โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว. คลังมั่นใจ GDP ไทยปี 68 โต เกิน 3% เดินหน้าทบทวนระบบภาษีหนุนภาคธุรกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 08.16 น.

รมว. คลัง มอง 2568 เป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลง มั่นใจ GDP โตได้เกิน 3% ชี้ 6 เรื่องไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับโอกาสที่มากับความท้าทาย พร้อมทบทวนระบบภาษี สนับสนุนแหล่งเงินและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจไทย

8 ม.ค. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "Thailand is Ready for the Challenges" ในงานวันนักการตลาดแห่งประเทศไทยว่า ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจไทย โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า 3% ซึ่งถือเป็นความท้าทาย และเป็นโอกาสจากความต่างที่จะต้องเร่งหยิบฉวยจากปัจจัยต่าง ๆ แม้ว่านักวิเคราะห์ ธนาคารโลก (World Bank) หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ไม่เกิน 3%

“10 ปี ที่ผ่านมา GDP ที่แท้จริงโตเฉลี่ยไม่ถึง 2% ซึ่งน้อยมาก แต่ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเราคาดว่า GDP ในปี 2568 จะเติบโตได้มากกว่า 3% ส่วนปี 67 คาดว่าจะโตได้ 2.7-2.8% ซึ่งก็มากขึ้นกว่า 2% ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว”

ทั้งนี้ ได้เริ่มเห็นสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว สะท้อนจาก

1. ตัวเลขการบริโภคภาคเอกชน ในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2567 ขยายตัวถึง 5.1%

2. การลงทุนภาคเอกชน โดยตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วง 9 เดือน ของปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี

3. การลงทุนภาครัฐ โดยได้มีการเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการ EEC โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการท่าเหลือแหลมฉบัง เฟส 3 ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องต่อยอดให้ได้

นายพิชัย กล่าวถึง ความท้าทายที่ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะถัดไป คือ

1. ภาคการส่งออก โดยที่ผ่านมาเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยสินค้าส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ที่เติบโตได้ดี คือ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป สะท้อนว่าในระยะถัดไปอุตสาหกรรมเหล่านี้ควรได้รับการเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดแข็งใหม่เพื่อไปสู่ผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ตั้งแต่ต้นน้ำ

2. ภาคการท่องเที่ยว ที่เป็นจุดแข็งตามธรรมชาติของเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 39.8 ล้านคน จากปี 2567 ที่ 35 ถึง 36 ล้านคน โดยสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยว คือ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ใช้เวลาท่องเที่ยวในไทยนานขึ้น และใช้เงินมากขึ้น โดยอาจจะต้องชูจุดขายเรื่องการท่องเที่ยวควบคู่กับการรักษาสุขภาพ เนื่องจากปัจจุบันระบบสาธารณะสุขของไทยก็มีความเข้มแข็ง

3. ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการต่อสู้ของประเทศมหาอำนาจจะทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิต ซึ่งพบว่าปัจจุบันเห็นสัญญาณของการย้านฐานการผลิตมาที่ไทยแล้วและเป็นการเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ (New Technology) ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับกับเทคโนโลยีใหม่ให้ได้

4. เศรษฐกิจใหม่ (New Economic Platform) โดยไทยเร่งเพิ่มทักษะแรงงาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยจะต้องพยายามพัฒนาเพื่อให้กลายเป็น HUB ของด้านนี้ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

5. การแข่งขันในภูมิภาค โดยไทยต้องมองหาโอกาสจากตลาดใหม่ๆ เช่น อินเดีย โดยปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้อินเดียกลายเป็นผู้คิด ผู้ผลิต และ ผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับ Biotechnology

6. อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยท้ายที่สุดหาก EV ยังไปต่อได้ ไทยจะต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้กลายเป็นฐานการผลิต EV ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

นายพิชัย กล่าวว่า ในระยะข้างหน้ากระทรวงการคลังมีความตั้งใจที่จะเป็นคู่คิดให้กับภาคธุรกิจ โดยจะหามาตรการเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจให้มากขึ้น โดย

1. ทบทวนระบบภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจของไทย

2. สร้างสภาพแวดล้อมให้ภาคธุรกิจ เช่น การสนับสนุนแหล่งเงิน

3. สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การดำเนินการผ่านกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)

4. การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

5. นโยบายการเงินการคลังที่มีความเหมาะสมกับเศรษฐกิจ เช่น การขาดดุลงบประมาณต้องมีความเหมาะสม หนี้สาธารณะต้องปรับลดลง

6. การสนับสนุนการท่องเที่ยวและการลงทุนผ่าน Entertainment Complex

"รัฐบาลพร้อมรับฟังและติดตามและพร้อมทั้งเป็นแรงส่งในทุกมิติให้กับภาคธุรกิจ โดยรัฐบาลและประชาชน ต้องจับมือไปด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าเศรษฐกิจปี 2568 จะดีแน่นอนถ้าเรามั่นใจและทำให้ดี เพราะไทยมีศักยภาพสูง location ดี และมีทรัพยากรที่ดี"

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...