่าได้โกรธไปเลยนะเจ้าคะ แล้วท่านย่าจะให้บ่าวหญิงจากเรือนของหญิงผู้นั้นเข้าพบหรือไม่กันล่ะเจ้าคะ"
ฟางหยูถามเหมือนกำลังรอชมเรื่องสนุกอยู่
"ฮึ!..เข้าพบอะไรกัน ข้าพักผ่อนอยู่จะมาวุ่นวายอะไร ไล่คนกลับไปเสีย ไม่พบๆ ข้าไม่ต้องการพบใครทั้งนั้นแหละ"
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดกลั้วเสียงหัวเราะ การกลั่นแกล้งซูเหยียนให้ได้รับความคับข้องหมองใจ คือสิ่งที่นางชอบทำเป็นที่สุด
ชุ่ยเหอยกถ้วยรังนกตุ๋นกลับมายังเรือนพักของซูเหยียนด้วยแววตาแดงก่ำ นางสงสารคุณหนูของนางสุดหัวใจ
"ฮูหยินเจ้าคะ"
ชุ่ยเหอมองหน้าเจ้านายแล้วรู้สึกจุกแน่นในอก
"ช่างเถอะน่า ผู้อื่นไม่อยากกินไม่อยากรับของของข้าก็ไม่เป็นไร เหตุใดเจ้าต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เช่นนั้นด้วยเล่า"

ซูเหยียนถอนหายใจออกมา แล้วพูดกับชุ่ยเหอด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
รุ่งเช้าของวันใหม่หลังจากที่ได้ทราบข่าว ถึงการเดินทัพกลับเมืองหลวงของฟางลั่วเฉิน ซูเหยียนจึงทำงานอย่างหัวหมุน ประเดี๋ยวก็จัดการตกแต่งเรือนพัก ประเดี๋ยวก็ทำการเลือกอาภรณ์ใหม่ที่ทางร้านประจำส่งมา นางรู้สึกตื่นเต้นที่สามีกำลังจะกลับมาแล้ว การรอคอยอย่างมีความหวังกำลังจะสิ้นสุดลง ความคิดถึงมันช่างทรมานใจคนได้มากจริงๆ
"เจ้าว่าชุดนี้งามหรือไม่ อิงเถาชุ่ยเหอ"
ซูเหยียนถามบ่าวอย่างอารมณ์ดี วันนี้ทั้งวันนางยิ้มไม่หุบ
"งามเจ้าค่ะฮูหยิน"/"งามเจ้าค่ะฮูหยิน"
บ่าวหญิงคนสนิททั้งสองรับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ฮูหยินของบ่าวงดงาม จะใส่อาภรณ์แบบใดสีไหนก็ล้วนแล้วแต่งดงามทั้งสิ้นเจ้าค่ะ"
อิงเถาเอ่ยเอาใจ เพราะเห็นผู้เป็นนายยิ้มอย่างมีความสุข นางเองก็พลอยสุขใจไปด้วย
"เจ้านี่นะช่างปากหวานเสียจริง"
กลางดึกของคืนนั้น ในขณะที่ผู้คนต่างนอนหลับสนิท แต่ดวงไฟจากแสงเทียนของเรือนซูเหยียนยังคงสว่างไสว นางไม่อาจข่มตาให้หลับลง ในใจพลันนึกถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งปีก่อน ในวันที่นางและสามีแต่งงาน ภาพทุกอย่างยังคงเด่นชัดในความทรงจำ อักษรมงคลสีแดง ความอึกทึกของขบวนที่รับตัวเจ้าสาว เสียงอวยพรเซ็งแซ่ของผู้มาร่วมในงาน บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า

ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางยังคงจำได้ถึงถ้อยคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมาในวันนั้น นางตระหนักรู้ชั่วขณะ ทันทีที่ฝีเท้าก้าวย่างอันมั่นคงก้าวออกไป เขาไม่เหลือบหันมาแลนางแม้เพียงหางตา ความรู้สึกเจ็บปวดและไม่ยินยอมบีบรัดในใจอย่างหนักหน่วง นางจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนคำพูดที่อยากจะเอ่ยไว้ในใจ

ซูเหยียนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในยามค่ำคืน ลมอ่อนๆโชยมาปะทะใบหน้าถึงแม้ร่างกายไม่หนาวสั่น แต่ใจกลับสะท้านไหวเพราะความเดียวดาย จนอดที่จะครุ่นคิดไปไม่ได้ว่า ผิดที่นางเองใช่หรือไม่ นางไม่ควรรักเขาใช่หรือเปล่า ความเจ็บปวดถาโถมขึ้นมาภายในก้นบึ้งของจิตใจ เมื่อย้อนนึกถึงวันนั้น แววตารังเกียจที่ชายในดวงใจจ้องมองมา แววตานั้นเย็นชาเชือดเฉือน แค่นึกถึงก็ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดเหลือเกิน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...