Lovely Day Trips in Tohoku & Niigata : 7 วันเดย์ทริป รวมมิตรแหล่งท่องเที่ยวดีต่อใจใน ‘โทโฮคุ’ และ ‘นีงาตะ’
อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจัง.. เอาจริงๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าพูดประโยคนี้ไปแล้วกี่ครั้ง และเชื่อว่าคนที่ชอบประเทศญี่ปุ่นทุกคนก็คงเป็นเหมือนกัน แต่เราจะไม่ต้องพูดประโยคนี้อีกต่อไปแล้วเพราะญี่ปุ่นเปิดประเทศให้ได้เข้าไปเที่ยวอีกครั้ง เราเลยตั้งใจมาแชร์ 7 เส้นทาง One Day Trip ในภูมิภาค โทโฮคุ 3 จังหวัด ได้แก่ ยามากาตะ มิยากิ ฟุกุชิมะ และอีกหนึ่งจังหวัดในภูมิภาคชูบุซึ่งอยู่ติดกันนั่นก็คือ นีงาตะ เที่ยวแบบไป-กลับจากโตเกียวได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟชินคันเซ็น
ไม่ว่าจะเป็นสายกิน อินธรรมชาติ ชอบดูซากุระ เล่นหิมะหนาฟู ฟินเสมอเมื่อได้แช่ออนเซ็น หรือมีความสุขกับการเดินเล่นชมเมืองใน 7 เส้นทางเดย์ทริปที่เรากำลังจะเล่าต่อไปนี้ ตอบโจทย์ครบทุกสไตล์ ได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันอย่างคุ้มค่า เชื่อว่าทุกทริปจะสามารถเปลี่ยนหนึ่งวันในญี่ปุ่นให้กลายเป็นประสบการณ์อันแสนล้ำค่าได้อย่างแน่นอน
ถ้าเกิดใครถูกใจและอยากไปมันทุกทริป แนะนำว่าการมีบัตรโดยสารอย่าง JR EAST PASS (Tohoku area) ที่สามารถใช้โดยสารรถสาธารณะบนเส้นทางรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก (JR EAST) ในโซนภูมิภาคโทโฮคุได้ฟรีทั้งหมดนั้นช่วยประหยัดได้เยอะมากจริงๆ
ข้อมูลบัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area)🚄
บัตรโดยสารที่ใช้แทนตั๋วสำหรับโดยสารรถไฟ สามารถใช้นั่งได้ทั้งชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น รถไฟท่องเที่ยว Joyful Trains (บางขบวน) ที่ให้บริการในเส้นทางรถไฟของ JR EAST ได้ฟรีทั้งหมด รวมถึงสามารถใช้โดยสารรถบัส JR Bus Tohoku ในเส้นทางที่กำหนดได้อีกด้วย อีกทั้งยังนั่งรถไฟ Narita Express จากสนามบินนาริตะ หรือ Tokyo Monorail จากสนามบินฮาเนดะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน
ราคา: ผู้ใหญ่ 20,000 เยน, เด็ก 10,000 เยน
เงื่อนไข: ต้องใช้ 5 วัน ติดต่อกัน
จุดจำหน่าย: ซื้อผ่านเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation, เครื่องจำหน่ายตั๋วบางสถานี หรือซื้อผ่านเอเจนซี่ในประเทศไทย
วิธีสำรองที่นั่ง: สามารถซื้อและสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation และไปออกตั๋วฉบับจริงได้ที่ตู้อัตโนมัติภายในสถานีรถไฟที่มี Passport Reader
วิธีใช้งาน: สอดบัตรโดยสารกับเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติของสถานีรถไฟได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: jreast.travel
Yamagata | จังหวัดยามากาตะ (2 เส้นทาง)
