พิจิตร"น้ำท่วม"นาข้าวเพิ่งปลูกเสียหาย ผู้ว่าฯสั่งเฝ้าระวังทุกพื้นที่
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 21 ก.ค. 2567 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2567 เวลา 04.25 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(21ก.ค.67) ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร นับ 1000 ไร่ ในพื้นที่ ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ จ.เพชรบูรณ์ โดยน้ำป่าได้หลากมาอย่างรวดเร็วได้ท่วมนาข้าวของชาวนาที่เพิ่งลงมือปลูกข้าวหอมมะลิ และข้าวขาว ได้เพียง 1 เดือน
นางสายันต์ สุวรรณปัก ชาวนา ต.ท่าเยี่ยม เปิดเผยว่า น้ำมาเร็วมากและมาเร็วกว่าทุกปี ซึ่งในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าข้าวของเองจะเสียหายหรือไม่ โดยหากระดับน้ำลงเร็วต้นข้าวก็อาจจะยังไม่ตาย ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งน้ำชุดนี้จะไหลไปที่เขตเศรษฐกิจของเทศบาลสากเหล็กต่อไป ซึ่งในขณะนี้ก็เริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว
ขณะที่ วานนี้(20ก.ค.67) นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวว่า เนื่องจากในระยะนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ มีร่องมรสุมพาดผ่านกำลังแรง และมีฝนตกหนักสะสมติดต่อกันนานหลายวัน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่มีบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้าง ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ ใกล้ทางน้ำไหล แม่ลำคลอง ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำตามลำคลองต่าง ๆ ที่ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ มีสีขุ่นแดง และเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นายอดิเทพ กล่าวต่อไปว่า โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสากเหล็ก วังทรายพูน ทับคล้อ และอำเภอดงเจริญ ให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้กำชับให้นายอำเภอ ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กู้ชีพ กู้ภัย และผู้เกี่ยวข้องจัดเตรียมยานพาหนะวัสดุอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย เรือท้องแบน เครื่องจักรกลต่างๆ ให้มีความพร้อมใช้งานในการปฏิบัติหน้าที่ หากเกิดสถานการณ์จะได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ที่เน้นย้ำประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากซ้ำซากให้ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ขณะที่จังหวัดพิจิตรได้อนุมัติงบประมาณวงเงินทดรองราชการ ในเชิงป้องกันยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้อำเภอทับคล้อ ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาจากการระบายน้ำในเขตพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอทับคล้อ ให้สามารถระบายน้ำได้เป็นอย่างดี ไม่ให้ไหลไปท่วมบริเวณพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง