โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sexaroid ตอนที่ 2 : สะบั้นสัมพันธ์สวาท

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2567 เวลา 03.00 น.

เมื่ออ่านภาคแรกไป 17 ตอนโดยไม่ต้องอ่านภาคสองต่อก็รู้สึกได้ว่าอาจารย์เลจิเขียนงานนี้สนุกๆ เหมือนงานทดลองจริงๆ โดยไม่พะวงกับพล็อตเรื่องที่ควรจะรัดกุมมากกว่านี้

นอกจากนี้ ยังเขียนถึงการเมืองญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกต่อสงครามเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังพยายามสร้างชาติใหม่

ยิ่งไปกว่านั้นคือเขียนถึงผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศอย่างจะแจ้งเสมือนตั้งใจจะไม่เกรงใจใครเลยในเวลานั้น

หรือว่าในสภาพความเป็นจริงเวลานั้นเรื่องนี้ไม่ต้องเกรงใจใครเลยจริงๆ

ขบวนการเฟมินิสต์มีความชัดเจนและเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง คำศัพท์ misogyny (จากภาษากรีก misos ‘ความเกลียด’ + gun? ‘ผู้หญิง’) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แต่เป็นที่รู้จักและใช้กันมากขึ้นโดยขบวนการเฟมินิสต์ยุคใหม่ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970

คำนี้แปลตามตัวว่าเกลียดสตรี กินความตั้งแต่การรุกราน การทำร้าย การเหยียด การลดค่า ไปจนถึงการเพิกเฉยคุณค่าอื่นๆ ของสตรี หากเราไม่หลีกเลี่ยงก็คงต้องยอมรับว่ายูกิใช้ร่างกายทำงานจริง ทั้งหลอกล่อศัตรูและปลอบขวัญชิมะ

ครั้นจะอ้างว่าเธอเป็นแอนดรอยด์มิใช่สตรีก็มิได้เพราะอาจารย์เลจิเองให้สัมภาษณ์ว่าเขาตั้งใจวาดเส้นผมของเธอให้ยาวตลอดร่างเป็นพิเศษเพื่อปิดบังร่างกายจะได้ไม่เป็นปัญหากับการเซ็นเซอร์มากนัก ไม่นับว่าเขาถูกต่อว่าอยู่พอสมควร

นั่นแสดงว่าอาจารย์เองก็เห็นความสำคัญของร่างกายของเธอ “ว่ามีคุณค่าต่อการปิดบัง” แต่ส่วนที่เถียงไม่ขึ้นคือประดาสตรีที่อยู่ข้างกายเหล่าร้ายเกือบทุกคนก็ใช้ร่างกายหลอกล่อชิมะหรือแม้แต่ทรยศคู่นอนหรือสามีของตัวเอง เถียงได้อีกว่าทั้งหมดที่พวกเธอทำไปก็เพื่อประโยชน์ของญี่ปุ่น

คัตสึชิ อิตะบาชิ นักเขียนซึ่งมีความรู้เรื่องกลศาสตร์ที่ได้เข้ามาช่วยออกแบบกลไกของ Galaxy Express 1999 ให้แก่อาจารย์เลจิในภายหลังได้เล่าไว้ท้ายเล่มว่าเขามาช่วยวาดเซ็กซารอยด์ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมสาม เวลานั้นเลจิบอกว่า “ตอนวาดหลับตาบ้างก็ได้” นัยว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเพิ่งจะเป็นนักเรียนและรูปที่วาดค่อนข้างโป๊อยู่หลายตอน

เลจิเองก็ได้เขียนเอาไว้ในเล่มเดียวกันว่าเขาเขียนงานนี้เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนเยาวชนซึ่งควรจะแตกต่างจากการ์ตูนสำหรับเด็ก แม้ว่าจะมีภาพเกือบเปลือยหลายตอน (ที่ไม่เปลือยก็เพราะเส้นผมบังนั่นแหละ) แต่หลายท่วงท่าของยูกินำมาจากการวางมือวางเท้าของนักบัลเล่ต์ซึ่งมั่นใจได้ว่าสวยงามและดูดี (เมื่อนั่งดูจากที่นั่งของคนดู)

ยังมีบทสัมภาษณ์อีกท่อนหนึ่งที่เลจิอธิบายว่าเป็นดีเอ็นเอจากบรรพบุรุษของท่านเองที่ทำให้ท่านวาดรูปผู้หญิงสวยงามเหล่านี้ออกมา ที่สำคัญคือผู้หญิงของเขามิใช่คนอ่อนแอ

โดยเลจิได้ยกตัวอย่างแรงบันดาลใจจากที่ได้ดูหนังไตรภาค ปี 1954 Samurai I Musashi Miyamoto ของฮิโรชิ อินาคากิ โดยมีโตชิโร มิฟูเน่ รับบทมุซาชิ มิยาโมโตะ ฉากที่มุซาชิจะเดินทางไปดวลที่เกาะกันริว (ซึ่งน่าจะเป็น Samurai III : Duel at Ganryu Island 1956) ภรรยาร้องไห้เดินตาม เป็นโตชิโร มิฟูเน่ หันมาพูดว่า “ไม่มีเมียของซามูไรคนไหนเขาร้องไห้กันหรอกนะ” ท่านที่เคยดูจะรู้สึกได้ว่ามันเปลี่ยนมุมมองต่อสตรีได้จริงๆ

เป็นที่ยอมรับว่ารูปที่อาจารย์เลจิวาดมิได้เข้าข่ายอนาจารจนกระทั่งมีครั้งหนึ่งที่เขาถูกบรรณาธิการขอให้เขียนรูปยูกิที่เห็นจุกหัวนมซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธมากแต่ก็จำเป็นต้องทำ

เมื่อถึงปี 1979 จึงมี New Sexaroid ใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่ง 3-4 ตอนแรกได้นำมารวมเล่มไว้ในฉบับตีพิมพ์ภาษาไทยของแคทคอมิกส์ครั้งนี้ด้วย อยากให้ทุกท่านอ่านดูจะพบว่ามันดีกว่าเวอร์ชั่นเดิมมากไม่ว่าจะเป็นลายเส้น เนื้อเรื่อง ที่สำคัญคือวิธีเล่าเรื่องเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า

เลจิมิได้เอ่ยชื่อประเทศต่างๆ ที่คิดฉีกญี่ปุ่นเป็นชิ้นๆ แต่พอเดาได้จากอักษรย่อต่างๆ และการออกแบบเหล่าร้ายว่าหน้าตาเหมือนใครบ้างในสหรัฐอเมริกา ยุโรป โซเวียต หรือจีน จะเห็นว่าภัยคุกคามญี่ปุ่นเป็นเรื่องจริงและเป็นจิตใต้สำนึกรวมหมู่ (collective unconscious) เวลานั้นนั่นคือระบาดไปทุกวงการ เราจึงได้เห็นก๊อดซิลล่าและพลังปรมาณูของมันตลอดมา

สําหรับเซ็กซารอยด์ภาคสองโครงการยาโยอิก็เช่นกัน หลังจากแผนการคามิโยะถูกยกเลิกรัฐบาลญี่ปุ่นก็เริ่มแผนการที่สองนั่นคือการตามหาแร่คอสโมไนต์ซึ่งจะเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลไม่สิ้นสุดรวมถึงวิธีควบคุมและใช้ประโยชน์จากมัน

จะเห็นว่าเนื้อหาสื่อถึงการควบคุมปรมาณูโดยตรงซึ่งมิใช่เป็นเพียงปัญหาของญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสงครามเย็นที่ทำกันทั่วโลก

หากอ่านเซ็กซารอยด์ไปสองภาคจะพบปรากฏการณ์ซ้ำๆ อยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องการตัดสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าร้ายกับยูกิหรือชิมะกับสตรีข้างกายเหล่าร้าย หรือสตรีข้างกายเหล่าร้ายกับสามีของพวกเธอ

เนื้อเรื่องซ้ำไปซ้ำมาทั้งหมดนี้เป็นที่สังเกตว่าคู่ขนานไปกับการที่ญี่ปุ่นคิดตัดสัมพันธ์กับนานาชาติด้วยโครงการคามิโยะ ซึ่งเมื่อทำไม่สำเร็จก็ดูคล้ายจะหนักข้อขึ้นกับโครงการยาโยอิซึ่งก็ไม่สำเร็จอีก

ดังนั้น อย่าพลาดตอนอวสานของโครงการที่สามเมื่อญี่ปุ่นคิดผ่าโลกเป็นสองเสี่ยง ชวนให้คิดถึง Foundation, Star Trek Picards และ Astro Boy ขึ้นมาพร้อมๆ กันเลยทีเดียว •

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Sexaroid ตอนที่ 2 : สะบั้นสัมพันธ์สวาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...