เราว่ายามากาตะเต็มไปด้วยของอร่อย เป็นบ้านเกิดของเนื้อดังระดับท็อปทรีของญี่ปุ่น ธรรมชาติก็เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปลูกผลไม้ได้มากและมีรสชาติดีสุดๆ ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นชั้นเลิศที่ควรค่าแก่การไปแช่สักครั้ง โดย 2 เส้นทางที่เราแนะนำนี้ เหมาะมากสำหรับ Food Lovers ที่ชอบตามหาของโลคอลอร่อยๆ เพื่อลิ้มลอง และอยากสัมผัสออนเซ็นจากธรรมชาติในบรรยากาศสงบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ
เส้นทางที่ 1 : Tokyo → Yonezawa Station → ลิ้มรสเนื้อวัวชั้นเยี่ยม Yonezawa Beef → แช่ออนเซ็นดัง Kaminoyama Onsen
เป็นเดย์ทริปที่ตอบโจทย์คนชอบธรรมชาติ ออนเซ็นอันแสนสดชื่น และมีของอร่อยมากมายให้รับประทาน ทั้งยังนั่งรถไฟมาจากโตเกียวแป๊ปเดียว เปิดทริปฟินๆ ที่เมืองบ้านเกิดเนื้อดังโยเนซาวะ จากโตเกียวสามารถโดยสาร Yamagata Shinkansen มาลงที่สถานีโยเนซาวะได้โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
เมืองนี้มี Yonezawa Beef เนื้อวัวชั้นยอดที่ถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงม เป็นของดีประจำเมืองที่คนญี่ปุ่นให้การยอมรับ เพียงเดินออกจากขบวนรถไฟก็จะพบกับรูปปั้นน้องวัวรอต้อนรับให้รู้ว่าฉันนี่แหละเมืองแห่งเนื้อ! ที่นี่มีร้านเนื้อให้เลือกหลายแห่งทั่วเมือง เราขอแนะนำร้าน Gyunabe Oki ไม่ไกลจากสถานี อยู่ในระยะที่เดินได้ แน่นอนว่ามีหลายเมนูเนื้อให้เลือกชิม แต่ที่เราขอ Recommended Dish คือ สุกียากี้ ในเซ็ตจะมีเนื้อ ผัก เต้าหู้ และวุ้นเส้น เนื้อนุ่มละลายในปาก ได้รสชาติของซุปเข้มข้นที่ซึมเข้าไปในเนื้อ อร่อยมากจนต้องสั่งเพิ่มอีกจานเลยแหละ
อิ่มหนำสำราญแล้วก็พร้อมออกเดินทางไปชิลล์ต่อกันที่หมู่บ้านน้ำพุร้อนเก่าแก่ของยามากาตะ Kaminoyama Onsenเดินทางโดยนั่งรถไฟสาย Yamagata Shinkasen ราวครึ่งชั่วโมง หรือรถไฟธรรมดาสายโออุ (Ou Main Line) ประมาณ 35 นาทีลงที่สถานีคามิโนยามะออนเซ็น ที่เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองปราสาทเก่าแก่ โดยมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้ง ปราสาทคามิโนยามะ และบ้านซามูไรโบราณที่เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมได้
ไฮไลท์ของทริปอยู่ที่การแช่ออนเซ็น ออนเซ็นของที่นี่มีสีใสราวคริสตัล ขึ้นชื่อในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นและมีฤทธิ์ในการบำบัดฟื้นฟูร่างกาย เริ่มต้นเบาๆ ด้วยการแช่เท้าฟรีที่บ่อสาธารณะ ก่อนไปแช่แบบเต็มรูปแบบที่โรงอาบน้ำสาธารณะ ที่โรงแรมหรือเรียวกังหลายแห่งก็เปิดบ่อน้ำพุร้อนในช่วงกลางวันให้แก่แขกที่ไม่ได้เข้าพักได้ลงแช่แบบไปเช้า-เย็นกลับด้วย โดยเสียค่าใช้จ่ายเล็กน้อยแตกต่างกันไป เป็นอันจบทริปอย่างผ่อนคลายสุดๆ
ภาพ: yamagatakanko.com
Info
Gyunabe Oki
Location: เมืองโยเนซาวะ (Yonezawa) จังหวัดยามากาตะ
Hours: 11:00-15:00 น., 17:00-20:30 น.
Holiday: –
Nearest Station: สถานีโยเนซาวะ (Yonezawa Station)
Access: จากสถานีโยเนซาวะ เดินประมาณ 1 นาที
เส้นทางที่ 2 : Tokyo → Yamagata Station → กินยากินิกุ Yamagata Beef → กินผลไม้แบบไม่อั้นที่สวนในเมือง Tendo
Food Lover ต้อง Love เดย์ทริปนี้แน่นอน เพราะเราจะชวนไปกินของดียามากาตะกันตลอดทั้งวัน โดยเริ่มกันที่ตัวเมืองยามากาตะ จากโตเกียวนั่ง Yamagata Shinkansen ยิงยาวจนถึงสถานียามากาตะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองชิลล์ๆ ผ่อนคลาย คนไม่พลุกพล่านด้วย
เกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่านี่คือทริปกิน สายเนื้อน่าจะรู้ดีว่ายามากาตะนั้นดังเรื่องเนื้อแค่ไหน โดยเฉพาะ Yonezawa Beef แต่จริงๆ แล้วยังมีYamagata Beef รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน ดีงามทั้งราคาก็ย่อมเยากว่า และนิยมนำมารับประทานแบบปิ้งย่าง โซนรอบๆ ตัวเมืองยามากาตะจึงมีร้านยากินิกุให้บริการอยู่หลายแห่ง เช่น Yakiniku Osama, Yakiniku Sakura ฯลฯ นอกจากนี้ยามากาตะนั้นยังมีชื่อเสียงเรื่องราเมนด้วย โดยเฉพาะเมนู Hiyashi Ramen ราเมนเย็นที่มีต้นกำเนิดที่เมืองยามากาตะ คิดค้นโดยร้าน Sakaeya เสิร์ฟมาพร้อมน้ำแข็ง รสชาติเบาๆ ในวันอากาศร้อนกินแล้วสดชื่นแน่นอน
กินแต่ของคาวก็อาจจะเลี่ยนเกินไป ดังนั้นเราจะไปล้างปากกันต่อที่สวนผลไม้ในเมือง Tendoจากสถานียามากาตะนั่งรถไฟยามากาตะชินคันเซ็นประมาณ 10 นาทีมาลงที่สถานีเทนโดได้เลย เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกผลไม้ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนผลไม้หลายแห่ง เช่น Konnokankokaju Orchards, Ohsyo Fruits Farm ฯลฯ และมีกิจกรรมยอดฮิตที่ถูกใจสายกินแบบเรามากคือ เก็บผลไม้จากต้นมากินไม่อั้น โดยผลไม้ที่สามารถเก็บได้ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ฤดูกาล ช่างเป็นทริปที่อิ่มอก อิ่มใจ อิ่มท้องดีจริงๆ
Miyagi | จังหวัดมิยากิ (2 เส้นทาง)
เราว่ามิยากิเป็นจังหวัดที่ใครๆ ต่างก็ปลื้ม รวมแหล่งท่องเที่ยวชนิดที่เรียกว่าวาไรตี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายรูปแบบทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ ออนเซ็น มีย่านหมู่บ้านน่าเดินเล่น เมืองใหญ่สุดครบครัน ใครที่มีฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลโปรด และอยากลองไปสัมผัสวิวสวยของมหาสมุทรแปซิฟิก 2 เส้นทางชมซากุระสุดโรแมนติกนี้ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด!
เส้นทางที่ 1 : Tokyo → Matsushimakaigan Station → กินบุฟเฟ่ต์หอยนางรมย่าง Yakigaki House → เดินเล่นริมชายฝั่ง Matsushima → Matsushima Cruise ล่องเรือเที่ยวชมหมู่เกาะ
วันเดย์ทริปที่เหมาะสำหรับคนอินกับทะเล ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวรวมแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ก็ได้สัมผัสกับทะเลสวยและสงบเงียบ โดยนั่ง Akita Shinkansen มาลงที่เซนได แล้วเปลี่ยนสายไปนั่งรถไฟ JR Senseki Line ลงที่สถานีมัตสึชิมะไคกัง เพื่อเที่ยวเล่นในแถบ Matsushima ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะ Top 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
เริ่มทริปด้วยการกินเอาแรง มัตสึชิมะเป็นแหล่งหอยนางรมชั้นเลิศของญี่ปุ่น ทำให้มีร้านบุฟเฟ่ต์หอยนางรมให้เลือกใช้บริการอยู่หลายแห่ง หนึ่งในร้านชื่อดังของแถบนี้คือ Yakigaki Houseตั้งอยู่ด้านหน้าตลาดปลามัตสึชิมะ ที่ร้านมีบุฟเฟ่ต์หอยนางรมแบบกินได้ไม่อั้น 45 นาที ถูกใจมากที่สุดคือไม่ต้องย่างเอง เราแค่ทำหน้าที่แซะเนื้อหอยออกจากเปลือกและกินเท่าที่ใจอยากก็พอ นอกจากนี้ยังมีเมนูแบบอะลาคาร์ทสำหรับคนที่อยากลองหลายๆ อย่างด้วย
อิ่มจนจุกแล้วเรามาเดินย่อยกันต่อ แถวนี้มีหลายโลเคชั่นที่น่าสนใจ เช่น Godaido Temple วัดที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของมัตสึชิมะ จะเดินขึ้นเนินเขาไปชมวิวบริเวณสวน Saigyo Modoshi no Matsu Park ก็ดีเพราะบนนี้จะมีจุดถ่ายรูปอ่าวมัตสึชิมะที่สวยมากๆ อยู่ด้วย หรือจะเดินข้ามสะพานไปเที่ยวเล่นที่เกาะ Fukuura Island จะแวะคาเฟ่ ไหว้พระ ชมธรรมชาติก็มีครบ
อีกหนึ่งกิจกรรมที่มาแล้วไม่ควรพลาดคือ การล่องเรือสำราญชมเกาะ โดยมีให้เลือก 5 คอร์สด้วยกัน มีทั้งแบบวนรอบเกาะพาชมจุดต่างๆ และแบบข้ามเกาะ แต่ละคอร์สใช้เวลาประมาณ 50 นาที ลองจิ้มดูคอร์สที่สนใจก่อนจองออนไลน์หรือซื้อได้ที่ช่องขายตั๋วใกล้กับท่าเรือ Matsushima shima-meguri ถ้าไม่อยากนั่งนานเกินไป ขอแนะนำ Matsushima Cruise B คอร์สสั้นๆ 30 นาที พาชมวิวสวยและจุดที่สำคัญรอบอ่าวมัตสึชิมะ
Info
Yakigaki House
Location: หมู่บ้านมัตสึชิมะ (Matsushima) แขวงมิยากิ (Miyagi) จังหวัดมิยากิ
Hours: จ.-ศ. 10:00-14:30 น., ส.-อา.และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00-14:30 น.
Holiday: –
Nearest Station: สถานีมัตสึชิมะไคกัง (Matsushimakaigan Station)
Access: จากสถานีมัตสึชิมะไคกัง เดินประมาณ 12 นาที
Website: www.sakana-ichiba.co.jp
Info
Matsushima Cruise
Location: หมู่บ้านมัตสึชิมะ (Matsushima) แขวงมิยากิ (Miyagi) จังหวัดมิยากิ
Hours: 9:00-16:00 น. (ขึ้นอยู่กับวัน)
Holiday: –
Ticket Fee: Matsushima Cruise ผู้ใหญ่และนักเรียนชั้นมัธยมขึ้นไป 1,500 เยน, นักเรียนชั้นประถม 750 เยน
Nearest Station: สถานีมัตสึชิมะไคกัง (Matsushimakaigan Station)
Access: จากสถานีมัตสึชิมะไคกัง เดินประมาณ 10 นาที
Website: www.marubun-kisen.com
เส้นทางที่ 2 : Tokyo → Funaoka Station → ชมซากุระ Hitome Senbonzakura → ชิมขนม Zunda Mochi → นั่งสโลปคาร์ชมวิวที่ Funaoka Castle Ruins Park
ใครกำลังเซิร์ชหาสถานที่ชมซากุระสวยว้าวและอยากจะใช้เวลาชมแบบที่ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร รวมถึงเป็นสถานที่ซึ่งคนญี่ปุ่นเองก็ชื่นชอบกันมากๆ วันเดย์ทริปนี้คือรูทชมซากุระท็อปทรีในใจเราเลย จากโตเกียวนั่ง Tohoku Shinkansen ชั่วโมงครึ่งลงที่สถานีเซนได แล้วเปลี่ยนมานั่งรถไฟ JR Tohoku Line อีกราว 30 นาที ลงที่สถานีฟุนาโอกะ จะพบกับทิวทัศน์ซากุระสุดแสนตระการตาที่เรียกกันว่า Hitome Senbonzakura ที่หมายถึง “ซากุระพันต้น”
ที่นี่มีต้นซากุระจำนวนเยอะมากๆ ราว 1,200 ต้น เรียงรายริม 2 ฝั่งแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River) เราสามารถเดินเลียบแม่น้ำได้เรื่อยๆ พลางมองวิวซากุระสะท้อนผิวน้ำ ผสานกับทิวทัศน์ภูเขาซาโอ (Mt. Zao) คนชอบเดินต้องเพลินแน่นอน! จุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดก็คือ Niragamizeki และสะพานมากมายให้เราได้ขึ้นไปชมวิวจากมุมสูง เช่น Shibata Senokyo Bridge ที่มองเห็นทั้งซากุระ ภูเขา และรถไฟ หรือใครอยากจะลองล่องเรือโบราณชมวิวก็มีให้บริการเช่นกัน
เดินตั้งแต่เช้า ถ้าเกิดหิวขึ้นมา อยากให้ลองเดินสำรวจโซนร้านค้าใกล้ๆ แม่น้ำ แล้วค่อยเลือกร้านที่ถูกใจก็ได้ เราว่ามีร้านขนมน่ากินเพียบเลย แต่เมนูแนะนำที่มาถึงมิยากิแล้วควรลองก็คือ Zunda Mochiโมจิเนื้อหนึบโปะด้วยถั่วแระบดรสหวานมัน วัตถุดิบดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไร แต่รสชาติอร่อยเฉยเลย ซึ่งถั่วแระเป็นผลผลิตหลักของเกษตรกรชาวมิยากิด้วย
อิ่มท้องกำลังพอดีก็ไปเดินชิลล์กันต่อที่ Funaoka Joshi Parkสวนสาธารณะที่มีไฮไลท์คือ Slope Car ตู้โดยสารสุดน่ารัก มีกระจกรอบทิศให้ได้ชื่นใจกับวิวซากุระฟูลบลูมตลอดทาง พาขึ้นไปยังสวนดอกไม้และไหว้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่บนเขา ถ้าอยู่ต่อหลังพระอาทิตย์ตก อย่าลืมแวะเดินเล่นแถวริมแม่น้ำเพราะจะได้ชมการจัดแสงไฟ LED ส่องทิวต้นซากุระในยามค่ำคืนด้วยล่ะ โรแมนติกสุดๆ
Info
Hitome Senbonzakura
Sakura Period: ต้น-กลางเมษายน
Location: แขวงชิบาตะ (Shibata) จังหวัดมิยากิ
Nearest Station: สถานีฟุนาโอกะ (Funaoka Station)
Access: จากสถานีฟุนาโอกะ เดินประมาณ 5 นาที
Info
Funaoka Joshi Park (Funaoka Castle Ruins Park)
Sakura Period: ต้น-กลางเมษายน
Location: แขวงชิบาตะ (Shibata) จังหวัดมิยากิ
Hours: สวนเปิด 24 ชั่วโมง / Slope Car ส.-อา.และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00-17:00 น. (ช่วงเทศกาลซากุระเปิดให้บริการทุกวัน)
Entrance Fee: สวนเข้าฟรี / Slope Car ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 300 เยน
Nearest Station: สถานีฟุนาโอกะ (Funaoka Station)
Access: จากสถานีฟุนาโอกะ เดินประมาณ 15 นาที
Website: www.skbk.or.jp
Fukushima | จังหวัดฟุกุชิมะ (2 เส้นทาง)
แต่จริงๆ แล้วฟุกุชิมะนั้นมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะธรรมชาติหรือบ้านเมืองที่เน้นอนุรักษ์ของดั้งเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แค่นั่งรถไฟแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างก็รับรู้ได้ถึงความสวยงาม ทั้งยังเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น คนที่ชอบบรรยากาศของบ้านเมืองโบราณ สงบเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง เชื่อว่าจะรัก 2 เส้นทางเดย์ทริปนี้แน่นอน
เส้นทางที่ 1 : Tokyo → Aizu Wakamatsu Station → ชิมเมนูดังข้าวหน้าหมูทอด Aizu Sauce Katsu-don → เดินเล่นรอบเมืองและชมปราสาท Tsuruga Castle → ทำเวิร์คช็อปเครื่องปั้นดินเผา Aizu Hongo
ทริปนี้เอาใจคนชอบเดินเล่น สนุกกับการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ งานฝีมือ และเดินเข้า-ออกร้านค้าโลคอล บอกเลยว่าที่เมืองไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu) นั้นเหมาะสมมาก การเดินทางจากโตเกียวให้โดยสาร Tohoku Shinkansen มาเปลี่ยนสายเป็น JR Ban’etsu West Line ที่สถานีโคริยามะ นั่งต่อไปลงที่สถานีไอสึวากามัตสึ รวมเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
นั่งรถไฟมาถึง สิ่งที่เรามักจะทำเป็นลำดับแรกก็คือการเติมเต็มท้องที่ยังว่างให้เต็มด้วยเมนูดังของแถบนี้ เมนูที่น่าลองที่สุดเห็นจะเป็น Aizu Sauce Katsu-donหรือข้าวหน้าหมูทอดสไตล์ไอสึ ดังขนาดว่ามีมากกว่าร้อยร้านอยู่ทั่วเมือง ไฮไลท์อยู่ที่ซอสฉ่ำๆ รสหวานกลมกล่อมที่ราดมาบนชิ้นเนื้อเข้ากันดีสุดๆ
ขอเล่าอีกหน่อยว่าในสมัยเอโดะเมืองนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามูไร ทั่วเมืองไอสึวากามัตสึ จึงเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสวยงามแปลกตา อิ่มท้องแล้วมาเดินทอดน่องค่อยๆ ซึมซับวัฒนธรรมผ่านอาคารเก่าแก่ ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนมาเป็นร้านค้าให้เราได้แวะเข้าไปเยี่ยมเยือน ก็เพลิดเพลินดีเหมือนกัน และยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle)ซึ่งล้อมรอบด้วยสวนสวยและคลอง บอกได้เลยว่าไม่ว่าจะเดินทางมาช่วงไหนก็สวยน่าชมทุกฤดู
อีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนใจคือ Aizu Hongo Workshopเวิร์คช็อปทำเครื่องปั้นดินเผาชื่อดังที่เรียกว่า Aizu Hongo เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ปัจจุบันมีเตาเผาเหลืออยู่เพียง 13 เตาในพื้นที่ และยังคงผลิตงานฝีมือเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันเก่าแก่นี้เอาไว้ หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ปั้นดินเผาด้วยตัวเอง เพียงนั่งรถไฟสาย JR Tadami Line จากสถานีไอสึวากามัตสึต่อมาอีกแค่ 3 ป้าย ราว 10 นาที มาลง ณ สถานีไอสึฮงโก ก็จะพบกับร้านค้าหลายแห่งไม่ไกลจากสถานี เช่น Kinooto Workshop, Tobo Irori ฯลฯ เปิดเป็นเวิร์คช็อปให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำ รวมถึงสามารถซื้อแบบสำเร็จกลับมาเป็นของฝากก็ได้
ภาพ: en.aizuhongouyaki.jp
Info
Tsuruga Castle
Location: เมืองไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu) จังหวัดฟุกุชิมะ
Hours: 8:30-17:00 น.
Holiday: –
Entrance Fee: Castle Tower ผู้ใหญ่ 410 เยน, นักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้น 150 เยน, ผู้ทุพพลภาพ เข้าฟรี
Nearest Station: สถานีไอสึวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Station)
Access: จากสถานีไอสึวากามัตสึ เดินประมาณ 30 นาที
Website: www.tsurugajo.com
เส้นทางที่ 2 : Tokyo → Koriyama Station → นั่งรถไฟคาเฟ่เคลื่อนที่ Fruitea Fukushima → เยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณ Ouchi Juku → เดินเล่นที่เมือง Aizu Wakamatsu → ลิ้มรสราเมนดัง Koriyama Black
อีกหนึ่งเดย์ทริปในฟุกุชิมะที่จะพาไปสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านโบราณ และขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดเก๋ที่เป็นเหมือนคาเฟ่เคลื่อนที่ได้ การเดินทางจากโตเกียวให้โดยสาร Tohoku Shinkansen ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที มาลงที่สถานีโคริยามะ เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมแรกคือ การนั่งรถไฟ FruiTea Fukushima
หนึ่งในสิ่งที่เราชอบของการเที่ยวโซนนอกเมืองหลวงคือจะมีรถไฟคอนเซ็ปต์พิเศษ หานั่งยาก ให้เราได้เลือกใช้บริการ แต่ถ้ามาเที่ยวฟุกุชิมะแนะนำว่าให้ปักหมุดขบวน FruiTea Fukushima รถไฟท่องเที่ยวของบริษัทรถไฟ JR เอาไว้เลย ด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ที่เปลี่ยนตู้โดยสารธรรมดาให้กลายเป็นคาเฟ่ มีเครื่องดื่ม และขนมหวานที่ทำขึ้นเฉพาะโดยใช้ผลไม้ท้องถิ่นของฟุกุชิมะเป็นวัตถุดิบหลัก คอยเสิร์ฟตลอดเส้นทาง กินไปพลางมองวิวธรรมชาติด้านนอกหน้าต่างไป ดีต่อใจสุดๆ รถไฟให้บริการในทุกเสาร์และอาทิตย์วันละ 1 รอบ หากใครอยากลองนั่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะ
ลงรถไฟที่สถานีไอสึวากามัตสึ เพื่อจะมูฟไปเที่ยวที่ Ouchi Jukuโดยนั่งรถไฟต่อไปอีกประมาณ 40 นาทีลงที่สถานียูโนคามิออนเซ็น แล้วต่อแท็กซี่อีกไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง ที่นี่เป็นหมู่บ้านโบราณสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ได้รับการขึ้นทะเบียนในฐานะอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีบ้านโบราณเรียงรายขนาบสองฝั่งถนน คนนิยมมากันในช่วงฤดูหนาว เพราะบรรยากาศที่ถูกทับถมด้วยหิมะขาวนั้นสวยงามน่าประทับใจมาก มุมถ่ายรูปสุดปังที่เห็นทั่วทั้งหมู่บ้านอยู่ตรงเนินเขาด้านในสุด ต้องไปให้ได้นะ! อีกทั้งปัจจุบันบ้านหลายๆ หลังมีการปรับเป็นร้านค้าและร้านอาหารรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
แวะเดินเล่นต่อที่เมือง Aizu Wakamatsuนั่งรถไฟย้อนกลับไปราว 30 นาทีลงที่สถานีไอสึวากามัตสึ ในเมืองเต็มไปด้วยอาคารสวยๆ ศาลเจ้า ปราสาท คาเฟ่ ร้านค้าก็มีเยอะ เหมาะกับการเดินเล่นดื่มด่ำบรรยากาศแบบโบราณ ก่อนกลับโตเกียว ยังไงก็ต้องไปเปลี่ยนสายรถไฟเป็น Tohoku Shinkansen ที่สถานีโคริยามะ เลยอยากให้แวะกินราเมนชื่อดังของย่านนี้ Koriyama Blackเบสเป็นซุปโชยุสีเข้ม รสเข้มข้นและกลมกล่อม ส่วนเส้นและท็อปปิ้งแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
Info
FruiTea Fukushima
Route: ระหว่างสถานีโคริยามะ ถึง สถานีคิตะคาตะ (Koriyama – Kitakata Station) / สถานีโคริยามะ ถึง สถานีเซนได (Koriyama – Sendai Station)
Available Date: โดยปกติแล้วจะเดินรถทุกๆ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
How to Reserve: รถไฟขบวนนี้ต้องสำรองที่นั่งที่เว็บไซต์ www.jre-joyful.com (ภาษาญี่ปุ่น) เท่านั้น
Website: www.jreast.co.jp
Note: บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) ไม่สามารถใช้โดยสาร FruiTea Fukushima ได้ และ FruiTea Fukushima จะสิ้นสุดการให้บริการในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023 Info
Ouchi-juku
Location: แขวงมินามิไอสึ (Minamiaizu) จังหวัดฟุกุชิมะ
Nearest Station: สถานียุโนคามิออนเซ็น (Yunokamionsen Station)
Access: จากสถานียุโนคามิออนเซ็น ต่อแท็กซี่ประมาณ 10 นาที หรือขึ้นบัสจากป้ายหน้าสถานีไปลงที่ป้ายโออุจิชิโมะ (Ouchishimo)
Website: ouchi-juku.com
Note: ไม่สามารถใช้ JR EAST PASS (Tohoku area) กับการนั่งรถไฟ Aizu Tetsudo Line ได้
Niigata | จังหวัดนีงาตะ (1 เส้นทาง)
นีงาตะมีชื่อเสียงเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ด้วยโลเคชั่นตั้งอยู่ติดแนวชายฝั่ง ข้าวอร่อย น้ำใสสะอาด ออนเซ็นของที่นี่จึงมีคุณภาพดีงามตามไปด้วย ในช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นค่อนข้างนาน กินระยะเวลาประมาณ 5 เดือน จึงเป็นที่รู้จักในฐานะลานสกีใกล้โตเกียว ใครที่รักกิจกรรมฤดูหนาว อยากเล่นหิมะขาวโพลนหลากหลายรูปแบบ ขอให้เซฟเส้นทางเก็บไว้เลย!
Tokyo → Gala Yazawa Station → เพลิดเพลินกิจกรรมท่ามกลางหิมะที่ Gala Yuzawa Snow Resort → แช่ออนเซ็นอย่างผ่อนคลายที่ Yuzawa Onsen
เที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาว แล้วอยากไปสัมผัสบรรยากาศหิมะขาวโพลน ได้เล่นสกีและสโนว์บอร์ด ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากเดินทางเหนื่อยมากเกินไป Gala Yuzawa Snow Resort ในจังหวัดนีงาตะนั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก สามารถนั่ง Joetsu Shinkansen จากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที ลงที่สถานีกาล่ายุซาวะ อีกทั้งตัวสถานียังตั้งอยู่ด้านหน้าลานสกีแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดขึ้นกระเช้าไปยังลานสกี
ภาพ: Facebook GALA Yuzawa Snow Resort
มือใหม่ที่อยากหัดเล่นสกีไว้ใจที่นี่ได้ เพราะมีคลาสเริ่มต้นและมีสตาฟคนไทยคอยให้บริการอยู่ด้วย รวมทั้งมีอุปกรณ์ให้เช่าแบบครบครันซึ่งมีส่วนลดสำหรับผู้ถือ JR EAST PASS ด้วยนะ สามารถไปแบบตัวเปล่าได้เลย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหิมะอื่นๆ ให้เล่นได้ไม่เบื่อ เช่น Snowshoes Tour กิจกรรมเดินบนเนินหิมะไปตามโลเคชั่นสวยๆ ด้วยรองเท้าสุดพิเศษสำหรับการเดินบนหิมะ, Snowmobile Sleigh Tour นั่งรถสโนว์โมบิลชมทิวทัศน์หิมะโดยรอบ เหมาะสำหรับการนั่งไปทั้งครอบครัว เพราะรถ 1 คัน โดยสารได้ถึง 6 ที่นั่ง และ Moon Bikes กิจกรรมใหม่ล่าสุดเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ให้เราขี่ไปตามเส้นทางสวยๆ สายแอดเวนเจอร์ชอบแน่นอน ฯลฯ
ภาพ: gala.co.jp
เล่นหิมะหนาวๆ จนร่างเพลีย จะมีอะไรดีไปกว่าการได้แช่ออนเซ็นปิดท้ายทริปให้อุ่นกายสบายใจ นั่งกระเช้ากลับลงมาที่และต่อรถไฟไปลง Echigo Yuzawa Station ที่อยู่ถัดมา บริเวณนี้เป็นแหล่งน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีชื่อว่ายุซาวะออนเซ็น (Yuzawa Onsen) หลายแห่งก็เปิดให้สามารถเข้าไปใช้บริการแบบไม่ต้องพักค้างคืน น้ำพุร้อนของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความผ่อนคลาย ช่วยให้หายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี เป็นการเติมความสุขก่อนหมดวันได้ดีจริงๆ ก่อนกลับอย่าลืมแวะ Ponshukan ซื้อของฝากจากนีงาตะกลับไปด้วยล่ะ
Info
Gala Yuzawa Snow Resort
Location: หมู่บ้านยุซาวะ (Yuzawa) แขวงมินามิอุโอนุมะ (Minamiuonuma) จังหวัดนีงาตะ
Period: ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม (17 ธ.ค. 2022-7 พ.ค. 2023)
Hours: 17 ธ.ค. 2022-9 เม.ย. 2023 8:00-16:30 น. / 10 เม.ย.-7 พ.ค. 2023 8:00-16:00 น.
Holiday: กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนธันวาคม
Lift Ticket: 1 day ผู้ใหญ่ 6,000 เยน, เด็กอายุ 6-12 ปี 3,000 เยน
Nearest Station: สถานีกาล่ายุซาวะ (Gala Yuzawa Station)
Access: นั่ง Joetsu Shinkansen มาลงที่สถานี Gala Yuzawa Station จะถึงที่ลานสกีเลย
Website: gala.co.jp
Note: สามารถใช้บัตรโดยสาร JR EAST PASS (Tohoku area) หรือ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) โดยสารรถไฟ Joetsu Shinkansen ไปจนถึงสถานีกาล่ายุซาวะได้
สำหรับเราทั้งโทโฮคุและนีงาตะนั้นเป็นโลเคชั่นอันดับต้นๆ ในใจ เวลาที่อยากออกไปสัมผัสธรรมชาติแบบเข้มข้น 7 เส้นทางเที่ยวใน โทโฮคุ และ นีงาตะ แบบวันเดย์ทริปเหล่านี้ เราลิสต์มาให้ครอบคลุมทุกฤดูกาล หลากหลายสไตล์การท่องเที่ยว หากอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ก็เชื่อว่าน่าจะมีทริปที่ถูกใจคุณอย่างน้อยหนึ่งเส้นทาง รอให้คุณกดจองตั๋วไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าประทับใจนั้นด้วยตัวเอง
Trip โทโฮคุ นีงาตะ Trip ทโฮคุ นีงาตะ Trip โทโฮคุ นีงาตะ